BANPU เผยกำลังศึกษาการลงทุนในธุรกิจเทรดดิ้ง LNG หวังต่อยอดธุรกิจผลิตก๊าซธรรมชาติรายใหญ่ในสหรัฐฯ รับดีมานด์ตลาดเอเซียพุ่งแรง เล็งขยายการลงทุนในพลังงานหมุนเวียนและ BESS ในประเทศจีนเพิ่มเติมช่วงปลายปีนี้ พร้อมหนุนภาครัฐออกมาตรการส่งเสริมธุรกิจกักเก็บคาร์บอน หวังดันไทยขึ้นแท่นผู้นำในภูมิภาค นายสินนท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) หรือ BANPU เปิดเผยว่าปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างศึกษาการเข้าลงทุนในธุรกิจซื้อขาย LNG (LNG Trading) เนื่องจากโอกาสจากราคาก๊าซธรรมชาติที่ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับเชื่อว่าการที่บริษัทมีฐานธุรกิจต้นน้ำ (Upstream) หรือผู้ผลิตก๊าซธรรมชาติรายใหญ่ในสหรัฐฯ ซึ่งมีโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมต่อตรงสู่บริเวณภูมิภาคชายฝั่งทะเลทางตอนใต้ที่เป็นศูนย์กลางการแปรรูปและส่งออก LNG ของสหรัฐฯ เป็นสิ่งที่ดีที่บริษัทสามารถขยายตลาดนอกเหนือจากกลุ่มโรงไฟฟ้าภายในประเทศสหรัฐฯ เพื่อส่งออกไปขายสู่ตลาดเอเซียได้ โดยในอนาคตก็มีโอกาสที่ดีของ BANPU ที่จะเริ่มธุรกิจเทรดดิ้ง LNG ได้ ทั้งนี้การที่จะนำเอาก๊าซธรรมชาติมาควบรวมเป็น LNG และนำกลับมาขายที่ภูมิภาคเอเซียถือเป็นเรื่องใหญ่และใช้เงินลงทุนจำนวนมาก แต่ตอนนี้สิ่งที่บริษัทมีคือทีมงานที่แข็งแกร่งมากในประเทศสหรัฐฯ ซึ่งถือเป็นโอกาสของบริษัทและยังมีคอนเน็กชั่นของซัพพลายเออร์ที่จะสามารถหาตลาด รวมถึง BANPU ก็มีการลงทุนในหลายประเทศภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก จึงทำให้รู้จักฝั่งดีมานด์ โดยบริษัทกำลังเชื่อมต่อฝั่งดีมานด์และซัพพลายเข้าด้วยกัน ขณะที่ราคา LNG ปัจจุบันที่ผันผวนไม่ว่าราคาจะขึ้นหรือลง ถือเป็นโอกาสทางธุรกิจ เพราะบริษัทมีทีมงานที่เข้มแข็งและคอนเน็กชั่นที่ดีมากในสหรัฐฯ ซึ่งมองเป็นทางเลือกนอกเหนือจากภูมิภาคตะวันออกกลาง ส่วนฝั่งดีมานด์ทั้งในประเทศไทย, อินโดนีเซีย, เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น บริษัทก็มีคอนเน็กชั่นที่ดี จึงมองเป็นโอกาสทางธุรกิจของเทรดดิ้ง LNG ที่สำคัญ "โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างศึกษาโมเดลธุรกิจและห่วงโซ่คุณค่าที่เน้นประสิทธิภาพการทำกำไรโดยใช้เงินลงทุนต่ำ ก่อนจะขยายสู่การซื้อมาขายไปเต็มรูปแบบต่อไป ส่วนความชัดเจนของธุรกิจเทรดดิ้ง LNG อยากให้เกิดขึ้นได้เร็วที่สุด โดยมองว่ามีโอกาสเกิดขึ้นได้มาก ซึ่งตอนนี้เรายังเน้นการผลิตในประเทศสหรัฐฯก่อน ส่วนโอกาสเรื่องธุรกิจเทรดดิ้ง LNG อาจจะตามมาทีหลัง" นายสินนท์ กล่าว เล็งขยายธุรกิจพลังงานหมุนเวียนและ BESS ในจีนเพิ่มภายในช่วงปลายปีนี้ สำหรับธุรกิจระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) ถือเป็นหัวใจสำคัญในการแก้โจทย์ความไม่สม่ำเสมอของพลังงานหมุนเวียน โดยเปรียบเสมือน