Light Mode
Dark Mode
เลือกวิธีการเข้าใช้งานที่ต้องการ
ยังไม่มีบัญชีใช่ไหม ? สร้างบัญชีฟรี
เลือกวิธีการสมัครสมาชิกที่คุณต้องการ
มีบัญชีอยู่แล้วใช่ไหม ? ลงชื่อเข้าใช้งาน
Ref:
ยังไม่ได้รับรหัส OTP ใช่ไหม ?กด ส่งรหัสใหม่ ได้ใน นาที
เราได้ดำเนินการสร้างบัญชีของคุณเรียบร้อยแล้ว
กรุณากรอกอีเมล
ยังไม่ได้รับรหัส OTP ใช่ไหม ?กด ส่งรหัสใหม่ ได้ใน
เราได้ดำเนินการตั้งรหัสผ่านใหม่ของคุณเรียบร้อยแล้ว
โปรดเปลี่ยนรหัสผ่านใหม่เพื่อความปลอดภัยของท่าน
Share
ก.ล.ต.จ่อคุมเข้มเงินกองทุนขั้นต่ำ Exchange ต้องมีเงินสำรองที่ห้ามแตะ 25 ลบ. "bitkub" ชี้สร้างเชื่อมั่นให้แก่รายย่อย แต่ข้อเสียคือปิดกั้นสตาร์ทอัพที่ทุนน้อยเข้าตลาดยากขึ้น ด้าน "SatangPro" ระบุดีต่ออุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลในระยะยาว สร้างน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น
นายจิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท บิทคับ แคปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (BCGH) เปิดเผยกับ "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" ถึงกรณีที่ ก.ล.ต.เตรียมปรับเกณฑ์เงินกองทุนผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลว่า มีทั้งข้อดีและข้อเสียต่อวงการ ข้อดีคือ ช่วยปกป้องนักลงทุนรายย่อย สร้างความมั่นใจให้กับรายย่อยว่าผู้ประกอบการศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล (Exchange) มีความสามารถในการคืนสินทรัพย์แก่ลูกค้าได้ หากเกิดปัญหาขึ้นในอนาคต แต่ข้อเสียคือ เป็นการปิดกั้นการเข้ามาของผู้เล่นรายใหม่ๆ ที่ไม่ได้มีเงินทุนสูงมาก โดยเกณฑ์ใหม่นี้กำหนดให้ผู้ประกอบการ Exchange จะต้องดำรงเงินกองทุนสภาพคล่องสุทธิ (NC)ไม่ต่ำกว่า “เงินกองทุนขั้นต่ำ” คือ 25 ล้านบาท ซึ่งค่อนข้างสูงมาก และเป็นเงินที่ไม่สามารถแตะต้องได้ จากก่อนหน้านั้นซึ่งยังเป็นเรื่องที่ดีเบตกันอยู่ว่าควรจะกันสำรองไว้เท่าไหร่ "ข้อดีก็คือ ลูกค้าสบายใจได้ว่า ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับ Exchange แล้ว Exchange จะมีเงินมาคืนลูกค้าจากเงินสำรองที่ถูกกันไว้ ส่วนข้อเสียก็คือ มันทำให้สตาร์ทอัพหรือว่าหน้าใหม่ที่มีเงินทุนไม่พอ ก็ไม่สามารถมาเปิดแข่งได้ สุดท้ายก็เป็นธุรกิจที่มีเงินหนาที่จะชนะไปในวงการนี้" นายจิรายุส กล่าว
นายจิรายุส กล่าวถึง กรณีของบริษัทคอยน์ แอสเซท ที่ไม่ได้รับใบอนุญาต Exchange และยังคงอยู่ระหว่างการทยอยคืนสินทรัพย์แก่ลูกค้า ขณะที่ธุรกรรมบางส่วนก็ยังค้างอยู่ในระบบว่า เรื่องนี้ย่อมมีผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตาม ทาง Bitkub.com ก็ได้ช่วยลดผลกระทบให้กับผู้ลงทุนรายย่อย ด้วยการออกแคมเปญช่วยเหลือเทรดเดอร์ที่ได้รับผลกระทบจาก เว็บเทรด คอยน์ แอสเซท โดยการให้ Fee Credit มูลค่า 5,000 บาท
ส่วนภาพรวมตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลปีนี้ เชื่อว่าจะมีความคึกคักมากขึ้น เพราะเริ่มเห็นสัญญาณจากบริษัทหลักทรัพย์หลายแห่งในไทย เริ่มขยายธุรกิจมาสู่การเป็น ICO Portal ขณะที่บริษัทในตลาดหุ้นเตรียมจะออกเหรียญดิจิทัลของตนเอง ซึ่งน่าจะเห็นการทยอยออกเหรียญได้ ภายหลังจากมี ICO Portal ทีได้ใบอนุญาตอย่างเป็นทางการ คาดภายในไตรมาสแรกปีนี้ นายปรมินทร์ อินโสม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สตางค์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้ให้บริการกระดานเทรดคริปโต SatangPro เปิดเผยกับ "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" ว่า หลักการของ ก.ล.ต. เป็นความพยายามเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลเกิดความเชื่อมั่นว่า ผู้ประกอบการในธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลมีความมั่นคง มีการเพิ่มเกณฑ์ที่ครอบคลุมความเสี่ยงจากการเก็บรักษาทรัพย์สินของลูกค้า รวมทั้งทำให้ผู้ประกอบการสินทรัพย์ดิจิทัลมีการบริหารความเสี่ยงที่ดีขึ้น ซึ่งจะเป็นผลดีต่ออุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลในระยะยาว ผลกระทบจากการปรับปรุงเกณฑ์ในครั้งนี้ จะทำให้ผู้ประกอบการ Exchange ต้องดำรงเงินกองทุนที่พอเพียง เพื่อรับความผันผวนของมูลค่าของสินทรัพย์ดิจิทัลแต่ละชนิดในอัตราส่วนที่แตกต่างกัน ตามที่ ก.ล.ต. กำหนด "เห็นด้วยกับ ก.ล.ต.ในหลักการนี้ เพราะจะทำให้อุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล มีความน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น รวมทั้งช่วยในเรื่องการบริหารความเสี่ยงที่ดีขึ้น ส่วนรายละเอียดขั้นตอนวิธีการที่ ก.ล.ต.เสนอมานั้น ขอศึกษาหารือเพิ่มเติมและจะให้ความเห็นกับ ก.ล.ต. ต่อไป" นายปรมินทร์ กล่าว
อนึ่ง ก.ล.ต.ได้เปิดรับฟังความคิดเห็น เรื่อง การปรับปรุงหลักเกณฑ์เงินกองทุนสำหรับผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล โดยกำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทที่สามารถเข้าถึงหรือโอนย้ายทรัพย์สินลูกค้าได้ ให้ดำรงเงินกองทุนสภาพคล่องสุทธิ (NC)ไม่ต่ำกว่า "เงินกองทุนขั้นต่ำ" หรือ ไม่ต่ำกว่า 25 ล้านบาท คาดจะเริ่มบังคับใช้ ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.63 เป็นต้นไป
แท็กที่เกี่ยวข้อง
เราใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์ที่ดี และพัฒนาคุณภาพการให้บริการเว็บไซต์ที่ ตรงกับความต้องการของคุณมากยิ่งขึ้น คุณสามารถทราบรายละเอียดเกี่ยวกับคุกกี้ได้ที่ นโยบายการใช้คุกกี้