สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมอง ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่ได้ประเมินทิศทางของ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT จากบทวิเคราะห์ที่ออกมาในวันที่ 29 มิ.ย.69 ชื่อโบรกเกอร์ | คำแนะนำ | ราคาเป้าหมาย (บาท) | บล.ยูโอบีเคย์เฮียน | ซื้อ | 80.00 | บล.ดาโอ (ประเทศไทย) | ซื้อ | 70.00 | บล.กรุงศรี | ซื้อ | 70.00 | บล.บัวหลวง | ซื้อ | 68.00 | บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส | ซื้อ | 68.00 | บล.พาย | ถือ | 64.00 |
สรุปปัจจัยบวก +
+ แนวโน้มกำไรปี FY27E เติบโตก้าวกระโดด : คาดการณ์กำไรสุทธิปี FY27E พุ่งสูงขึ้นอยู่ในกรอบประมาณ 2.6 หมื่นล้านบาท หรือเติบโต +42% ถึง +58% YoY โดยมีปัจจัยหนุนสำคัญจากการปรับขึ้นค่าธรรมเนียมบริการผู้โดยสาร (PSC) อัตราใหม่เต็มปี และการปรับเพิ่มคาดการณ์ผู้โดยสารระหว่างประเทศสู่ระดับ 80 ล้านคน ซึ่งช่วยผลักดันทั้งรายได้ PSC รายได้สัมปทาน และอัตรากำไรที่ดีขึ้น (บล.ดาโอ, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.กรุงศรี) + ศักยภาพการเติบโตระยะยาวและ Upside เพิ่มเติมจากการปรับขึ้นค่าธรรมเนียม : มีโอกาสสร้างรายได้เพิ่มขึ้นจากการศึกษาจัดเก็บค่า PSC สำหรับผู้โดยสาร transfer/transit และการปรับขึ้นค่าธรรมเนียม Landing & Parking ซึ่งปัจจุบันต่ำกว่ามาตรฐานสากลราว 30-50% (ประเมินว่าการปรับขึ้นทุกๆ 10% จะช่วยเพิ่มกำไรได้ราว 1.5%) รวมถึงแผนการทบทวนค่า PSC ในทุกๆ 5 ปี (บล.ดาโอ, บล.บัวหลวง, บล.กรุงศรี, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.พาย) + จำนวนผู้โดยสารระหว่างประเทศฟื้นตัวแข็งแกร่ง : ตัวเลขผู้โดยสารระหว่างประเทศของสนามบินภูเก็ต (HKT) ในปี FY25 ฟื้นตัวสูงกว่าช่วงก่อนโควิดแล้ว โดยคิดเป็น 104% ของระดับปี FY19 และยังคงเติบโตต่อเนื่อง 0.9% YoY ในช่วง 1HFY26 แม้จะมีผลกระทบทางภูมิรัฐศาสตร์ (บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส) + แผนขยายขีดความสามารถรองรับผู้โดยสารระยะยาว : เดินหน้าโรดแมปขยายความจุสนามบินทั้ง 6 แห่ง จากเดิม 116 ล้านคน/ปี เพิ่มเป็น 211 ล้านคน/ปี ภายใน 20 ปี (ปี 2045) โดยมีโครงการเร่งด่วน เช่น สนามบินภูเก็ต เฟส 2 ที่จะเพิ่มความจุเป็น 18-28 ล้านคน/ปี ควบคู่กับแผนปรับย้ายตำแหน่ง ILS Localizer เพื่อเพิ่มเที่ยวบินเป็น 30 เที่ยวบิน/ชั่วโมง (บล.ดาโอ, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.พาย) + การบริหารเงินลงทุนและกระแสเงินสดมีประสิทธิภาพ : การลงทุน 3 แสนล้านบาทในช่วง 3-5 ปีข้างหน้า จะเน้นใช้กระแสเงินสดภายในและการบริหารต้นทุนโดยยังไม่มีแผนกู้เงินเพิ่ม ประกอบกับการเลื่อนเปิดใช้สนามบินดอนเมือง เฟส 3 ไปเป็นปี 2034 ช่วยกระจายรอบการลงทุน (Capex Cycle) และลดแรงกดดันต่อกระแสเงินสดรายปี (บล.ดาโอ, บล.บัวหลวง) + การเตรียมเปิดตัวผู้ให้บริการภาคพื้นรายที่ 3 : คาดว่า AOTGA จะได้รับการอนุมัติจาก ครม. ในเร็วๆ นี้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและเพิ่มศักยภาพในการรองรับเที่ยวบิน (บล.บัวหลวง, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส) สรุปปัจจัยลบ - - ผลประกอบการไตรมาส 3 (3QFY26E) มีแนวโน้มชะลอตัว : คาดการณ์กำไรสุทธิใน 3QFY26E จะลดลงทั้ง YoY และ QoQ โดยประเมินไว้ที่กรอบประมาณ 2.9-3.1 พันล้านบาท จากปัจจัยฤดูกาล (Low Season) และการปรับลดเที่ยวบินของสายการบินต่างๆ รวมถึงผลกระทบจากการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขสัญญาสัมปทานดิวตี้ฟรีกับคิงเพาเวอร์ (บล.ดาโอ, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.พาย) - ผลกระทบระยะสั้นจากการเปลี่ยนผ่าน PSC อัตราใหม่ : มีผู้โดยสารที่ซื้อตั๋วล่วงหน้าก่อนประกาศปรับขึ้น PSC ราว 1 ล้านใบ ซึ่งยังคงจ่ายในอัตราเดิม ทำให้ AOT จะสูญเสียรายได้ไปชั่วคราวราว 530 ล้านบาท โดยต้องใช้เวลาเจรจาคิดค่าธรรมเนียมตัวแทน 2% จากสายการบินเพื่อทยอยชดเชย ซึ่งคาดว่าต้องใช้เวลาราว 2 ปีจึงจะชดเชยได้ทั้งหมด (บล.ดาโอ, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.พาย) - ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และความไม่แน่นอนระดับโลก : สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังมีความไม่แน่นอน เป็นปัจจัยเสี่ยงหลักที่อาจกระทบต่อจิตวิทยาการเดินทางและการท่องเที่ยว (บล.ดาโอ, บล.บัวหลวง) - ความแออัดเกินขีดความสามารถในปัจจุบัน : สนามบินภูเก็ตเผชิญข้อจำกัดด้านความจุอย่างหนัก โดยปัจจุบันต้องรองรับผู้โดยสารจริงถึง 17.3 ล้านคน/ปี ซึ่งสูงกว่าขีดความสามารถที่ออกแบบไว้รองรับได้เพียง 12.5 ล้านคน/ปี (คิดเป็นการใช้งานสูงถึง 138%) (บล.บัวหลวง, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.พาย) - ราคาหุ้นสะท้อนข่าวดีไปมากแล้ว : ราคาหุ้นในปัจจุบันได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นตอบรับประเด็นบวกเรื่องการปรับขึ้นค่า PSC ไปค่อนข้างมากแล้ว ทำให้ Upside ระยะสั้นเริ่มจำกัด (บล.พาย) ให้ efinAI ช่วยสรุปข่าวและสัญญาณหุ้นก่อนใคร ได้ที่ : https://url.in.th/w-efin-stocknews |