ก.ล.ต. เผย 'สุภาพร พิมพงษ์' รายงานแบบ 246-2 ไม่มีธุรกรรมจริง เร่งถอดรายงานได้มา 6 หุ้นออกจากระบบ ยันระบบมีมาตรฐานสากลและยอมรับติดต่อ "สุภาพร พิมพงษ์" ได้แล้ว จ่อดำเนินคดีตามกฎหมายหลักทรัพย์ฯ กรณีการนำส่งข้อมูลที่เป็นเท็จ พร้อมกำลังเร่งตรวจสอบเชื่อมโยงเรื่องบัญชีม้า นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยภายในงาน "แถลงเกี่ยวกับการรายงานการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ (แบบ 246-2)" โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้ ชี้ "สุภาพร พิมพงษ์" รายงานแบบ 246-2 ไม่ถูกต้อง - เร่งเอาข้อมูลออกจากระบบ ผลการตรวจสอบเกี่ยวกับการรายงานการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ (แบบ 246-2) กรณีดังกล่าวที่มีการรายงานการได้มาของหลักทรัพย์ จำนวน 7 รายงาน รวม 6 หลักทรัพย์ ซึ่งเป็นการได้มาของหลักทรัพย์ที่ต่างเวลากันตั้งแต่ปี 64 เป็นต้นมา โดยมีการบันทึกเข้ามาในระบบเมื่อวันที่ 30 มิ.ย.69 และวันที่ 2 ก.ค.69 โดยเมื่อ ก.ล.ต. พบความผิดปกติจึงระบุสถานะเป็น “ข้อมูลเบื้องต้น” ไว้ก่อนเมื่อวันที่ 3 ก.ค.69 ต่อมาเมื่อวันที่ 7 ก.ค.69 ก.ล.ต. จึงได้มีการเปลี่ยนสถานะของข้อมูลเป็น “อยู่ระหว่างตรวจสอบความถูกต้อง” เนื่องจากข้อมูลมีความไม่สอดคล้อง และเมื่อตรวจสอบพบความไม่ถูกต้อง ประกอบกับได้รับการยืนยันจากบริษัทจดทะเบียนที่เกี่ยวข้องเมื่อวันที่ 8 ก.ค.69 ก.ล.ต. จึงนำข้อมูลที่ปรากฏจากการรายงานดังกล่าวออกจากระบบเผยแพร่ข้อมูล ซึ่งการดำเนินการของ ก.ล.ต. ให้ความสำคัญกับข้อมูลที่มีการเผยแพร่เพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุน จึงมีการดำเนินการเพื่อระบุสถานะของข้อมูลและนำข้อมูลออกจากระบบเมื่อพบความไม่ถูกต้องตามกระบวนการข้างต้น สำหรับประเด็นความไม่ถูกต้องของข้อมูลดังกล่าว สรุปสาระสำคัญได้ดังนี้ 1.ไม่พบชื่อผู้รายงานเป็นผู้ถือหุ้นในวันปิดสมุดทะเบียน ในช่วงภายหลังของการได้มาและไม่มีรายงานการจำหน่ายออก 2.ประเภทหลักทรัพย์ที่รายงานการได้มา ไม่มีอยู่จริงในช่วงระยะเวลาที่ระบุในรายงาน 3.การรายงานจำนวนหลักทรัพย์ที่ถือครองหรือได้มา ไม่ใช่ธุรกรรมที่เกิดขึ้นจริง อาทิ รายงานการใช้สิทธิซื้อหุ้นจากใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น เป็นจำนวนการใช้สิทธิที่ตรงกับการใช้สิทธิหุ้นกู้แปลงสภาพโดยบุคคลอื่น นอกจากนี้ ก.ล.ต. ได้ตรวจสอบแล้วพบว่า ผู้รายงานรายดังกล่าวมีการรายงานการได้มาซึ่งหลักทรัพย์ตามมาตรา 59 (แบบ 59) โดยที่ไม่ได้เป็นกรรมการหรือผู้บริหารหรือบุคคลที่มีหน้าที่รายงานตามมาตราดังกล่าว ก.ล.ต. จึงได้ดำเนินการนำข้อมูลออกจากระบบแล้ว ซึ่งระบบการรายงานแบบ 59 มีกระบวนการลงทะเบียนเพื่อยืนยันตัวตนในลักษณะเดียวกันกับการรายงานแบบ 246-2 ยันระบบมีมาตรฐานสากล - ยอมรับติดต่อ "สุภาพร พิมพงษ์" ได้แล้ว
