TRUE ลดเป้ารายได้จากการให้บริการปี 69 เหลือโต 1-2% รับเศรษฐกิจผันผวน-กำลังซื้อชะลอ แต่ยังคงเป้า EBITDA โต 7-9% ดัน AI ยกระดับประสิทธิภาพองค์กร ต่อยอดจุดแข็งโครงข่าย ยันเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นไม่กระทบการดำเนินธุรกิจ นายนกุล เซห์กัล หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการเงิน บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จํากัด (มหาชน) หรือ TRUE เปิดเผยในงาน "Earnings Call" โดยมีประเด็นที่สำคัญดังนี้ บริษัทปรับประมาณการผลการดำเนินงานปี 2569 โดยลดคาดการณ์การเติบโตรายได้จากการให้บริการ ไม่รวมรายได้จาก IC ลงมาอยู่ที่ 1-2% จากเดิมที่คาดว่าจะเติบโต 2-3% แต่ยังคงประมาณการกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ให้เติบโต 7-9% เช่นเดิม พร้อมทั้งคงงบลงทุนไว้ที่ 25,000-27,000 ล้านบาท การปรับลดเป้าหมายรายได้ครั้งนี้ มีสาเหตุจากหลายปัจจัย ได้แก่ การชะลอตัวของจำนวนนักท่องเที่ยว,ความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์,ความเสี่ยงจากการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน ,รายได้จากธุรกิจลูกค้าองค์กร (B2B) และธุรกิจเพย์ทีวี (Pay TV) ที่ต่ำกว่าคาด ขณะที่การคงเป้าหมาย EBITDA สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของบริษัทในการบริหารต้นทุนและดำเนินมาตรการบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไร บริษัท ยังคงนโยบายพิจารณาจ่ายเงินปันผลเป็นรายไตรมาสในอัตรา ไม่น้อยกว่า 70% ของกำไรสุทธิรวม ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับการอนุมัติของคณะกรรมการบริษัทในแต่ละไตรมาส กางแผนยุทธศาสตร์ Big Moves สำหรับช่วง 12-24 เดือนข้างหน้า โดยมุ่งขับเคลื่อนองค์กรผ่าน 4 ด้านหลัก ได้แก่ การเติบโต,ประสบการณ์ลูกค้า,เทคโนโลยี AI และการพัฒนาบุคลากร พร้อมตั้งเป้าผลักดัน EBITDA ให้เติบโตเร็วกว่ารายได้ ด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและควบคุมต้นทุน ทรูมีความได้เปรียบด้านคลื่นความถี่มากกว่าคู่แข่งราว 30% ส่งผลให้การใช้งานดาต้าเติบโต 20% จากปีก่อน โดยบริษัทจะต่อยอดความแข็งแกร่งของโครงข่ายผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการบริหารด้านราคา เพื่อเปลี่ยนการเติบโตของการใช้งานให้เป็นรายได้ เดินหน้าพัฒนาแพ็กเกจ "My Plan" และคอนเทนต์บน TrueID ซึ่งเปิดโอกาสให้ลูกค้าเลือกบริการเสริมได้ตามความต้องการ ทั้งคอนเทนต์และโซลูชันบ้านอัจฉริยะ ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ดังกล่าวคิดเป็น50% ของผู้สมัครใหม่รายไตรมาส และสร้างรายได้เฉลี่ยต่อเลขหมาย (ARPU) สูงกว่าผลิตภัณฑ์ทั่วไป 23% ทรูยังเร่งนำ AI มาเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน หลังการควบรวมกิจการบริษัทได้ปรับลดจำนวนพนักงานไปแล้ว พร้อมรวมระบบไอทีของทั้งสององค์กรเข้าด้วยกัน โดยตั้งเป้าควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานให้อยู่ในระดับคงที่ เพื่อผลักดันการเติบโตของกำไร ยืนยันว่าการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นจะไม่กระทบต่อทิศทางธุรกิจ โดย China Mobile ซึ่งถือหุ้นในทรู 7.81% ยังคงมีบทบาทในการกำหนดกลยุทธ์ผ่านคณะกรรมการบริษัท และสนับสนุนการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้าน AI การตลาด และเทคโนโลยีโครงข่าย หนึ่งในความร่วมมือสำคัญคือการนำ AI และ Machine Learning มาใช้บริหารสถานีฐานโทรศัพท์เคลื่อนที่ ช่วยลดการใช้พลังงานในช่วงที่มีการใช้งานต่ำ ส่งผลให้บริษัทประหยัดค่าไฟได้กว่า 350 ล้านบาท ในปีที่ผ่านมา แจงข่าวลือไชน่าโมบายขายหุ้น ยืนยันไม่มีแผนถอนการลงทุน ผู้บริหารยังชี้แจงกระแสข่าวการขายหุ้นของ China Mobile ว่า บริษัทไม่มีแผนถอนการลงทุนทั้งหมด โดยอยู่ระหว่างพิจารณาปรับพอร์ตการลงทุนผ่านการขายหุ้นไม่เกิน 1% ซึ่งเป็นการบริหารพอร์ตตามปกติ และไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานหรือแผนธุรกิจของทรู บริษัทเชื่อว่าความแข็งแกร่งของโครงข่าย การลงทุนด้าน AI และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ จะเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนและผลักดันผลประกอบการในระยะยาว อ่านข่าวสารของสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทยเพิ่มเติมได้ที่ : https://url.in.th/w-stock-news |