ข่าวหุ้นล่าสุด

`โลตัส` ประกาศความพร้อมขายหุ้นกู้ครั้งแรก 4 ชุด กลางเดือน ต.ค.นี้

 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -23 ก.ย. 65 10:57 น.

  "โลตัส" ประกาศความพร้อมออกหุ้นกู้ 4 ชุด อายุ 1ปี 6 เดือน ถึงอายุ 7 ปี คาดอัตราดอกเบี้ยที่ 3-4% โดยจะประกาศอัตราดอกเบี้ยสุดท้ายอีกครั้ง เสนอขายนักลงทุนรายใหญ่และสถาบัน กลางเดือน ต.ค.นี้ มั่นใจได้รับความสนใจคึกคัก

  นายสมพงษ์ รุ่งนิรัติศัย ประธานคณะผู้บริหาร ธุรกิจโลตัส ประเทศไทย เปิดเผยว่า ภายหลังจาก บริษัท เอก-ชัย ดีสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด ผู้ประกอบธุรกิจค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภคชั้นนำขนาดใหญ่ ภายใต้แบรนด์ “โลตัส” (Lotus’s) ได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายตราสารหนี้และร่างหนังสือชี้ชวนต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อขอออกและเสนอขายหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ จำนวน 4 รุ่น ประกอบด้วย

  รุ่นอายุ 1 ปี 6 เดือน อัตราดอกเบี้ยรอประกาศ, อายุ 3 ปี ประมาณการช่วงอัตราดอกเบี้ยเบื้องต้น [3.00-3.25]% ต่อปี, อายุ 5 ปี ประมาณการช่วงอัตราดอกเบี้ยเบื้องต้น [3.30-3.55]% ต่อปี และอายุ 7 ปี ประมาณการช่วงอัตราดอกเบี้ยเบื้องต้น [3.75-4.00]% ต่อปี ชำระดอกเบี้ยทุก 6 เดือน โดยอัตราดอกเบี้ยที่แน่นอนจะประกาศอีกครั้งในภายหลังนั้น

   จนถึงขณะนี้บริษัทฯ ได้รับแจ้งจากผู้จัดการการจำหน่ายว่า มีผู้ลงทุนสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการออกและเสนอขายหุ้นกู้ดังกล่าวเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ทำให้มั่นใจว่า หุ้นกู้ครั้งนี้จะได้รับความสนใจเมื่อเปิดเสนอขายในราวกลางเดือนตุลาคมนี้

  หุ้นกู้ Lotus’s จะเป็นทางเลือกและโอกาสการลงทุนครั้งใหม่ของผู้ลงทุน เพราะถือเป็นครั้งแรก กับการลงทุนในหุ้นกู้ของธุรกิจค้าปลีกแบบ omni-channel ที่มีศักยภาพในการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ด้วยอันดับความน่าเชื่อถือจากบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ที่ระดับ “A+” เช่นเดียวกับอันดับเครดิตองค์กรของบริษัท เอก-ชัย ดีสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด ซึ่งอยู่ที่ระดับ “A+” ด้วยแนวโน้มอันดับเครดิต “คงที่” โดยเป็นการจัดอันดับ ณ วันที่ 19 สิงหาคม 2565 ซึ่งสะท้อนสถานะความเป็นผู้นำในธุรกิจร้านค้าปลีกแบบ omni-channel ที่มีช่องทางหลากหลายและครอบคลุม ทั้งออฟไลน์และออนไลน์ และโอกาสเติบโตอย่างมีศักยภาพในอุตสาหกรรมค้าปลีกที่มีแนวโน้มขยายตัวได้อย่างแข็งแกร่งในอนาคต

  สำหรับการเสนอขายหุ้นกู้ ให้กับผู้ลงทุนรายใหญ่ และ/หรือ ผู้ลงทุนสถาบันในครั้งนี้ บริษัทฯ ได้แต่งตั้งสถาบันการเงินเป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ 8 แห่ง ประกอบด้วย ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) ธนาคารยูโอบี จำกัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จํากัด (มหาชน)

  ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2565 Lotus’s มีร้านค้าปลีกจำนวน 2,597 แห่งทั่วประเทศไทย ประกอบด้วยร้านไฮเปอร์มาร์เก็ตจำนวน 224 แห่ง ซูเปอร์มาร์เก็ตจำนวน 202 แห่ง และมินิซูเปอร์มาร์เก็ตจำนวน 2,171 แห่ง ซึ่งธุรกิจในประเทศไทยได้รับการสนับสนุนจากระบบห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ที่แข็งแกร่ง ตลอดจนระบบการกระจายสินค้าและเครือข่ายด้านโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพ

  นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเร่งการเติบโตของยอดขายผ่านช่องทางออนไลน์ โดยใช้ประโยชน์จากเครือข่ายร้านค้าทั้ง 2,597 แห่งทั่วประเทศในการเป็น fulfillment center จัดส่งสินค้าได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพทั่วประเทศไทย รวมทั้งยังร่วมมือกับธุรกิจแพลตฟอร์มออนไลน์ (Online Marketplace) อาทิ Grab, Shopee และ Lazada เพื่อเพิ่มจุดจำหน่ายสินค้าให้กับผู้บริโภค ตลอดจนการเปิดตัวธุรกิจใหม่ ทั้งร้านกาแฟ ร้านอาหารและเครื่องดื่ม และเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ (Vending Machine) ซึ่งสะท้อนการปรับตัวของ “โลตัส” (Lotus’s) ให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ และรองรับกับความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบัน

  นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเป็นผู้นำในธุรกิจบริหารพื้นที่เช่าในศูนย์การค้า โดยมีพื้นที่เช่าในศูนย์การค้า 201 แห่ง (ไม่รวมศูนย์การค้าที่มีการลงทุนโดยกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าโลตัสส์ รีเทล โกรท หรือ LPF จำนวน 23 แห่ง) มีพื้นที่ให้เช่าสุทธิถาวรรวมประมาณ 784,612 ตารางเมตร มีจำนวนศูนย์การค้าทั้งหมด บริษัทฯ ถือกรรมสิทธิ์ (Freehold) ในที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่เป็นที่ตั้งของศูนย์การค้าจำนวน 69 แห่ง ขณะที่อัตราการเช่าพื้นที่ (Occupancy Rate) ของศูนย์การค้าอยู่ที่ประมาณ 89% และบริษัทฯ ถือหน่วยลงทุน 25% ในกองทุนรวม LPF ที่ลงทุนในศูนย์การค้า 23 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งมีพื้นที่ให้เช่าสุทธิถาวรรวมประมาณ 339,000 ตารางเมตร

  ทั้งนี้ ผลประกอบล่าสุดครึ่งปีแรกของปี 2565 (สิ้นสุด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2565) บริษัทฯ มีรายได้รวม 91,327 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% จากช่วงเดียวกันของปี 2564 ซึ่งมีรายได้รวมอยู่ที่ 85,114 ล้านบาท สะท้อนสัญญาณในทิศทางบวกจากการฟื้นตัวกลับมาของธุรกิจ ซึ่งเป็นผลจากการที่สามารถเปิดให้บริการศูนย์การค้าได้ตามปกติ

 


เรียบเรียง  จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช 
                อีเมล์. charuwan@efinancethai.com

อนุมัติ     อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร 









ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

LATEST NEWS

ข่าวที่เกี่ยวข้องล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh