LALIN เผยไตรมาส 1/68 ทำยอดขาย 1,300-1,400 ล้านบาท คิดเป็นกว่า 20% ของเป้าทั้งปี 5,000 ล้านบาท ส่วนไตรมาส 2/68 เตรียมเปิดอีก 2 โครงการใหม่ หวังมาตรการผ่อนปรน LTV ช่วยกระตุ้น ชี้แผ่นดินไหวหนุนความต้องการโครงการแนวราบเพิ่มขึ้น หลังลูกค้าเปลี่ยนแนวคิดจากอาคารสูง นายชูรัชฏ์ ชาครกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ LALIN เปิดเผยว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาส 1/68 เป็นไปในทิศทางที่ดี โดยมียอดขายแล้ว 1,300-1,400 ล้านบาท คิดเป็นกว่า 20% ของเป้ายอดขายทั้งปีที่วางไว้ 5,000 ล้านบาท สำหรับไตรมาส 2/68 บริษัทมีแผนเปิดตัว 2 โครงการใหม่ ในทำเลกรุงเทพฯ-ปริมณฑล 1 โครงการ และจ.ชลบุรี 1 โครงการ ส่วนมูลค่าโครงการยังไม่สรุป ซึ่งโครงการที่จะเปิดใหม่ในทำเล จ.ชลบุรี จะเป็นการเปิดตัวเพื่อทดแทนโครงการเดิมที่ขายหมดไป และบริษัทมองว่าการผ่อนปรนมาตรการ LTV น่าจะเข้ามาช่วยกระตุ้นตลาดอสังหาริมทรัพย์ได้ ในปีนี้บริษัทยังคงเป้าหมายรายได้รวม 4,000 ล้านบาท และยอดขาย 5,000 ล้านบาท โดยมีแผนเปิดตัวโครงการใหม่ 6-8 โครงการ มูลค่ารวม 4,000-5,000 ล้านบาท 
ปัจจุบันมียอดขายรอโอน (Backlog) มูลค่า 600-700 ล้านบาท จะทยอยรับรู้ทั้งหมดภายในช่วงระยะเวลา 2 เดือนจากนี้ และจะมียอดขายรอโอนใหม่ๆ ที่เข้ามาทดแทนยอดขายรอโอนเดิมที่ทยอยรับรู้ไป ส่วนเหตุการณ์แผ่นดินไหว บริษัทมองว่าจะส่งผลบวกกับบ้านแนวราบมากขึ้น ซึ่งจะทำให้เรียลดีมานด์ (ผู้ที่ต้องการซื้ออสังหาริมทรัพย์เพื่ออยู่อาศัยจริง) เปลี่ยนจากอาคารสูงมามองโครงการแนวราบเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังคงมีปัจจัยกดดันจากหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง และการเข้มงวดปล่อยสินเชื่อจากสถาบันการเงิน ซึ่งยังเป็นปัจจัยหลักที่ต้องติดตาม "เหตุแผ่นดินไหว เป็นอีกจุดที่ลูกค้าคำนึงถึงเพิ่มขึ้น ที่จะ switch จากอาคารสูงมาแนวราบ ถือว่าแนวโน้มดีต่อแนวราบ คือมีดีมานด์ที่จะเปลี่ยนจากอาคารสูงมา ... ดีมานด์มี แต่ต้องดูกำลังซื้อด้วย เพราะมีปัจจัยเรื่องแบงก์เข้มงวดปล่อยกู้ และหนี้ครัวเรือนที่สูง" ล่าสุด เปิดตัวโครงการ “แลนซีโอ เพรสทีจ บางนา-ศรีวารี” มูลค่าโครงการ 1,000 ล้านบาท ทั้งบ้านเดี่ยวดีไซน์หรูและบ้านแฝด จำนวน 182 ยูนิต โดยเฟสแรก 30 ยูนิต มียอดขายแล้ว 60-70% คาดเริ่มรู้รายได้กลางไตรมาส 2/68 ซึ่งจะสามารถโอนกรรมสิทธิ์ได้ในเดือนเมษายนนี้ ระดับราคาขายตั้งแต่ 4-8 ล้านบาทต่อยูนิต |