นางสาวสุชา บุณยเนตร รองเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวว่าในส่วนของระบบการรายงานแบบ 246-2 ก.ล.ต.จัดให้มีกระบวนการยืนยันตัวตน โดยผู้ที่ประสงค์จะบันทึกข้อมูลในระบบต้องลงทะเบียนและระบุข้อมูลส่วนบุคคลที่ตรงกับข้อมูลที่อยู่ในฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรของกรมการปกครอง ซึ่งระบบจะมีการสอบยันกับฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรดังกล่าว และหากข้อมูลไม่ตรงกันระบบจะปฏิเสธการลงทะเบียน เฉพาะกรณีที่ข้อมูลตรงกันจึงจะมีกระบวนการให้ยืนยันตัวตนผ่านระบบ OTP ไปยังหมายเลขโทรศัพท์ของผู้ลงทะเบียน โดยภายหลังจากลงทะเบียนเสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้วจึงสามารถบันทึกข้อมูลเพื่อรายงานแบบ 246-2 โดยผู้รายงานจะต้องมีการรับรองความถูกต้องครบถ้วนตามความเป็นจริง และรับทราบว่าข้อมูลที่บันทึกนั้นจะถูกเผยแพร่ต่อสาธารณะ พร้อมเน้นย้ำว่าระบบการเปิดเผยข้อมูลนั้นเป็นไปตามมาตรฐานสากลเดียวกับตลาดหุ้นชั้นนำของทั่วโลก รวมถึงสหรัฐ ที่ผู้ทำธุรกรรมต้องรายงาน ส่วนที่มีการสอบถามว่านางสาวสุภาพร พิมพงษ์ มีตัวตนจริงหรือไม่นั้น มองว่าตามกระบวนการยืนยันตัวตนของ ก.ล.ต. จะมีการบันทึกข้อมูลกับกรมการปกครอง ซึ่งพบว่าข้อมูลที่กรอกไว้ตรงกัน และหากมีข้อสังเกตของข้อมูลจะประสานติดต่อไปที่ผู้รายงาน ซึ่งกรณีนี้ได้ติดต่อประสานไปแล้วและสามารถติดต่อได้ เล็งดำเนินคดีตาม พรบ.หลักทรัพย์ฯ - เร่งตรวจสอบเชื่อมโยงเรื่องบัญชีม้า
นายธวัชชัย พิทยโสภณ รองเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวว่าด้านการบังคับใช้กฎหมาย ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการให้บุคคลที่เกี่ยวข้องชี้แจงข้อมูลตามกระบวนการของ ก.ล.ต. ทั้งนี้กรณีการนำส่งข้อมูลที่เป็นเท็จหรืออาจก่อให้เกิดความสำคัญผิดในสาระสำคัญต่อ ก.ล.ต. ซึ่งเป็นข้อมูลที่เปิดเผยต่อประชาชนเป็นการทั่วไป เข้าข่ายเป็นความผิดตามมาตรา 302/1 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ด้านการตรวจสอบเรื่องบัญชีม้ากรณีนางสาวสุภาพร พิมพงษ์ นั้น ปัจจุบันอยู่ระหว่างกระบวนการตรวจสอบของสำนักงาน ก.ล.ต. ซึ่งในส่วนของรายละเอียดของการบังคับใช้กฎหมายยังไม่สามารถระบุได้ เนื่องจากกำลังอยู่ในกระบวนการตรวจสอบ แต่เมื่อทำเสร็จจะมีการเปิดเผยเหมือนกันทุกเคส ส่วนกรณีธุรกรรมทั้งหมดที่นางสาวสุภาพร พิมพงษ์ มีการรายงานการได้มาของหลักทรัพย์ จำนวน 7 รายงาน รวม 6 หลักทรัพย์ ทั้งนี้ยืนยัน ก.ล.ต.ไม่ได้อยู่เฉย เพราะการที่ ก.ล.ต. เอาการรายงานทั้ง 7 รายงานออกจากระบบเผยแพร่ข้อมูลของ ก.ล.ต. เนื่องจากมีการสอบทานข้อมูลกับบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ทั้ง 6 บริษัทพบว่าธุรกรรมไม่ตรงกัน จึงเชื่อว่าธุรกรรมดังกล่าวมันไม่มีจริง "ขั้นตอนการดำเนินการตรวจสอบการรายงาน ตอนนี้เราเลือกวิธีสอบทานข้อมูลที่รายงานกับแหล่งที่ 3 จึงไม่ได้ให้เขายื่นไฟล์เอกสารการซื้อขายหุ้นแนบมาในการรายงานแบบ 246-2" นายธวัชชัย กล่าว ส่วนเรื่องการแก้ไขปรับปรุงระบบนั้น ยังไม่สามารถตอบได้ เพราะไม่ได้เป็นผู้ดูแลเรื่องระบบ แต่สำนักงาน ก.ล.ต.ยืนยันข้อมูลที่อยู่ในระบบเราดำเนินการมานานแล้ว ซึ่งการเปิดให้ลงทะเบียนก็ไม่ได้หละหลวมและเชื่อว่าระบบการยืนยันตัวตนเพียงพอ รวมถึงมีมาตรฐานสากล ส่วนกรณีมีคำแนะนำสำนักงาน ก.ล.ต.ก็ยินดีพร้อมรับฟัง แต่ไม่ได้เชื่อว่าระบบมันไม่ดี เพราะเราได้มีการพัฒนาระบบต่อเนื่องอยู่แล้ว อ่านข่าวสารของสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทยเพิ่มเติมได้ที่ : https://url.in.th/w-stock-news |