SIRI กางแผน 5 ปี (2569–2573) เตรียมเปิดโครงการใหม่รวม 30 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 40,000 ล้านบาท ดันมูลค่าพอร์ตสะสมรวมสู่ 80,000 ล้านบาท หนุนภูเก็ตสู่ เมืองมหานครระดับโลก กระจายพอร์ตลูกค้าที่หลากหลายทั่วโลก นายภูมิชาย มัธยมภพภิญโญ กรรมการผู้จัดการกลุ่มธุรกิจพัฒนาโครงการภาคใต้ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI เปิดเผยว่า แสนสิริประสบความสำเร็จอย่างโดดเด่นในการสร้างเสถียรภาพและการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับตลาดอสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ต ด้วยกลยุทธ์การกระจายกลุ่มผู้ซื้อที่หลากหลายจากทั่วทุกมุมโลก เพื่อลดการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่งและเสริมสร้างความแข็งแกร่งในระยะยาว โดยข้อมูล ณ ปี 2568 กลุ่มผู้ซื้อต่างชาติ 5 อันดับแรกของแสนสิริในภูเก็ต นำโดยกลุ่มผู้ซื้อชาวรัสเซีย ซึ่งมีสัดส่วนสูงที่สุดถึง 31% ของยอดซื้อต่างชาติทั้งหมด ตามมาด้วยชาวจีน 12% ชาวอิสราเอล 8% ชาวฝรั่งเศส 7% และชาวอังกฤษ 4% ตามลำดับ ช่วยขับเคลื่อนยอดขายให้เติบโตอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี และยังสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนนานาชาติต่อแบรนด์แสนสิริ รวมทั้งการกระจายตัวเชิงกลยุทธ์นี้ ยังทำให้พอร์ตการดูดซับของแสนสิริในภูเก็ตมีความปลอดภัยจากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์โลกและมีเสถียรภาพระยะยาว “แสนสิริมองภูเก็ตเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์หลักรองจากกรุงเทพฯ วันนี้เราขอประกาศ Sansiri’s 80 Billion Strategic Roadmap ที่มุ่งพลิกโฉมภูเก็ตสู่ Global Metropolitan หรือ มหานครระดับโลก” สำหรับแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี (2569 - 2573) แสนสิริจะดันการพัฒนาโครงการเชิงรุกด้วยการเปิดตัว 30 โครงการใหม่ มูลค่ารวมกว่า 40,000 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการแนวราบ 13 โครงการ (15,000 ล้านบาท) และคอนโดมิเนียม 17 โครงการ (25,000 ล้านบาท) เพื่อขับเคลื่อนให้มูลค่าพอร์ตสะสมของเราทะยานสู่ 80,000 ล้านบาท ตามเป้าหมายได้อย่างมั่นคง โดยในครึ่งปีหลังของปี 2569 ท์เปิดตัว 7 โครงการใหม่ในทำเลศักยภาพ ได้แก่ หาดป่าตอง, สามกอง, เชิงทะเลซอย 3, ป่าสัก, บางโจ, พรุจำปา และหาดราไวย์ พร้อมวางเป้าขยายฐานรับดีมานด์รอบเกาะภูเก็ตในโรดแมป 5 ปี เพื่อครอบคลุมดีมานด์ในทุกมิติ อาทิ คอนโดมิเนียม ใน 4 ทำเลศักยภาพ o หาดป่าตอง (เริ่มต้น 3.9 - 10.9 ล้านบาท) o หาดราไวย์ (เริ่มต้น 4.99 ล้านบาท) o สามกอง (เริ่มต้น 2.99 ล้านบาท) o “แคนวาซ พาเลท” (CANVAZ Palette Cherngtalay) เชิงทะเล ซอย 3 (2 ห้องนอน เริ่มต้น 8.99 ล้าน) ครั้งแรก เปิดตัวลักซ์ชัวรี พูลวิลล่า ในภูเก็ต
o เดอะ เทลส์ บางโจ (เริ่มต้น 45 ล้านบาท) o เดอะ เทลส์ ป่าสัก o พรุจำปา “ในภาวะตลาดอสังหาฯ ภูเก็ตปัจจุบันที่มีการแข่งขันสูง แต่ Sansiri Brand Trust & Excellence ที่การันตีความคุ้มค่าสูงสุดในแง่การสร้างผลตอบแทนจากการปล่อยเช่าที่สูงและสม่ำเสมอเฉลี่ย 8 – 10% พิสูจน์ด้วยโครงการยอดนิยม เดอะ เบส เชิงทะเล, แคนวาส เชิงทะเท และ เดอะ เบส บูกิต ที่ปัจจุบันมี Rental Yield ในระดับสูงต่อเนื่องและกลายเป็นสินทรัพย์ที่ผู้เช่ามองหามากที่สุด” ให้ efinAI ช่วยสรุปข่าวและสัญญาณหุ้นก่อนใคร ได้ที่ : https://url.in.th/w-efin-stocknews |