สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมอง ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่ได้ประเมินทิศทางของ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC จากบทวิเคราะห์ที่ออกมาในวันที่ 6 พ.ย.69 | ชื่อโบรก | คำแนะนำ | ราคาเป้าหมาย | | บล.ดาโอ (ประเทศไทย) | ซื้อ | 65.00 บาท | | บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส | ซื้อ | 61.00 บาท | | บล.กรุงศรี | ซื้อ | 61.00 บาท | | บล.เคจีไอ | ซื้อ | 60.00 บาท | | บล.เอเซียพลัส | Trading | 56.00 บาท | | บล.ทิสโก้ | ถือ | 51.00 บาท |
สรุปปัจจัยบวก
+ กำไรสุทธิ 3Q69 ดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ และกำไรหลัก 9 เดือนเติบโต YoY : กำไรสุทธิไตรมาส 3 อยู่ที่ 1.59 - 1.60 พันล้านบาท สูงกว่าที่ตลาดคาด 3% - 7% ขณะที่กำไรปกติช่วง 9M69 อยู่ที่ 4.4 - 5.2 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.9% - 11% YoY โดยคิดเป็น 68% - 87.6% ของประมาณการทั้งปี (บล.เคจีไอ, บล.ดาโอ (ประเทศไทย), บล.เอเซียพลัส) + การรับรู้กำไรพิเศษช่วยหนุนผลประกอบการ : บันทึกกำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าโซลาร์ Sheng Yang (SYE) ในไต้หวัน 222 ล้านบาท (หลังหักภาษี) และมีกำไรจากการจำหน่ายสินทรัพย์/อะไหล่สำรองโรงไฟฟ้าเข้ามาอีก 214 - 267 ล้านบาท (บล.เคจีไอ, บล.ทิสโก้, บล.กรุงศรี, บล.เอเซียพลัส) + โรงไฟฟ้า CFXD และ Gheco-One มีผลการดำเนินงานฟื้นตัวชัดเจน : โรงไฟฟ้าพลังงานลม CFXD ขาดทุนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ (เหลือขาดทุน 314 ล้านบาท จากขาดทุน 921 ล้านบาทในปีก่อน) จากกระแสลมที่ดีขึ้น ส่วนโรงไฟฟ้า Gheco-One ฟื้นตัวจากการขาดทุนสต็อกถ่านหินที่ลดลง และได้รับค่าความพร้อมจ่าย (AP) เพิ่มขึ้นตามรอบซ่อมบำรุง (บล.เคจีไอ, บล.กรุงศรี, บล.ดาโอ (ประเทศไทย)) + ส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี (Xayaburi) ปรับตัวดีขึ้น : มีส่วนแบ่งกำไรเพิ่มขึ้นตามปริมาณการผลิตไฟฟ้าที่สูงขึ้นจากปริมาณน้ำไหลเข้าตามฤดูกาล และภาระต้นทุนทางการเงินที่ลดลง (บล.เคจีไอ, บล.ทิสโก้, บล.เอเซียพลัส) + แรงหนุนการเติบโตระยะยาวจากแผน PDP2569 และอุปสงค์ Data Center : มีโอกาสคว้ากำลังการผลิตใหม่และต่ออายุสัญญารวม 5.6 GW รวมถึงโอกาสศึกษาลงทุน Data Center สูงสุด 300 MW ในไทยและอินเดีย และการเจรจา Direct PPA ซึ่งจะเป็น Growth Driver สำคัญที่ยังไม่รวมในประมาณการ (บล.เคจีไอ, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.กรุงศรี, บล.ดาโอ (ประเทศไทย)) + ฐานะการเงินแข็งแกร่ง รองรับการลงทุนได้โดยไม่ต้องเพิ่มทุน : มีระดับหนี้สินสุทธิต่อทุน (Net IBD/E) ต่ำเพียง 0.72 เท่า มี Debt Capacity ราว 2 แสนล้านบาท รองรับแผนลงทุน 2.80 - 3.00 แสนล้านบาท (ปี 2569–2578) พร้อมโอกาสปลดล็อกมูลค่าจากการนำ AEPL เข้าจดทะเบียนในตลาด (IPO) ช่วงปี 2570–2571 (บล.เคจีไอ) + แนวโน้มต้นทุนก๊าซธรรมชาติและน้ำมันมีโอกาสปรับตัวลงในระยะกลาง-ยาว : คาดการณ์ต้นทุนก๊าซจะผ่อนคลายลงในปี 2570 หากสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์คลี่คลาย และได้รับ Sentiment บวกจากราคาน้ำมันตลาดโลกที่ปรับลดลง ซึ่งจะช่วยฟื้นฟูอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ให้ดีขึ้น (บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.