| บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) |
| หุ้น | ราคาพื้นฐาน(บาท) | คำแนะนำ/ประเด็นที่สำคัญ |
| CHG | 2.2 | สะสม Defensive Stock ที่กำไร 2Q68 เด่น แนวโน้มกำไรใน 2H68 เติบโต YoY จาก 1) เคสผ่าตัดกระเพาะฟื้นตัว 2) ปัจจัยทางฤดูกาลใน 3Q68 และ 3) ฐานกำไรต่ำ หลังจากตั้งสำรอง RW>2 ใน 4Q68 ขณะที่ PE ปี 68 ถูกซื้อขายที่ 17 เท่า ต่ำสุดในกลุ่มโรงพยาบาลที่เรา Cover |
| TASCO | 18.4 | งบก่อสร้างถนนฟื้นตัว Valuation น่าสนใจ เราคงแนะนำ “ซื้อ” โดยคาดการเติบโตหลัก มาจากงบประมาณก่อสร้างถนนของภาครัฐที่เติบโต 14%/8%YoY ในปี 68/69 ในขณะที่ Spread Bitumen ในต่างประเทศปรับตัวขึ้นเป็น +5US$/Ton เทียบกับ 1H68 ที่ -40US$/Ton สะท้อนอุปสงค์ที่แข็งแกร่งผ่านมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ |
| บล.กรุงศรี |
| หุ้น | ราคาพื้นฐาน(บาท) | คำแนะนำ/ประเด็นที่สำคัญ |
| AMATA | 19 | แม้สถานการณ์การค้าโลกยังไม่แน่นอน แต่บริษัทยังมีมุมมองบวกต่อเป้าหมายยอดขายที่ดินในปี2025F ที่ 3,000 ไร่ ซึ่งปัจจุบันขายไปแล้วกว่า 750 ไร่ ขณะที่แนวโน้มกำไรไตรมาส 2 ปี2568 ขึ้นอยู่กับการโอนกรรมสิทธิ์จากยอดคงค้าง 21,500 ล้านบาท (19,700 ล้านบาทสำหรับประเทศไทย และ 1,800 ล้านบาทสำหรับเวียดนาม) ซึ่งจะช่วยให้บริษัทมีรายได้ตลอดทั้งปีนี้และปีหน้า |
| ADVANC | 350 | Cycle ขาขึ้นยังไม่จบ รายได้และกำไรยังอยู่ในโหมดเติบโต จากการปรับขึ้นของ ARPU ทั้งมือถือและอินเตอร์เน็ตฯ, การแข่งขันในธุรกิจลดลง คุมต้นทุนได้ดีเพิ่มมาร์จิ้นและกำไรสุทธิเราคาดกำไรจากการดำเนินงานปีนี้ประมาณ 4 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.8%y-y |
| SCB | 145 | เราคาดกำไรสุทธิ3Q25F ลดลง y-y และ q-q จากการลดลงของ NIM จากการดอกเบี้ยนโยบายที่ปรับลง สำหรับสินเชื่อรวมคาดทรงตัว q-q จากความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ ด้านคุณภาพสินทรัพย์คาดอ่อนแอลง จากความไม่แน่นอนในการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ |
| บล.ฟินันเซีย ไซรัส |
| หุ้น | ราคาพื้นฐาน(บาท) | คำแนะนำ/ประเด็นที่สำคัญ |
| OSP | 24 | แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 24 บาท คาดกำไรปกติ 2Q25 ที่ 986 ลบ. +2% q-q และ +7% y-y หนุนจาก Gross Margin ที่แข็งแรงและอาจทำ New High ที่ 40.8% ด้าน Market Share อาจยังไม่ปรับขึ้นแต่ภาพรวมรายได้เติบโตได้ดี และมองว่าตัวเลขของ AC Nielsen อาจไม่สะท้อนภาพที่แท้จริง |
| บล.พาย |
| หุ้น | ราคาพื้นฐาน(บาท) | คำแนะนำ/ประเด็นที่สำคัญ |
| BDMS | 26 | ใน 2Q25 คาดกำไรสุทธิที่ 3.4 พันล้านบาท (+1% YoY, -22% QoQ) อ่อนตัวจากไตรมาสก่อน เนื่องจาก 1) ปัจจัยนอกฤดูกาลโรคระบาดท้องถิ่นที่ยังไม่มาก 2) จำนวนผู้ป่วยต่างชาติ โดยเฉพาะจีนและกัมพูชาเดินทางมารักษาลดลง และ 3) คาดค่าใช้จ่ายทางภาษีที่เพิ่มขึ้นจากสิทธิประโยชน์ BOI ที่น้อยลง ทั้งนี้ใน 3Q25 เรามองว่าผลประกอบการจะฟื้นตัวทั้ง YoY และ QoQ |
