PTTEP เผยไตรมาส 2/69 มีกำไรสุทธิ 27,197 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 101 รับปริมาณทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หนุนครึ่งแรกปี 69 กำไรสุทธิ 39,032 ล้านบาท พร้อจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 4.50 บาทต่อหุ้น บอร์ดไฟเขียวตั้ง "คณิตา ฐณิตา ศาศวัตายุ" เป็นซีอีโอคนใหม่ มีผล 1 ต.ค. 69 บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP รายงานผลดำเนินงานไตรมาส 2/69 มีกำไรสุทธิ 27,197 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 101 จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธื 13,515 ล้านบาท (เทียบเท่า 833 ล้านดอลลาร์ สรอ.) ส่วนงวด 6 เดือนแรก มีกำไรสุทธื 39,032 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 29.7 จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 30,076 ล้านบาท (เทียบเท่า 1,209 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ไตรมาส 2/69 มีปัจจัยสำคัญจากปริมาณขายเฉลี่ยต่อวันที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 4 มาอยู่ที่ 572,882 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน ซึ่งทำสถิติสูงสุดของบริษัท สาเหตุหลักจากโครงการในอ่าวไทยที่เร่งส่งก๊าซธรรมชาติสูงกว่า ปริมาณการส่งก๊าซธรรมชาติสูงสุดตามสัญญา (CDC) เพื่อสนับสนุน ความต้องการพลังงานภายในประเทศ รวมถึงการขายน้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้นจากโครงการเอส 1 และโครงการในประเทศแอลจีเรีย นอกจากนี้ ยังได้แรงหนุนจากราคาขายผลิตภัณฑ์เฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ 15 มาอยู่ที่ 52.89 ดอลลาร์ สรอ. ต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ แม้ว่าต้นทุนต่อหน่วยจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 6 มาอยู่ที่ 29.78 ดอลลาร์ สรอ. ต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ จากค่าเสื่อมราคาและค่าใช้จ่ายในการสำรวจที่สูงขึ้นก็ตาม นอกจากนี้ บริษัทยังมีกำไรจากรายการที่ไม่ใช่การดำเนินงานปกติเพิ่มขึ้น โดยหลักจากสัญญาประกันความเสี่ยงราคาน้ำมันอันเป็นผลจากการปรับลดลงของราคาซื้อขายน้ำมันล่วงหน้า นายมนตรี ลาวัลย์ชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร PTTEP เปิดเผยว่า ผลประกอบการ 6 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทมีกำไรสุทธิ 39,032 ล้านบาท (เทียบเท่า 1,209 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) และมีรายได้รวม 176,756 ล้านบาท (เทียบเท่า 5,495 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยมีปริมาณขายปิโตรเลียมเฉลี่ยอยู่ที่ 563,179 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 14 เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยหลักมาจากโครงการในอ่าวไทยและโครงการที่ได้เข้าร่วมลงทุนในปีก่อนหน้า ได้แก่ โครงการพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย เอ 18 โครงการแอลจีเรีย ทูอัท และโครงการมาเลเซีย เอสเค 408 ในขณะที่ราคาขายผลิตภัณฑ์ในช่วง 6 เดือนแรกเฉลี่ยอยู่ที่ 49.54 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามทิศทางการปรับตัวของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ส่งผลให้การดำเนินงานในช่วงครึ่งปีแรก ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลางที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปตท.สผ. ยังคงมุ่งเน้นการบริหารจัดการแหล่งพลังงานภายในประเทศ โดยยังคงเดินหน้าผลิตก๊าซธรรมชาติจากแหล่งในประเทศอย่างเต็มศักยภาพ ด้วยอัตราประมาณ 2,680 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน สูงกว่าปริมาณการขายก๊าซธรรมชาติต่อวันตามสัญญา (Daily Contractual Quantity หรือ DCQ) ที่ประมาณ 2,500 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบด้านพลังงานต่อประชาชนและภาคอุตสาหกรรม ตลอดจนเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ ในด้านความยั่งยืน บริษัทประสบความสำเร็จในการนำแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียมที่สิ้นสุดการผลิตกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ทั้งโครงสร้าง (Total Wellhead Platform Reuse) เป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่แท่นหลุมผลิตจักรวาลเค (JKWK) ของแหล่งฟูนาน ในโครงการจี 1/61 โดยได้นำทั้งส่วนบนของแท่นหลุมผลิต (Topside) ขาแท่น (Jacket) และเสาเข็มบางส่วน (Piles Section) ไปติดตั้งและใช้งานใหม่ในแหล่งเดียวกัน ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ซึ่งผสานกับวิศวกรรมการก่อสร้างและเทคโนโลยีที่ทันสมัย ทำให้การบริหารจัดการทรัพยากรเกิดประโยชน์สูงสุด ช่วยลดระยะเวลาการก่อสร้างจนถึงติดตั้ง ลดต้นทุนการก่อสร้าง ลดการใช้ทรัพยากรใหม่ และช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอีกด้วย นอกจากนี้ ยังได้ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOA) กับกรมประมง และกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เพื่อนำขาแท่น (Jacket) หลุมผลิตปิโตรเลียมที่หมดภาระการใช้งานแล้ว มาจัดทำปะการังเทียมในอ่าวไทย โดยเป็นการนำโครงสร้างเหล็กที่หมดภาระการใช้งานแล้วในกิจการปิโตรเลียมซึ่งยังคงแข็งแรง และปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม มาใช้ให้เกิดคุณค่าและเกิดประโยชน์สูงสุดกับท้องทะเลไทยและชุมชน ทั้งนี้ ปตท.สผ. ภายใต้การกำกับดูแลของกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ จะดำเนินการจัดวางและส่งมอบขาแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียมที่หมดภาระการใช้งานแล้ว จำนวน 9 ขาแท่นให้กับกรมประมง เพื่อเสริมสร้างความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศทางทะเล เพิ่มแหล่งอาศัยให้แก่สัตว์ทะเล และสร้างความยั่งยืนให้แก่ภาคการประมง โดยคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ในช่วงไตรมาส 4 นี้ อนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลปี 2569 ในอัตรา 4.50 บาทต่อหุ้น จากความแข็งแกร่งทางธุรกิจและฐานะการเงินที่มั่นคง บริษัทเดินหน้าสร้างผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ โดยเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล สำหรับผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 ในอัตรา 4.50 บาทต่อหุ้น ทั้งนี้ กำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 14 สิงหาคม 2569 และจะจ่ายเงินปันผลในวันที่ 28 สิงหาคม 2569 นำส่งรายได้ให้กับรัฐกว่า 27,700 ล้านบาท เพื่อพัฒนาประเทศ ในรอบครึ่งแรกปี 2569 ปตท.สผ. ได้นำส่งรายได้ให้กับรัฐในรูปของภาษีเงินได้ ค่าภาคหลวง และส่วนแบ่งผลประโยชน์อื่น ๆ จำนวนกว่า 27,700 ล้านบาท เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาประเทศด้านต่าง ๆ เช่น การพัฒนาชุมชน การศึกษา และการวิจัยและพัฒนา นอกจากนี้ รัฐยังได้รับส่วนแบ่งจากผลผลิตปิโตรเลียมของโครงการจี 1/61 และจี 2/61 ซึ่งอยู่ภายใต้สัญญาแบ่งปันผลผลิต (PSC) ซึ่งเป็นรายได้ทางตรงจากการผลิตปิโตรเลียมที่รัฐสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการพัฒนาประเทศอีกส่วนหนึ่งด้วย บอร์ดอนุมัติตั้งซีอีโอคนใหม่ ที่ประชุมคณะกรรมการ เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 มีมติแต่งตั้ง นางสาวคณิตา ฐณิตา ศาศวัตายุ ให้ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการ แทนนายมนตรี ลาวัลย์ชัยกุล ที่จะสิ้นสุดการดำรงตำแหน่งในวันที่ 30 กันยายน 2569 โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป โบรกฯ ประเมินงบ Q2/69 ที่ 26.2-27.0 พันลบ. สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมองคาดการณ์งบการเงินจากบทวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่เผยแพร่ล่าสุด ที่เกี่ยวกับหุ้น บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP ดังนี้ - บล.ฟินันเซีย ไซรัส ประเมินงบ Q2/69 ที่ 27,000 ล้านบาท (ราคาเป้าหมาย 158.71 บาท) - บล.ทิสโก้ ประเมินงบ Q2/69 ที่ 26,200 ล้านบาท (ราคาเป้าหมาย 166.00 บาท) อนึ่ง ข้อมูลจากบริษัทหลักทรัพย์ดังกล่าว เป็นข้อมูลคาดการณ์งบการเงิน ก่อนที่บริษัทจะประกาศผลประกอบการ ทั้งนี้ บริษัทหลักทรัพย์อาจมีการปรับประมาณการ หรืออัพเดทข้อมูลหลังจากได้ข้อมูลอย่างเป็นทางการ ให้ efinAI ช่วยสรุปข่าวและสัญญาณหุ้นก่อนใคร ได้ที่ : https://url.in.th/w-efin-stocknews |