สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมอง ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่ได้ประเมินทิศทางของ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP จากบทวิเคราะห์ที่ออกมาในวันที่ 25 สิงหาคม 2569 ชื่อโบรก | คำแนะนำ | ราคาเป้าหมาย | บล.กรุงศรี | Buy | 62.00 บาท | บล.เอเซียพลัส | Trading | 58.00 บาท | บล.ทรีนีตี้ | ซื้อเก็งกำไร | 55.00 บาท | บล.เคจีไอ | N/A (Bloomberg consensus) | 53.50 บาท (ราคาเป้าหมายเฉลี่ย) | บล.บัวหลวง | ถือ | N/A |
ปัจจัยบวก + + แนวโน้มผลการดำเนินงานและภาพรวมธุรกิจระยะยาวมีปัจจัยหนุนจากการปรับโครงสร้างสู่ Integrated Energy Platform เพื่อกระจายความเสี่ยงจากธุรกิจโรงกลั่นเดิม + อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) อยู่ในระดับสูงน่าสนใจ (คาดการณ์ 5.5% - 10.3% หรือประมาณ 7 - 10%) + คาดการณ์เงินปันผลต่อหุ้น (DPS) ปี 2569 อยู่ที่ 5.00 - 5.30 บาท/หุ้น เพิ่มขึ้น 405% จากปี 2568 (บล.เอเซียพลัส, บล.เคจีไอ) + คาดการณ์กำไรสุทธิปี 2569 ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 3.14 หมื่นล้านบาท (บล.เคจีไอ) + ผลกระทบเชิงบวกจากภาวะ Supply โรงกลั่นตึงตัวจากการปิดฮอร์มุซ หนุนให้กำไรสุทธิเติบโตก้าวกระโดด +146% CAGR ในช่วงปี 2026-2027F (บล.กรุงศรี) + ธุรกิจโรงกลั่นและการตลาดเติบโตต่อเนื่อง ตั้งเป้าอัตราการใช้กำลังการกลั่น +4% เป็น 250 KBD ในปี 2031 (บล.บัวหลวง) + ส่วนแบ่งการตลาดธุรกิจ Retail เพิ่มขึ้น +4ppts เป็น 33% และ non-oil EBITDA เติบโต 3 เท่าในปี 2031 (บล.บัวหลวง) + มี Growth Engine ใหม่จาก SAF ขนาด 7 KBD ซึ่งเริ่ม COD เมื่อวันที่ 18 พ.ค. คาดกำไรเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว QoQ ใน 3Q69 และมีโอกาสคืนทุนใน 2 ปี (บล.เอเซียพลัส, บล.เคจีไอ, บล.ทรีนีตี้) + Bangchak Hong Kong (BHK) เริ่มสร้างกำไรตั้งแต่ 2H26 (บล.เอเซียพลัส) ธุรกิจ Trading ถูกยกระดับเป็น Growth Engine ตั้งเป้าเพิ่มกำไรจากกว่า 1 พันล้านบาท เป็น 5 พันล้านบาท ในปี 2031 (บล.ทรีนีตี้) + มีโครงการซื้อหุ้นคืนวงเงินสูงสุดไม่เกิน 3.8 พันล้านบาท ในช่วงปี 2568-2571 ช่วยเพิ่มผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้น (บล.เคจีไอ) + วินัยการใช้เงินทุนเข้มงวด (Capital Efficiency) กำหนด CAPEX 9.2 พันล้านบาท/ปี หากมี cash ส่วนเกินพร้อมนำไปลดหนี้หรือคืนปันผลเพิ่ม (บล.เคจีไอ, บล.ทรีนีตี้) + ความต้องการใช้พลังงานปรับตัวสูงขึ้นในครึ่งปีหลัง (2H69) จากการเข้าสู่ช่วงหน้าหนาว (บล.ทรีนีตี้) ปัจจัยลบ - - คาดการณ์กำไรสุทธิช่วง 3Q69F มีแนวโน้มลดลง QoQ จากค่าการกลั่น (market GRM) ที่ลดลง - ต้นทุน Crude Premium, ค่าประกันภัย และค่าระวางขนส่งปรับตัวเพิ่มขึ้น (บล.เคจีไอ) - อัตราการกลั่นน้ำมันดิบใน 3Q69F คาดว่าลดลง 2%-6% QoQ อยู่ที่ 260-270 KBD เนื่องจากถังเก็บผลิตภัณฑ์ Middle Distillates ใกล้เต็ม จากมาตรการห้ามส่งออกน้ำมันดีเซล (บล.เคจีไอ) - ความเสี่ยงใน 2H26 จากราคาน้ำมันและ GRM ที่มีแนวโน้มอ่อนตัวลง ตามการกลับมาของ Supply ผ่าน Strait of Hormuz และการเพิ่มกำลังผลิตของ OPEC+ โดยคาดราคาน้ำมันดิบอยู่ในกรอบ 70-100 เหรียญฯ/บาร์เรล (บล.เอเซียพลัส, บล.เคจีไอ) ให้ efinAI ช่วยสรุปข่าวและสัญญาณหุ้นก่อนใคร ได้ที่ : https://url.in.th/w-efin-stocknews |