กรุงศรี, บล.ดาโอ (ประเทศไทย)) + คาดการณ์ผลงาน 4Q69 ของบางโบรกฯ ลุ้นขยายตัวได้ : มองว่าธุรกิจ SPP มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นทั้ง YoY และ QoQ จากต้นทุนราคาก๊าซที่ทยอยผ่อนคลายตามราคาพลังงานโลก ขณะที่ค่า Ft ยังตรึงไว้ในระดับเดิม (บล.ดาโอ (ประเทศไทย)) สรุปปัจจัยลบ - กำไรสุทธิและกำไรหลักใน 3Q69 ชะลอตัวลงทั้ง YoY และ QoQ : กำไรสุทธิลดลง 9% YoY และ 12% - 13% QoQ ขณะที่กำไรปกติทำได้ 1.2 - 1.4 พันล้านบาท ลดลง 22% - 36% QoQ กดดันจากต้นทุนพลังงานที่เร่งตัวขึ้น (บล.เคจีไอ, บล.ทิสโก้, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.กรุงศรี, บล.ดาโอ (ประเทศไทย), บล.เอเซียพลัส) - ต้นทุนก๊าซธรรมชาติและถ่านหินพุ่งสูง กดดันมาร์จิ้นธุรกิจ SPP : ต้นทุนก๊าซธรรมชาติปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ 396 - 402 บาท/mmbtu (เพิ่มขึ้น 10.6% - 11% QoQ และ 28% YoY) ส่วนถ่านหินเพิ่มขึ้น 13.8% - 14% QoQ ซึ่งปรับตัวขึ้นเร็วกว่าการเรียกเก็บค่าไฟฟ้าขายส่งและค่า Ft ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือราว 12.9% (บล.เคจีไอ, บล.ทิสโก้, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.ดาโอ (ประเทศไทย), บล.เอเซียพลัส) - แนวโน้ม 4Q69 คาดกำไรปกติอ่อนตัวต่อสู่จุดต่ำสุดของปี : นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดกำไรปกติ 4Q69 จะลดลงต่อเนื่องลงมาอยู่ที่ระดับ 800 - 900 ล้านบาท เนื่องจากต้นทุนก๊าซมีแนวโน้มปรับขึ้นต่อแตะ 430 - 440 บาท/mmbtu ร่วมกับปัจจัยฤดูกาลที่มีวันหยุดยาวและค่าใช้จ่ายซ่อมบำรุงกับ SG&A ที่สูงขึ้น (บล.เคจีไอ, บล.ทิสโก้, บล.กรุงศรี, บล.เอเซียพลัส) - ปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้าและไอน้ำชะลอตัว : ปริมาณขายไฟฟ้าให้ลูกค้าอุตสาหกรรม (IU) ลดลง 1% - 3% YoY และลดลง 1% QoQ ปริมาณไอน้ำลดลง 1% - 2% QoQ รวมถึงกลุ่ม IPP ลดลงตามการเข้าสู่ช่วง Low Season หลังผ่านพ้นหน้าร้อน (บล.เคจีไอ, บล.ทิสโก้, บล.ดาโอ (ประเทศไทย), บล.เอเซียพลัส) - ส่วนแบ่งกำไรจากโครงการต่างประเทศลดลง QoQ ในไตรมาส 3 : โครงการ Avaada (AEPL) ในอินเดีย ถูกผลกระทบจากฤดูฝนและค่าใช้จ่ายดำเนินงานสูงขึ้น ส่วน CFXD รับรู้เงินชดเชยความพร้อมจ่ายเพียง 42 ล้านบาท เทียบกับ 172 ล้านบาทใน 2Q69 (บล.เคจีไอ, บล.ทิสโก้, บล.เอเซียพลัส) - ผลงานโรงไฟฟ้าไซยะบุรี (Xayaburi) คาดลดลงใน 4Q69 : คาดว่าส่วนแบ่งกำไรจะลดลง QoQ เนื่องจากพ้นช่วงพีคของปริมาณน้ำหลากตามฤดูกาลไปแล้ว (บล.ทิสโก้, บล.เอเซียพลัส) - ราคาหุ้นปรับขึ้นเร็วทำให้ Upside ระยะสั้นเริ่มจำกัด : ราคาหุ้นที่ปรับขึ้นแรงกว่า 10% สะท้อนปัจจัยบวกจากราคาน้ำมันดิบลดลงไปพอสมควรแล้ว ทำให้ส่วนต่างราคาเป้าหมายในระยะสั้นจำกัด จึงแนะเพียง Trading หรือรอสะสมเมื่อราคาปรับฐาน (บล.เอเซียพลัส) - ความเสี่ยงด้านการดำเนินงานและภายนอก : ปัจจัยเสี่ยงจากการปิดซ่อมบำรุงนอกแผน, ต้นทุนบานปลาย (Cost Overruns), การแข่งขันในการประมูลโครงการ (Bidding Risks), ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน และแนวโน้มอัตราดอกเบี้ย (บล.เคจีไอ, บล.ทิสโก้) |