*** NTF ขอแก้ไขข้อมูลแผนธุรกิจ KJL เปิดแผน JUMP+ เดินหน้าขยายธุรกิจ ดันรายได้เติบโตทะลุ 200 ล้านบาทภายในปี 2571 พร้อมย้ายเข้าเทรด SET ส่วน MMM พร้อมทรานส์ฟอร์มสู่ Property Finance ขับเคลื่อนธุรกิจผ่านบริษัทย่อยมุ่งสร้างรายได้ประจำ ด้าน NTF วางเป้าหมายเป็นแพลตฟอร์มส่งออกผลไม้ไทยหมื่นล้านบาท KJL วางเป้ารายได้โตทะลุ 200 ลบ. พร้อมย้ายเข้า SET ในปี 71 นายเกษมสันต์ สุจิวโรดม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กิจเจริญ เอ็นจิเนียริ่ง อีเลคทริค จำกัด (มหาชน) หรือ KJL กล่าวในงาน mai Forum 2026 มหกรรมรวมพลังคน mai ครั้งที่ 10 ภายใต้ธีม "Discovering The Golden Opportunities เฟ้นหาโอกาสทอง พลิกมุมมองการลงทุน" ช่วง JUMP+ on stage : หุ้น mai Showcase อัปเดตความคืบหน้าของแผนงานภายใต้โครงการ JUMP+ ว่า KJL อยู่ในอุตสาหกรรมไฟฟ้าซึ่งครอบคลุมในทุกอุตสาหกรรม ทำให้สามารถกระจายความเสี่ยงด้วย Business Model ที่ Uniqe จากธุรกิจตู้ไฟ รางไฟ ที่มีกำลังการผลิตมากเป็นอันดับ 1 และสามรถส่งมอบสินค้าได้มากที่สุดในตลาด
บริษัทมีความพร้อมสู่ Mega Trend ผ่านธุรกิจพลังานสะอาด ธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า ธุรกิจ AI และ Data Center ภายใต้แผน JUMP+ ที่บริษัทได้นำมารวมกับแผนธุรกิจของบริษัทภายใต้แผน KJL 2030 Infinite Sustainable Growth Strategy (ปี2569-2573)ผ่าน 6 ยุทธศาสตร์ ได้ตั้งเป้ารายได้เติบโตเฉลี่ยปีละ 10-15% ซึ่งจะทำให้รายได้ใน 5 ปีข้างหน้าเติบโต 1 เท่าตัว ส่วนอัตรากำไรขั้นต้น อยู่ที่ 28-32% และกำไรสุทธิเติบโต 13-15% ซึ่งปี 2569 คาดมีกำไรสุทธิ 165-195 ล้านบาท และจะเพิ่มขึ้นแตะ 200-235 ล้านบาท ในปี 2571 การสู่เป้าหมายจะดำเนินการภายใต้ 6 กลยุทธ์ ได้แก่ 1. KJL Brand ออกสินค้าใหม่ มีสินค้าพร้อมส่ง ส่งมอบสินค้าในวันเดียว จากรายการสินค้าที่มีกวา 1,000 Sku สร้างความประทับใจให้ลูกค้า 2.KJL Network ขยายร้านค้าพันธมิตร จาก 400 ร้านค้า เป็น 1,200 ร้านค้า การเพิ่มวิศวกรไฟฟ้า จากปีนี้ 30,000 คน เป็น 50,000 คน ภายในปี 2571 3.KJL Everywhere บริษัทพร้อมอยู่ในทุกอุตสากรรม 4.KJL Innovation Campus 5.KJL World-Class Master Enterprise ร่วมมือกับ ชไนเดอร์เพื่อเป็นพัฒนาสินค้าที่มี Value Added 6.KJL Sustainable Growth การขับเคลื่อนด้วยความยั่งยืน ภายใต้แผนดังกล่าว บริษัทวางเป้าหมายที่จะย้ายหลักทรัพย์จากตลาด mai เพื่อเข้าซื้อขายใน SET ภายในปี 2571 MMM ทรานส์ฟอร์มสู่ Property Finance นางสาวณิชา โรจน์วัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็มเอ็มเอ็ม แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MMM กล่าวในเวทีเดียวกันว่า ในปี 2569 จะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ โดยวางเป้าหมาย Transform จากบริษัทผู้ช่วยขายอสังหาริมทรัพย์ ขยายบทบาทสู่ Property Finance เพื่อสร้างมูลค่าต่อ Value Chain ภายใต้แผน JUMP+ ตั้งเป้ากำไรสุทธิเติบโตเฉลี่ยปีละ 40% โดยปี 2569 คาดมีกำไรสุทธิ 189 ล้านบาท และเพิ่มขึ้นเป็น 370.50 ล้านบาท ภายในปี 2571 ขับเคลื่อนผ่านการขยายพอร์ตโครงการ เน้นทรัพย์ที่มีคุณภาพในการทำกำไรสูง รวมถึงผ่านโครงการ High Demand และ High Margin Portfolio รวมถึงการขยายสู่ Property Finance ผ่านบริษัทย่อย เพื่อเพิ่มรายได้ประจำ ความคืบหน้าแผนการขยายพอร์ตโครงการปี 2569 โดยไตรมาส 1/69 ได้ปิดดีลแล้วกับ บริษัท วิลล่า คุณาลัย จำกัด (มหาชน) หรือ KUN ส่วนไตรมาส 2/69 ได้จัดตั้บ บริษัท แพรกษา ลิงก์ เอสเตท จำกัด (PRAKSA) และ บริษัท บางพลี ลิงก์ เอสเตท จำกัด (BANGPLEE) จัดซื้อที่ดินย่านรัชดาภิเษกและสมุทรปราการ เพื่อพัฒนาโครงการใหม่ ส่วนไตรมาส 3/69 เตรียมเซ็นสัญญาเพื่อขายโครงการ BLESS เทพารักษ์-ศรีนครินทร์ จำนวน 339 ยูนิต มูลค่า 1,340 ล้านบาท และไตรมาส 4/69 คาดจะทำสัญญากับพันธมิตรายใหม่อีก 1 ราย ส่วนธุรกิจ Property Finance อยู่ระหว่างดำเนินการตามภาย โดยได้จัดตั้ง บริษัท เคหะสงเคราะห์ แคปปิตอล จำกัด (HAC) คาดเริ่มปล่อยสินเชื่อในไตรมาส 3/69 เจาะกลุ่มลูกค้าผู้มีอาชีพอิสระ -อินฟลูฯ ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าที่วางเงินดาวน์สูง แต่สถาบันการเงินปฏิเสธสินเชื่อ รวมถึง Project Finance แก่ผู้พัฒนาโครงการ ส่วน บริษัท เงินติดตั้ว จำกัด (TIDRUA) อยู่ระหว่างจดทะเบียนจัดตั้ง ดำเนินธุรกิจรับจำนอง - ขายฟฝาก คาดเริ่มปล่อยสินเชื่อในไตรมาส 3/69 NTF พร้อมทะยานสู่แพลตฟอร์มส่งออกผลไม้ไทยหมื่นล้าน นายวิชัย ศิระมานะกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็นทีเอฟ อินเตอร์กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ NTF กล่าวว่า ภายใต้แผน JUMP+ บริษัทไม่ได้มุ่งเพียงแผนการเติบโต แต่ต้องการยกระดับจากผู้ส่งออกผลไม้พรีเมียม สู่แพลตฟอร์มผลไม้ไทยที่ใหญ่ขึ้น แข็งแรงขึ้น และยั่งยืนขึ้น โดยปี 2569 มั่นใจรายได้มากกว่า 5,100 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 505 ล้านบาท คิดเป็น 9.9% ของรายได้รวม และวางเป้าหมายที่จะขยายโรงงานคัดและบรรจุสินค้าเป็น 15 โรงงาน พร้อมขยายธุรกิจทุเรียนแช่แข็ง ซึ่งจะเริ่มส่งออกในครึ่งหลังปี 2569 ตั้งเป้าหมาย 100 ตู้ ซึ่งปิดความเสี่ยงช่วง Low season ซึ่งจะทำให้บริษัทมีสินค้าทุเรียนส่งมอบให้ลูกค้าได้ตลอดทั้งปี นอกจากนี้บริษัทมีแผนการทดลองทุเรียนในเวียดนาม ภายใต้ JUMP+ และแผนธุรกิจปี 2571 วางเป้ารายได้อยู่ที่ 13,200 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 1,379 ล้านบาท ขับเคลื่อนด้วย Aggressive Growth ควบคู่การยกระดับธรรมาภิบาล เสริมด้วยระบบควบคุมภายในและบริหารความเสี่ยง ให้ efinAI ช่วยสรุปข่าวและสัญญาณหุ้นก่อนใคร ได้ที่ : https://url.in.th/w-efin-stocknews |