ซีอีโอ Bitcoin Depot คาด จำนวนติดตั้งตู้ ATM คริปโท มีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นทั่วโลกหลัง Bitcoin Halving หลังปี 2023 จำนวนตู้ได้ลดลงเป็นครั้งแรกในรอบทศวรรษ Brandon Mintz ซีอีโอของ Bitcoin Depot ผู้ให้บริการตู้เอทีเอ็ม (ATM) คริปโทรายใหญ่ของโลก ได้ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว Cointelegraph ว่า ตู้ ATM คริปโทมีแนวโน้มจะกลับมาถูกติดตั้งเพิ่มมากขึ้นทั่วโลกหลังเหตุการณ์ Bitcoin Halving ซึ่งจะเป็นช่วงเวลาที่ราคา Bitcoin พุ่งขึ้นอย่างมาก และนักลงทุนคริปโทเกิดอาการ FOMO (การกลัวตกรถ) กันขีดสุด เนื่องจากพอคนซื้อ Bitcoin มากขึ้น ความต้องการในการใช้งานตู้ ATM คริปโทก็จะเพิ่มขึ้นไปด้วย โดยในปี 2023 จำนวนการติดตั้งตู้ ATM คริปโทได้ลดลงเป็นครั้งแรกในรอบทศวรรษ ซึ่งมีปัจจัยมาจากตลาดหมีที่มีแนวโน้มจะรุนแรงมากขึ้นหลังการล่มสลายของบริษัทคริปโทหลายแห่ง โดยเฉพาะกระดานเทรดคริปโทชั้นนำอย่าง FTX ซึ่งล่มสลายไปเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2022 สำหรับปี 2024 นั้น Mintz กล่าวว่าเป็นปีที่เริ่มต้นมาอย่างสดใส เนื่องจากมีตู้ ATM คริปโทติดตั้งเพิ่ม 1,469 เครื่องในช่วง 3 เดือนแรก เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันเมื่อปีที่แล้วที่ถอนติดตั้งไปกว่า 3,000 เครื่อง อ้างอิงข้อมูลจาก CoinATMRadar อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจำนวนตู้ ATM จะค่อย ๆ เพิ่มขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ แต่ Mintz เผยว่าในช่วง 18 เดือนที่ผ่านมา จำนวนผู้ให้บริการตู้ ATM ได้ลดลง โดยหนึ่งในผู้ให้บริการรายใหญ่ที่สุดคือ Coin Cloud ซึ่งมีตู้ ATM มากถึง 5,000 เครื่อง แต่ล้มละลายในเดือนกุมภาพันธ์ 2023 ทั้งนี้ ด้านผลประกอบการประจำปี 2023 ของ Bitcoin Depot พบว่าบริษัทมีรายได้เพิ่มขึ้น 7% อยู่ที่ 689 ล้านดอลลาร์ ขณะที่รายได้สุทธิลดลง 54% เหลือ 1.6 ล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ บริษัทยังได้ซื้อตู้ ATM มาติดตั้งเพิ่ม 900 เครื่องในช่วงไตรมาสแรกของปี 2024 รวมถึงมีแผนจะติดตั้ง 940 เครื่องในร้านสะดวกซื้อใน 24 รัฐของสหรัฐฯ Bitcoin Depot ถือเป็นผู้ให้บริการตู้ ATM คริปโทรายใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีจำนวนตู้มากถึง 7,300 เครื่อง (คิดเป็น 19.9% จาก 37,000 เครื่องทั่วโลก) รองลงมาคือ Coinflip มี 4,200 เครื่อง (11.4%) ตามมาด้วย Bitstop มี 2,500 เครื่อง (6.9%) อ้างอิงข้อมูลจาก CoinATMRadar ที่มา: Cointelegraph |