สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมอง ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่ได้ประเมินทิศทางของ บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ SPRC จากบทวิเคราะห์ที่ออกมาในวันที่ 17-18 ส.ค. 2569 | ชื่อโบรก | คำแนะนำ | ราคาเป้าหมาย | | บล.กรุงศรี | Buy | 13.50 บาท | | บล.เคจีไอ | N/A | 12.50 บาท | | บล.ทิสโก้ | ซื้อ | 12.50 บาท | | บล.ดาโอ | ถือ | 12.00 บาท | | บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล | ซื้อ | N/A | | บล.บัวหลวง | ถือ | N/A |
ปัจจัยบวก + ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 แข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิ 6.9 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น YoY และสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ 9% (บล.ดาโอ) + ผลประกอบการปี 2569 มีแนวโน้มเติบโตโดดเด่น โดยมีการปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 ขึ้นเป็น 18.2 พันล้านบาท รวมถึงถูกมองว่ากำไรปี 2569 อาจสูงเทียบเท่ากำไร 5 ปีในอดีตรวมกัน (ปี 2564–2568) (บล.ดาโอ, บล.กรุงศรี) + แนวโน้มกำไรไตรมาส 3/2569 ยังคงเติบโต YoY (บล.ดาโอ, บล.บัวหลวง) + ค่าการกลั่น (Market GRM) ยังอยู่ในระดับแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง โดยในไตรมาส 3/2569 คาดว่าอยู่ที่ประมาณ 15 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล หนุนโดยภาวะอุปทานตึงตัวและการหยุดชะงักของกำลังการผลิตในหลายภูมิภาค (บล.ดาโอ, บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล, บล.กรุงศรี, บล.ทิสโก้) + นโยบายการจ่ายเงินปันผลมีความชัดเจนและน่าสนใจ โดยมีเงินปันผลขั้นพื้นฐานรายปี (Base Dividend) ที่ 0.50–0.70 บาท/หุ้น ซึ่งสามารถรักษาการจ่ายได้ตลอดวัฏจักรธุรกิจ และประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาล 1H26 ที่ 0.50 บาท/หุ้น (คิดเป็น Dividend Yield 4.4%) รวมถึงคาดการณ์ อัตราผลตอบแทนเงินปันผลเต็มปี 2569 สูงถึง 10.1% – 12.1% (บล.ดาโอ, บล.เคจีไอ, บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล, บล.ทิสโก้, บล.บัวหลวง) + ประสิทธิภาพการดำเนินงานดีขึ้นหลังผ่านการปิดซ่อมบำรุงใหญ่และอัพเกรดโรงกลั่น โดยไม่มีแผนลงทุนใหญ่ ทำให้สามารถนำกระแสเงินสดมาจ่ายปันผลให้ผู้ถือหุ้นได้เต็มที่ (บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล, บล.กรุงศรี) + ฐานต้นทุนและค่าเสื่อมราคา (DD&A) ในช่วง 2H26 มีแนวโน้มลดลงอย่างมีนัยสถิติ เหลือประมาณ 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ/ไตรมาส จาก 27 ล้านดอลลาร์สหรัฐในไตรมาส 2/2569 ช่วยสนับสนุนกำไร (บล.ทิสโก้) + การสัดส่วนส่งออกน้ำมันเครื่องบิน (A-1) เพิ่มขึ้นจาก 10% ในปี 2568 เป็น 13% ในไตรมาส 2/2569 เพื่อรับอานิสงส์จากการได้รับอนุญาตให้ส่งออกไปเวียดนาม ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์ (บล.เคจีไอ) ปัจจัยลบ - กำไรไตรมาส 3/2569 มีแนวโน้มลดลง QoQ เนื่องจากค่าการกลั่น (Market GRM) ปรับตัวลดลงจากฐานที่สูงในไตรมาส 2/2569 (23.7 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล) ตามภาวะอุปทานในตลาดที่เริ่มเพิ่มขึ้นหลังสถานการณ์สงครามคลี่คลาย (บล.เคจีไอ, บล.ทิสโก้, บล.บัวหลวง) - ต้นทุนค่าขนส่ง ค่าประกันภัย และพรีเมียมน้ำมันดิบ (Crude premium) ปรับตัวสูงขึ้น (บล.ดาโอ, บล.เคจีไอ, บล.ทิสโก้) - ผลกระทบจากนโยบายภาครัฐและการแทรกแซงด้านกฎระเบียบ (Regulatory risk) เช่น การปรับลดราคาหน้าโรงกลั่น (ex-refinery price) ของน้ำมันดีเซล และข้อจำกัดด้านการส่งออกน้ำมันดีเซลที่ยังคงจำกัดอัตราการใช้กำลังการผลิตให้อยู่ที่ 85–90% (บล.ดาโอ, บล.เคจีไอ, บล.ทิสโก้) - ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบและความเสี่ยงเรื่องการรับรู้ขาดทุนจากสต๊อกน้ำมัน (Stock loss) (บล.ดาโอ, บล.เคจีไอ, บล.ทิสโก้) ให้ efinAI ช่วยสรุปข่าวและสัญญาณหุ้นก่อนใคร ได้ที่ : https://url.in.th/w-efin-stocknews |