KTC เผยยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเคทีซี เจซีบี ครึ่งปีแรกโต 25% หลังความนิยมเที่ยวญี่ปุ่นคนไทยพุ่งแรง แย้มปัจจุบันประเทศญี่ปุ่นครองสัดส่วนสูงสุดถึง 60% ของยอดใช้จ่ายต่างประเทศ พร้อมตั้งเป้าบัตรเครดิตเคทีซี เจซีบี ปีนี้แตะ 4.5 แสนใบและยอดใช้จ่ายผ่านบัตรโต 25% จากปีก่อน นายธศพงษ์ รังควร ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC เปิดเผยว่าความนิยมญี่ปุ่นของผู้บริโภคไทยกำลังขยายจากการเดินทางสู่การใช้ชีวิตประจำวัน ทั้งด้านอาหาร การช้อปปิ้ง และไลฟ์สไตล์ ส่งผลให้ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเคทีซี เจซีบี ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 69 ยังขยายตัวไปแล้วมากกว่า 25% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และแซงหน้าปี 68 ที่เติบโตราว 12%
โดยมองว่าการเติบโตดังกล่าวเป็นผลมาจากการจับกลุ่มลูกค้าที่ถูกต้อง โดยเฉพาะบัตรเครดิตเคทีซี เจซีบี อัลติเมท สำหรับสมาชิกที่มีรายได้ตั้งแต่ 50,000 บาทขึ้นไป ซึ่งพบว่ามียอดใช้จ่ายเพิ่มขึ้นมากกว่า 60% และปัจจุบันกลุ่มลูกค้าดังกล่าวมีสัดส่วนคิดเป็นประมาณ 40% ของกลุ่มลูกค้าทั้งหมด ทั้งนี้ปัจจุบันประเทศญี่ปุ่นยังครองสัดส่วนสูงสุดถึง 60% ของยอดใช้จ่ายต่างประเทศผ่านบัตรเครดิตเคทีซี เจซีบี รองลงมาอันดับ 2 คือประเทศสิงคโปร์ และฮ่องกง อันดับที่ 3 โดยยอดใช้จ่ายในญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น 44% จำนวนรายการเพิ่มขึ้น 45% และจำนวนสมาชิกที่ใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 47% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งสะท้อนว่าความนิยมญี่ปุ่นไม่ได้หยุดอยู่เพียงการเดินทาง แต่ต่อเนื่องมาถึงการบริโภคและการใช้ชีวิตประจำวัน ขณะที่บริษัทตั้งเป้ายอดออกบัตรเครดิตเคทีซี เจซีบีใหม่ปีนี้ประมาณ 100,000 ใบ หลังจากในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมามียอดออกบัตรใหม่แล้วประมาณ 50,000 ใบ ซึ่งส่งผลทำให้คาดว่ายอดบัตรเครดิตเคทีซี เจซีบีจะแตะระดับ 450,000 ใบ ภายในสิ้นปีนี้ จากปัจจุบันที่มีอยู่ประมาณ 400,000 ใบ ส่วนด้านยอดใช้จ่ายผ่านบัตรมีแนวโน้มเติบโตสูงกว่าเป้าหมายที่วางไว้ จากเดิมที่คาดไว้เติบโต 25% จากปีก่อน
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเคทีซีและเจซีบี ประสบความสำเร็จในการสร้างการรับรู้ให้บัตรเครดิตเคทีซี เจซีบี เป็นหนึ่งในบัตรที่สมาชิกเลือกใช้เมื่อเดินทางไปประเทศญี่ปุ่น แต่ปัจจุบัน รูปแบบการใช้ชีวิตและความสนใจของผู้บริโภคมีความหลากหลายมากขึ้น ความชื่นชอบในวัฒนธรรมญี่ปุ่นไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะช่วงเวลาของการท่องเที่ยว แต่ได้ขยายมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ทั้งด้านอาหาร การช้อปปิ้ง และกิจกรรมไลฟ์สไตล์ต่างๆ โดยเป้าหมายของเคทีซี จึงเป็นการขยายบทบาทของบัตรเครดิตเคทีซี เจซีบี ให้ก้าวข้ามการเป็นบัตรสำหรับใช้จ่ายในประเทศญี่ปุ่น โดยพัฒนาให้สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ญี่ปุ่นได้อย่างครบถ้วนทั้งในประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่น