Power Bank ขนาดใหญ่ของระบบไฟฟ้า ที่ช่วยการันตีความเสถียรและความต่อเนื่องของการจ่ายไฟได้สูงถึง 99.99% ซึ่งเป็นมาตรฐานสำคัญที่กลุ่ม AI และ Data Center ต้องการ โดยปัจจุบันกลุ่ม BANPU มีโครงการแบตเตอรี่ฟาร์มรวม 10 โครงการ ใน 4 ประเทศหลัก ได้แก่ ญี่ปุ่น,ออสเตรเลีย,สหรัฐฯ และจีน โดยเตรียมขยายการลงทุนในแพลตฟอร์มพลังงานหมุนเวียนและ BESS ในประเทศจีนช่วงปลายปี 69 ถึงต้นปี 70 เพื่อตอบรับการผ่อนคลายเกณฑ์และกฎระเบียบตลาดพลังงานเสรีในจีน รวมถึงการขยายตัวของ Data Center ส่วนตลาดประเทศไทยมีความพร้อมอย่างเต็มที่ที่จะนำโมเดล BESS และพันธมิตรใน Ecosystem เข้ามาต่อยอดในไทยทันที ซึ่งประเทศไทยมีความพร้อมสูงในการรองรับการเติบโตของ Data Center และ AI จากการที่ภาครัฐเริ่มปลดล็อกนโยบายสำคัญอย่าง Direct PPA และการปรับแผน PDP โดย BANPU พร้อมนำโซลูชันพลังงานเข้ามาซัพพอร์ตอย่างครบวงจรทั้งการนำ Gas Engine แบบ Modular มาติดตั้งเพื่อเร่งระยะเวลาการจ่ายไฟฟ้าให้ทันใช้ภายใน 1–2 ปี "การเตรียมนำแพลตฟอร์ม BESS เข้ามาการันตีความเสถียรของระบบไฟระดับ 99.99% ร่วมกับความพร้อมของโรงงานผลิตแบตเตอรี่ในไทย ตลอดจนการให้บริการเทคโนโลยีทำความเย็นและโซลูชันลดการใช้พลังงาน จะทำให้สามารถแก้ปัญหาคอขวดด้านพลังงานของ Data Center ในไทยอย่างยั่งยืน" นายสินนท์ กล่าว หนุนภาครัฐออกมาตรการส่งเสริมธุรกิจกักเก็บคาร์บอน หวังดันไทยขึ้นแท่นผู้นำในภูมิภาค
ด้านโครงการดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCS) ในประเทศสหรัฐฯ ปัจจุบันบริษัทมีโครงการที่เปิดดำเนินงานแล้ว 3 แห่ง ได้แก่ Barnett Zero, Cotton Cove และ Eagle Ford ยังคงดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีส่วนช่วยยกระดับการทำงานแบบบูรณาการระหว่างโซลูชันด้านพลังงานและการบริหารจัดการคาร์บอนให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น พร้อมสนับสนุนเป้าหมายอัตราการกักเก็บคาร์บอนประมาณ 1.5 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี ในปี 71 โดยสำหรับประเทศไทย BANPU มองเห็นโอกาสสำคัญในการนำเทคโนโลยี CCUS เข้ามาปรับใช้เพื่อช่วยลดการปล่อยคาร์บอนในภาคพลังงานและช่วยบริหารจัดการต้นทุนค่าไฟของประเทศในระยะยาว อย่างไรก็ดีการเกิดขึ้นของธุรกิจ CCUS ในไทยจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐในช่วงเริ่มต้น ทั้งด้านกรอบนโยบายที่ชัดเจนและมาตรการที่จูงใจทางการเงินหรือสิทธิประโยชน์ทางด้านภาษี เพื่อช่วยลดความเสี่ยงเงินลงทุนในระยะแรกจนกว่าอุตสาหกรรมจะเติบโตและพึ่งพาตนเองได้ในภาคเอกชน ซึ่งหากไทยมีนโยบายสนับสนุนที่เหมาะสม ก็มีศักยภาพที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้าน CCUS ในภูมิภาคเอเชียได้ ให้ efinAI ช่วยสรุปข่าวและสัญญาณหุ้นก่อนใคร ได้ที่ : https://url.in.th/w-efin-stocknews |