สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมอง ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่ได้ประเมินทิศทางของ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP จากบทวิเคราะห์ที่ออกมาในวันที่ 15 มิ.ย.69 | ชื่อโบรกเกอร์ | คำแนะนำ | | | บล.ยูโอบีเคย์เฮียน | ซื้อ | 185 | | บล.กรุงศรี | Neutral (กลาง) | 165 | | บล.ทรีนีตี้ | ซื้อ | 163 | | บล.บัวหลวง | (ไม่ได้ระบุราคาเป้าหมาย) | - |
สรุปปัจจัยบวก + แนวโน้มผลประกอบการดีขึ้นในระยะสั้น: คาดการณ์กำไรปกติ (core profit) ในไตรมาส 2/69 (2Q26) จะเติบโตขึ้นทั้งเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน (QoQ) และช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยได้แรงหนุนจากราคาขายเฉลี่ย (ASP) ที่ปรับตัวสูงขึ้น และปริมาณการขายที่ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ (บล.ยูโอบีเคย์เฮียน) + กลยุทธ์การลดต้นทุนระยะยาวที่มีประสิทธิภาพสูง (โครงการ GOT SAVE): มีการยกระดับรูปแบบการพัฒนาแหล่งก๊าซในอ่าวไทยเพื่อควบคุมและลดต้นทุนเชิงโครงสร้างอย่างต่อเนื่อง (บล.ยูโอบีเคย์เฮียน, บล.ทรีนีตี้, บล.กรุงศรี, บล.บัวหลวง) โดยมีรายละเอียดสำคัญดังนี้: + การปรับลดน้ำหนักแท่นผลิต: สามารถลดน้ำหนักแท่นผลิตลงได้ถึง 44% จากเดิม 3,097 ตัน เหลือ 1,712 ตัน (ลดลงราว 300 ตันในบางรุ่น) ช่วยประหยัดต้นทุนวัสดุเหล็ก (บล.ทรีนีตี้, บล.บัวหลวง) + การนำชิ้นส่วนกลับมาใช้ซ้ำ (Reuse Platform): ต้นทุนของส่วนบนของแท่นผลิต (Topside) ที่นำกลับมาใช้ซ้ำ มีต้นทุนต่ำกว่าการสร้างใหม่ถึงราว 50% (บล.บัวหลวง) โดยในช่วงปี 2027-2029 มีแผนใช้ Wellhead Platform รวม 47 แท่น แบ่งเป็นแท่นใหม่ 21 แท่น และแท่น Reuse 26 แท่น ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงโครงการทดลองอีกต่อไป แต่เป็นกลยุทธ์หลักในการบริหาร CAPEX (บล.ทรีนีตี้, บล.บัวหลวง) + การประหยัดงบลงทุน (CAPEX): คาดว่าจะช่วยประหยัดงบลงทุน (CAPEX) ที่เกี่ยวข้องกับ Wellhead Platform ได้ประมาณ 20% หรือคิดเป็นมูลค่าราว 208 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1% ของงบ CAPEX ปี 2026-2030) (บล.กรุงศรี, บล.บัวหลวง) + โอกาสสร้าง Upside ต่อกำไรและมูลค่าหุ้น: มาตรการลดต้นทุนดังกล่าวอาจทำให้ต้นทุนต่อหน่วยลดลงได้อีกประมาณ 0.80 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งจะสร้าง Upside ต่อประมาณการกำไรระยะยาวราว 5% และเพิ่มมูลค่าพื้นฐานได้ประมาณ 5 บาทต่อหุ้น (บล.บัวหลวง) + การร่วมมือกับพันธมิตรยักษ์ใหญ่ระดับภูมิภาค: การว่าจ้างและร่วมธุรกิจกับบริษัท COOEC ซึ่งเป็นผู้รับเหมา Offshore EPCI รายใหญ่และทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งของจีนในการผลิตแท่นสำหรับโครงการ Bundle 4 (ปี 2027-2029) ช่วยเพิ่มความมั่นใจต่อคุณภาพงาน การส่งมอบตามแผน และช่วยลดความผิดพลาดในการก่อสร้างด้วยระบบออโตเมชัน (บล.ทรีนีตี้, บล.กรุงศรี, บล.บัวหลวง) + โอกาสต่อยอดและการทำ M&A: กระแสเงินสดของบริษัททำได้ดีกว่าช่วงก่อนโควิด-19 ช่วยเพิ่มโอกาสในการควบรวมหรือซื้อกิจการ (M&A) เพื่อสร้าง Upside การเติบโตในอนาคต รวมถึงโอกาสขยายโมเดลลดต้นทุนไปใช้กับโครงการในประเทศมาเลเซีย (บล.กรุงศรี) + การลดต้นทุนรื้อถอนและรักษาสิ่งแวดล้อม: โครงการนำโครงสร้างแท่นที่เลิกใช้งานไปทำปะการังเทียม (Jacket-to-Reef / Rig-to-Reef) ช่วยลดต้นทุนการรื้อถอนและการทำลายโครงสร้าง (บล.ทรีนีตี้) + ฐานะการเงินแข็งแกร่งและปันผลสูง: บริษัทมีความสามารถในการรักษาอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ให้อยู่ในระดับสูงถึง 6-7% ได้ในระยะยาว ช่วยจำกัดความเสี่ยงขาลง (Downside) ของราคาหุ้น (บล.บัวหลวง) สรุปปัจจัยลบ - แรงกดดันจากราคาน้ำมันดิบ: ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับฐานและอ่อนตัวลง อาจเข้ามากดดันต่อบรรยากาศ (Sentiment) การลงทุนในหุ้นกลุ่มพลังงานได้ในระยะสั้น (บล.กรุงศรี, บล.บัวหลวง) ให้ efinAI ช่วยสรุปข่าวและสัญญาณหุ้นก่อนใคร ได้ที่ : https://url.in.th/w-efin-stocknews |