ภายใต้แนวคิด “ทั้งไทย ทั้งญี่ปุ่น ใช้คุ้มกว่าในใบเดียว” เมื่อพิจารณาพฤติกรรมการใช้จ่ายในญี่ปุ่นพบว่า หมวดร้านค้าปลีกชั้นนำยังคงเป็นหมวดที่ได้รับความนิยมสูงสุด โดยเฉพาะร้านค้าชื่อดังอย่าง TAKEYA และ Don Quijote รองลงมาคือร้านค้าทั่วไปในสนามบิน ร้านแฟชั่น ห้างสรรพสินค้า และร้านขายสินค้าเฉพาะกลุ่ม สะท้อนว่าการช้อปปิ้งยังคงเป็นหนึ่งในกิจกรรมสำคัญของนักท่องเที่ยวไทยเมื่อเดินทางไปญี่ปุ่น สำหรับการใช้จ่ายในประเทศไทย หมวดร้านอาหารมียอดความถี่ในการใช้จ่ายเติบโต 20% และมีจำนวนสมาชิกที่ใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 30% เมื่อเทียบกับปีก่อน สะท้อนให้เห็นว่าความนิยมอาหารญี่ปุ่นยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการใช้จ่ายในประเทศ เคทีซีจึงมุ่งพัฒนาสิทธิประโยชน์ร่วมกับร้านอาหารญี่ปุ่นยอดนิยม รวมถึงประสบการณ์ด้านไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายมากขึ้น เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ชื่นชอบความเป็นญี่ปุ่นในทุกมิติ แนวคิดดังกล่าวสะท้อนผ่านแคมเปญ “กินญี่ปุ่น ลุ้นเที่ยวญี่ปุ่น” ซึ่งจัดขึ้นมาอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลาหลายปี โดยต่อยอดความนิยมอาหารญี่ปุ่นผ่านสิทธิพิเศษจากร้านอาหารญี่ปุ่นในประเทศไทย พร้อมมอบโอกาสให้สมาชิกได้รับรางวัลเดินทางท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น ภายใต้แนวคิด “Japan in Thailand, Japan in Japan” ที่เชื่อมต่อประสบการณ์การใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเคทีซี เจซีบี ทั้งในประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่นอย่างต่อเนื่อง นายยูสุเกะ มัตสุย กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจซีบี อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่าพฤติกรรมผู้ถือบัตรเครดิตเคทีซี เจซีบี แสดงให้เห็นถึงการใช้จ่ายข้ามพรมแดนระหว่างไทยและญี่ปุ่นที่มีความต่อเนื่อง โดยเฉพาะในหมวดการเดินทาง อาหาร และไลฟ์สไตล์ สะท้อนทั้งการเดินทางที่เพิ่มขึ้นและความเชื่อมั่นในการเลือกใช้บัตรเจซีบี เป็นช่องทางชำระเงินในทั้งสองประเทศ ปัจจุบัน เจซีบีมีผู้ถือบัตรในประเทศไทยประมาณ 2 ล้านราย และฐานสมาชิกบัตรเติบโตประมาณ 10% เมื่อเทียบกับปีก่อน ตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในฐานะหนึ่งในตลาดยุทธศาสตร์สำคัญของภูมิภาคอาเซียน ขณะเดียวกันผู้ถือบัตรเจซีบี สามารถใช้จ่ายได้ที่ร้านค้ากว่า 72 ล้านแห่งทั่วโลก โดยในประเทศไทยครอบคลุมร้านค้าชั้นนำในหมวดค้าปลีก ร้านอาหาร การท่องเที่ยว และการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ส่วนในประเทศญี่ปุ่น เจซีบีมีเครือข่ายการรับบัตรที่ครอบคลุมกว้างขวาง ช่วยให้ผู้ถือบัตรใช้จ่ายได้อย่างสะดวกและต่อเนื่องตลอดการเดินทาง นอกจากนี้เจซีบียังถ่ายทอดแนวคิด “JCB SAY ให้ (HAI)” ซึ่งได้แรงบันดาลใจจาก Omotenashi จิตวิญญาณการบริการแบบญี่ปุ่นที่เน้นความใส่ใจและความจริงใจในทุกรายละเอียด