| | | สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -12 เม.ย. 66 15:22 น.
คริปโตมายด์ มอง "Shanghai Upgrade" เป็นลบต่อราคา ETH ระยะสั้น แต่อนาคตแจ่มใส นลท.กล้าเป็น Validator Node มากขึ้นเพราะเปิดให้ถอนออกได้ หากย่อแนะเป็นจังหวะสะสม ประเมินแนวรับ $1,730 แนวต้าน $2,030-$3,000 ในช่วง 3 เดือน ช่วงเวลาประมาณตี 5 ของวันที่ 13 เมษายน 2566 จะเกิด Shanghai Upgrade หรือเรียกอีกชื่อว่า Shapella ซึ่งเป็นกิจกรรม ที่ชาว Ethereum กำลังจับตามองมากที่สุดในขณะนี้
การอัปเกรดนี้เป็นการที่เปิดฟังก์ชัน "การถอน เหรียญ ETH ที่อยู่ใน Beacon Chain ของ Ethereum" ซึ่งตอนนี้มี ETH อยู่กว่า 18 ล้านเหรียญ ทำให้หลายคนสงสัยว่า ETH จำนวนมหาศาลที่จะเปิดให้ถอนออกมาขายได้นั้น จะเป็นปัจจัยบวกหรือลบต่อราคากันแน่
"Beacon Chain" คือบล็อกเชนที่ Ethereum สร้างขึ้นมาเพื่อทดสอบระบบตั้งแต่เดือนธันวาคมปี 2020 "Proof-of-Stake" ซึ่งเป็นฉันทามติรูปแบบหนึ่งที่ใช้เงินตัวเองเป็นของค้ำประกันแทนการใช้ "Proof-of-Work" ที่ใช้กำลังประมวลผลของคอมพิวเตอร์ ซึ่งกินพลังงาน ไฟฟ้า ซึ่งในตอนนั้นเองที่เป็นจุดเริ่มต้นให้คนที่มีเหรียญ ETH สามารถตั้งตัวเป็น "Validator Node"เพื่อรับค่าธรรมเนียมการบันทึกธุรกรรมได้
แต่ข้อจำกัดของ "Validator Node"คือ หากต้องการถอนเหรียญ ETH ออกจะต้องรออัปเกรดในอนาคตซึ่งก็คือ Shanghai (Shapella) Upgrade ที่จะถึงในช่วงเช้ามืดวันที่13 เมษายนนั่นเอง
ปัจจุบัน ETH จำนวน 18 ล้าน (โดยประมาณ) ใน Beacon Chain นี้คิดเป็น 15% ของจำนวน ETH ทั้งหมดที่จะสามารถนำมาขายสู่ตลาดได้ เป็นธรรมดาที่หลายฝ่ายจะกังวลว่า ETH มูลค่ากว่า 34.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐจะเทขายสู่ตลาดจนเกิด “Panic Sell”
***มอง "Shanghai Upgrade" จะเป็นผลลบต่อราคา ETH ในระยะสั้น
นายพีรพัฒน์ หาญคงแก้ว ประธานเจ้าหน้าที่แนะนำการลงทุน (CIO) บริษัท คริปโตมายด์ แอดไวเซอรี่ จำกัด ที่ปรึกษาสินทรัพย์ดิจิทัลแห่งแรกของไทย ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงาน ก.ล.ต. ให้ความเห็นว่า "Shanghai Upgrade" จะเป็นผลลบต่อราคา ETH ในระยะสั้นเท่านั้น โดยเราทราบว่าจะมีอย่างน้อย 2.5 ล้าน ETH หรือ 13% ของ ETH บน Beacon Chain ที่จะปลดทันทีหลังอัปเกรดเสร็จสิ้น นอกจากนี้ ยังอาจมีกลุ่มคนอื่นซึ่งตั้งใจจะถอนอีกเช่นกัน ซึ่งเราจะทราบได้ชัดเจนก็ต่อเมื่อเสร็จสิ้นอัปเกรดแล้ว
อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติ ETHจะไม่ได้ออกมาก้อนใหญ่ทันทีในวันแรก แต่จะมีระบบ Withdrawal Process ที่จะทยอยให้ปลดออก ซึ่งเราคาดการณ์ว่าจะมี ETH ไม่เกิน 3 แสนเหรียญทยอย ปลดล็อกในช่วง 5 วันแรก แล้วหลังจากนั้นจะมี ETH ประมาณ 61,000 ETH ทยอยปลดเป็นระยะเวลา ประมาณ 2 เดือน
***มุมมองระยะยาว Shanghai Upgrade เป็นปัจจัยบวก
-นักลงทุนกล้าเป็น Validator Node มากยิ่งขึ้นจากการเปิดให้ถอนออกได้แล้ว -อัตราส่วน Staking Ratio ยังต่ำเมื่อเทียบกับ Blockchain ตัวอื่น ๆ -รายได้จากการเป็น Validator Node ให้ผลตอบแทนสูงเมื่อเทียบกับความเสี่ยงที่ต่ำ -ในอนาคตจะมีการหารายได้เพิ่มเติมจากการเป็น Validator Service ให้แพลตฟอร์มอื่นๆ -เปิดทางให้อัปเกรดถัดไปเริ่มต้นต่อได้ -เหรียญ ETH ที่ถอนออกอาจนำกลับไปลงทุนใน Liquid Staking ซึ่งเป็นบริการที่ช่วยอำนวยความ สะดวกในการเป็น Validator Node ของ Ethereum
***หากย่อเป็นจังหวะสะสม แนวรับ $1,730 แนวต้าน $2,030-$3,000 ในช่วง 3 เดือน
โดยสรุป Shanghai Upgrade ของ Ethereum ในครั้งนี้เราค่อนข้างมองเป็นพัฒนาการเชิงบวกครั้งใหญ่อีกครั้งหลังจาก The Merge ที่เกิดขึ้นในช่วงเดือนกันยายนปีที่ผ่านมา หากราคา ETH มีการย่อลงในช่วงนั้นและตัวเลขเศรษฐกิจอย่าง CPI ที่ออกมาในคืนวันที่ 12 เมษายนออกมาไม่ผิดจากที่นักวิเคราะห์คาดการณ์
เรามองเป็นจังหวะดีในการสะสม ETH เพิ่มจากความ Panic ของตลาด โดย กรอบแนวรับ-แนวต้านที่มองไว้ในเชิง Technical Analysis คือ ไม่ควรปิดแท่งวันต่ำกว่า 1,730 ดอลลาร์สหรัฐ และแนวต้านที่ 2,030 ถึง 3,000 ดอลลาร์สหรัฐในช่วง 3 เดือน |
* การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ผู้สนใจควรศึกษาข้อมูลและประเมินความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
|
|