เปิดมุมมองโบรกฯ หลัง HMPRO ประกาศงบไตรมาส 2/69 มองกำไรผ่านจุดต่ำสุด มีแนวโน้มฟื้นตัวต่อในช่วงครึ่งปีหลัง รับอัตรากำไรดีขึ้น เด่นปันผลโบรกฯ คาดยีลด์ 6% ให้กรอบราคาเป้าหมาย 7-7.50 บาทต่อหุ้น แนะทั้งถือและซื้อ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังบริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ HMPRO รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 มีกำไรสุทธิ 1,594.18 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.99% จากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากยอดขายเครื่องใช้ไฟฟ้ากลุ่มทำความเย็นที่เติบโตโดดเด่นตามสภาพอากาศร้อน รวมถึงการบริหารสัดส่วนสินค้าที่มีอัตรากำไรสูงและสินค้า Private Brand ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ด้านผลประกอบการงวด 6 เดือนแรกปี 2569 บริษัทมีกำไรสุทธิ 2,998.15 ล้านบาท ลดลง 3.47% จากช่วงเดียวกันปีก่อน จากฐานกำไรที่สูงในไตรมาสแรกของปีก่อน ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 35,203.91 ล้านบาท ลดลง 2.51% อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นยังปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็น 27.18% จาก 26.01% ในปีก่อน สะท้อนการบริหาร Product Mix และการผลักดันสินค้า House Brand ที่มีประสิทธิภาพ
โดยมุมมองของโบรกเกอร์มีต่อหุ้น HMPRO ดังนี้
โบรกมองกำไรผ่านจุดต่ำสุด คาดครึ่งปีหลังฟื้นต่อ อานิสงส์สินค้า House Brand หนุนมาร์จิ้น
นักวิเคราะห์ประเมินว่า ผลการดำเนินงานของ HMPRO เริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัว โดยเฉพาะอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวดีขึ้นจากการบริหาร Product Mix และการเพิ่มสัดส่วนการจำหน่ายสินค้า House Brand แม้ว่าภาพรวมกำลังซื้อของผู้บริโภคยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ และยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ยังคงอยู่ในระดับทรงตัวถึงติดลบเล็กน้อย
โดยบล.พาย ยังคงคำแนะนำ "ซื้อ" ให้มูลค่าพื้นฐาน 7.50 บาท โดยระบุว่า กำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ประมาณ 1.6 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% ทั้งเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนและไตรมาสก่อน ซึ่งเป็นไปตามที่ฝ่ายวิจัยและตลาดคาดการณ์ไว้ ปัจจัยหลักมาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ขยายตัวถึง 180 Basis Points จากการเพิ่มสัดส่วนการขายสินค้า Private Brand และการปรับราคาสินค้าบางรายการให้สอดคล้องกับต้นทุน
นอกจากนี้ ยอดขายเครื่องใช้ไฟฟ้ากลุ่มทำความเย็นยังได้รับแรงหนุนจากสภาพอากาศที่ร้อนกว่าปกติ ส่งผลให้ยอดขายในเดือนเมษายนเติบโตโดดเด่น ขณะที่ความต้องการซื้อสินค้าก่อนการปรับขึ้นราคาช่วยหนุนยอดขายของทั้ง HomePro และ Mega Home แม้ว่ายอดขายจะเริ่มชะลอลงในเดือนพฤษภาคมและมิถุนายนก็ตาม
ด้านยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ของ HomePro ในไตรมาส 2 อยู่ที่ -0.7% ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากไตรมาสแรกที่ติดลบ 12.5% ส่วน Mega Home กลับมาเติบโต 1.3% ขณะที่ HomePro Malaysia ยังหดตัว 4% จากสินค้าไม่ตอบโจทย์ผู้บริโภคในตลาดมาเลเซีย
ฝ่ายวิจัยประเมินว่า แนวโน้มผลประกอบการในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2569 จะฟื้นตัวต่อเนื่องเมื่อเทียบกับปีก่อน แม้ว่ายอดขายสาขาเดิมในช่วงปลายไตรมาส 2 และต้นไตรมาส 3 ยังไม่แข็งแกร่งนัก โดยข้อมูลเบื้องต้นพบว่า SSSG ของ HomePro ช่วง 26 วันแรกของเดือนกรกฎาคมยังติดลบราว 3% ขณะที่ Mega Home ทรงตัวจากปีก่อน
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่า พฤติกรรมผู้บริโภคที่ยังระมัดระวังการใช้จ่าย จะกลับเป็นปัจจัยบวกต่อบริษัท เนื่องจากลูกค้ามีแนวโน้มหันมาเลือกซื้อสินค้า House Brand ซึ่งมีราคาถูกกว่าสินค้าแบรนด์ชั้นนำ แต่ให้อัตรากำไรที่สูงกว่า ส่งผลให้บริษัทสามารถรักษาและขยายอัตรากำไรขั้นต้นได้ แม้ต้องเผชิญต้นทุนค่าขนส่งที่ยังอยู่ในระดับสูง
อีกปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนการเติบโตคือ การขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง โดยไตรมาส 2 บริษัทเปิด HomePro สาขาสมุย (เฉวง) และปรับสาขาสุพรรณบุรีเป็น Hybrid Store ส่งผลให้จำนวนสาขารวมเพิ่มเป็น 134 สาขา ซึ่งจะช่วยเพิ่มฐานรายได้ในระยะยาว
แนะ "ถือ" ชู HMPRO เด่นหุ้นปันผลคาดยีลด์ 6%
ขณะที่ บล.กรุงศรี เริ่มต้นบทวิเคราะห์หุ้น HMPRO ด้วยคำแนะนำ "ถือ (HOLD)" และให้ราคาเป้าหมายปี 2570 ที่ 7.00 บาท โดยมีมุมมองค่อนข้างระมัดระวังต่อการฟื้นตัวของกำลังซื้อในประเทศ แม้ผลประกอบการไตรมาส 2 จะออกมาดีกว่าช่วงต้นปี แต่ยังมองว่าภาพรวมธุรกิจค้าปลีกวัสดุตกแต่งบ้านยังเผชิญแรงกดดันจากการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่ฟื้นตัวช้า ฝ่ายวิจัยคาดว่ากำไรหลักของ HMPRO ในปี 2569 จะลดลงประมาณ 1% จากปีก่อน สวนทางกับผู้ประกอบการค้าปลีกบางกลุ่ม ก่อนจะกลับมาเติบโตราว 7% ในปี 2570 จากการฟื้นตัวของอุปสงค์และการขยายสาขา ทั้งนี้มองว่าราคาหุ้นปัจจุบันได้สะท้อนปัจจัยลบไปค่อนข้างมากแล้ว โดยซื้อขายที่ PER ปี 2569-2570 ระดับ 14.4 เท่า และ 13.5 เท่า ตามลำดับ ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวประมาณ 1 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (1SD) แต่ยังไม่มีปัจจัยใหม่ที่จะช่วยเร่งการเติบโตของกำไรในระยะสั้น จึงมองว่า HMPRO เหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการถือรับเงินปันผลมากกว่าการเก็งกำไร โดยคาดเงินปันผลปี 2569 อยู่ที่ 0.38 บาทต่อหุ้น หรือคิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลประมาณ 6% | โบรกฯ | คำแนะนำ | ราคาเป้าหมาย | | พาย | ซื้อ | 7.50 บาท | | กรุงศรี | ถือ | 7.00 บาท |
|