| WHA | 5.3 | การขายที่ดินยังทำได้ดี โดยคาดว่าจะออกมาเกินกว่าเป้าที่บริษัทคาดไว้ หลังจากในช่วง 1H25 ทำได้กว่า 1,200 ไร่ และมีการเจรจารอเซ็นสัญญาอีกกว่า 1,400 ไร่ ซึ่งยังไม่รวมลูกค้าในกลุ่ม Data Center ที่มีการเจรจาอีกกว่า 1,000 ไร่ |
| บล.ลิเบอเรเตอร์ |
| หุ้น | ราคาพื้นฐาน(บาท) | คำแนะนำ/ประเด็นที่สำคัญ |
| TOP | 34 | คาดกำไรปกติ 2Q25 ที่ 3,531 ล้านบาท ผสานรับรู้กำไรพิเศษอีกราว 2,000 ล้านบาท ทำให้กำไรสุทธิคาดที่ 5,523 ล้านบาท (+58%q-q) ขณะที่ Valuation อยู่ในระดับที่ไม่แพง โดยเทรดเพียง PBV 0.4 เท่า และ PE 6.7 เท่า แนะนำจังหวะย่อเป็นโอกาสในการทยอยสะสม |
| บล.เคจีไอ |
| หุ้น | ราคาพื้นฐาน(บาท) | คำแนะนำ/ประเด็นที่สำคัญ |
| SYNEX | 13 | ประเมินแนวโน้มกำไร 2Q68 โตดี และจะดีต่อใน 2H68 ฝ่ายวิจัยฯ คาดกำไร 2Q68 = 168 ล้านบาท (+29% YoY +11% QoQ) จากขายที่ดีขึ้นทั้งสมาร์ทโฟนและคอมพิวเตอร์ ขณะที่คาด 2H68 ได้แรงหนุนจาก Nintendo Switch 2 และวัฏจักรการเปลี่ยนคอมพิวเตอร์ใหม่หลัง Microsoft Windows10 จะหยุดการสนับสนุนในเดือน ต.ค.นี้ |
| MINT | 38.5 | ประเมินแนวโน้มผลการดำเนินงานเข้าสู่ High season ธุรกิจโรงแรมในยุโรปของ MINT* กำลังเข้าสู่ High season ใน 2Q – 3Q (ตรงข้ามกับหุ้นโรงแรมที่เน้นในไทยเข้าสู่ Low season + ไทยเผชิญปัญหานักท่องเที่ยวจีนลดลง) และคาดผลการดำเนินงานโรงแรมที่สมุย เด่นจากการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัว + กระแสซีรีย์ The White Lotus … Consensus คาดกำไร 2Q68 = 3.4 พันล้านบาท (จาก 50 ล้านบาทใน 1Q68) |
| SPRC | 7 | ประเมินแนวโน้มผลการดำเนินงานจะฟื้นตัวใน 2H68 แม้ฝ่ายวิจัยฯคาดจะรายงานผลขาดทุนสุทธิใน 2Q68 แต่หลักๆเป็นผลจากการขาดทุนสต๊อก คาดค่าการกลั่นจะฟื้นตัวใน 3Q68 ล่าสุดค่าการกลั่นไทยเฉลี่ย +23% QoQ โดยหลักเป็นผลจาก Spread น้ำมัน Diesel ที่ดีขึ้นมาก คาดการปิดโรงกลั่นหลายประเทศทั่วโลกในปีนี้จะเป็นอีกปัจจัยหนุน |
| บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) |
| หุ้น | ราคาพื้นฐาน(บาท) | คำแนะนำ/ประเด็นที่สำคัญ |
| GULF | 47.25 | GULF เข้าซื้อหุ้นทั้งหมดของ Pak Lay Power Co., Ltd ซึ่งเราคาดว่าจะทำให้กำไรปกติเพิ่มขึ้น 2 พันล้านบาทตั้งแต่ปี 2033F เราคงประมาณการกำไรปกติในปี 2025-27F เพราะโครงการ Pak Lay ยังต้องใช้เวลาอีก 7-8 ปีจึงจะเริ่มทำกำไรให้กับ GULF |
| PTTEP | 117.5 | เราคาดว่าราคาน้ำมันดิบจะอ่อนตัวใน 2H25 แต่ราคาก๊าซของ PTTEP น่าจะทรงตัวที่ประมาณ 5.7 เหรียญสหรัฐ/mmbtu ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุน EPS เราประมาณการว่าราคาน้ำมันที่ปรับเพิ่มขึ้นทุก 1 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลจะทำให้ EPS ในปี FY25 เพิ่มขึ้น 1.3% |