โดยมุ่งสร้างประสบการณ์ผ่านสิทธิประโยชน์และกิจกรรมที่มากกว่าธุรกรรมการชำระเงิน โดยเชื่อว่า “ทุกสิ่งดี ๆ เริ่มต้นจากการให้” พร้อมส่งมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับผู้ถือบัตร “Giving first, giving the best” ผ่านสิทธิประโยชน์ โปรโมชัน และประสบการณ์ที่คัดสรรอย่างตั้งใจ เพื่อเติมเต็มทุกการเดินทางของผู้ถือบัตรระหว่างประเทศไทยและญี่ปุ่นให้พิเศษยิ่งขึ้น “เจซีบี ยังคงเดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งในบทบาทของการเป็นสะพานเชื่อมระหว่างไทยและญี่ปุ่น ผ่านระบบนิเวศด้านการชำระเงินที่ช่วยให้ผู้ถือบัตรสามารถใช้จ่ายได้อย่างสะดวก พร้อมรับสิทธิประโยชน์และความคุ้มค่าอย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะอยู่ในประเทศไทยหรือญี่ปุ่น” นายยูสุเกะ กล่าว นายฮาจิเมะ นาคาสุงิ ผู้อำนวยการบริหาร องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น (JNTO) สำนักงานกรุงเทพฯ กล่าวว่าในปี 68 มีผู้เดินทางสัญชาติไทยเข้าญี่ปุ่นราว 1.2 ล้านคน เพิ่มขึ้น 7.3% จากปีก่อน โดยเป็นกลุ่มที่เดินทางเพื่อการท่องเที่ยวประมาณ 1.1 ล้านคน หรือประมาณ 95% สะท้อนว่าญี่ปุ่นยังคงเป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญของคนไทย พฤติกรรมนักท่องเที่ยวไทยยังเปลี่ยนไปสู่การเดินทางด้วยตนเองและการเดินทางซ้ำมากขึ้น โดยเกือบ 80% วางแผนและเดินทางด้วยตนเอง ขณะที่ประมาณ 70% เคยเดินทางไปญี่ปุ่นตั้งแต่สองครั้งขึ้นไป และราวหนึ่งในสี่เคยเดินทางมาแล้วอย่างน้อยหกครั้ง ความคุ้นเคยดังกล่าวทำให้นักท่องเที่ยวไทยค้นหาประสบการณ์ที่เฉพาะเจาะจงและเดินทางออกสู่ภูมิภาคมากขึ้น นักท่องเที่ยวไทยประมาณ 40% เลือกพักค้างคืนในพื้นที่นอกเมืองหลัก ขณะที่กลุ่มที่พำนักตั้งแต่หกวันขึ้นไปมีสัดส่วนรวมมากกว่าครึ่ง สะท้อนโอกาสในการกระจายกิจกรรมและรายได้จากการท่องเที่ยวไปยังภูมิภาคต่าง ๆ ของญี่ปุ่น นอกเหนือจากฤดูซากุระ ใบไม้เปลี่ยนสี และกิจกรรมเกี่ยวกับหิมะ นักท่องเที่ยวไทยยังสนใจกิจกรรมเฉพาะทางมากขึ้น เช่น สกี,สโนว์บอร์ด,สโนว์โมบิล, การเดินทางด้วยรถแคมป์ปิ้ง, กิจกรรมวัฒนธรรมชาและมัทฉะ ตลอดจนการเดินทางเพื่อเข้าร่วมงานวิ่งมาราธอน นอกจากนี้เพื่อเพิ่มความคุ้มค่าแก่สมาชิกบัตรเครดิตเคทีซี เจซีบี เพียงลงทะเบียนและมียอดใช้จ่ายสะสมในประเทศญี่ปุ่นเป็นสกุลเงินต่างประเทศครบ 100,000 บาท ตามเงื่อนไข รับคะแนน KTC 4 เท่า ระหว่างวันที่ 15 พ.ค.69 – 31 ก.ค.69 ให้ efinAI ช่วยสรุปข่าวและสัญญาณหุ้นก่อนใคร ได้ที่ : https://url.in.th/w-efin-stocknews สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย เตรียมจัดงาน “CAPITAL WITH PURPOSE 2026” งานสัมมนาด้าน ESG สำหรับผู้บริหารองค์กร ที่จะเจาะลึกประเด็น Green Finance เทรนด์การเงินเพื่อความยั่งยืน และโอกาสการเข้าถึงทุนในโลกธุรกิจยุคใหม่ โดยงานจะจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 26 มิ.ย. 2569 ณ True Digital Park ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดและลงทะเบียนเข้าร่วมงาน คลิกภาพ! 
|