ตลท. เตือนนักลงทุนระมัดระวังการตัดสินใจลงทุน EE หลังเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการถือหุ้น "นอท สลากพลัส" เข้าถือหุ้นใหญ่ 57.81% หลังทำรายการบิ๊กล็อตซื้อหุ้น 1,607 ล้านหุ้น และเตรียมเปลี่ยนสู่ธุรกิจ Tech สั่งชี้แจงข้อมูลภายใน 11 ธ.ค.นี้ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ขอให้ บริษัท อีเทอเนิล เอนเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ EE ชี้แจงข้อมลูเพิ่มเติมและขอให้ผู้ลงทุนศึกษาข้อมูลด้วยความระมัดระวังก่อนตัดสินใจลงทุน กรณีบริษัทมีการเปลี่ยนแปลงธุรกิจ กิจและอำนาจควบคุมอย่างมีนัยสำคัญ ตามที่วันที่ 4 ธันวาคม 2567 EE) ได้แจ้งสารสนเทศสำคัญมายังตลาดหลักทรัพย์ฯ ดังนี้ 1. มีการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นใหญ่เป็นนายพนัธ์ธวัช นาควิสุทธิ์ซึ่งเข้ามาถือหุ้น EE ในสัดส่วน 57.81% และมีหน้าที่ต้องทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ที่ราคาหุ้นละ 0.14 บาท 2. คณะกรรมการบริษัทมีมติให้เรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2568 เพื่อพิจารณาอนุมัติการเพิ่มทุน 2,720 ล้านหุ้น (49.45% ของทุนช าระแล้วภายหลังการเพิ่มทุน) ราคาเสนอขายหุ้นละ 0.19 บาท เป็นเงิน 517 ล้านบาท เพื่อเสนอขายให้แก่บุคคลในวงจำกัด (Private Placement : PP) 5 ราย ซึ่งเป็นจำนวนที่มีนัยสำคัญ เนื่องจากกระทบต่อสิทธิออกเสียงของผู้ถือหุ้น (Control Dilution) มากกว่า 25% โดยมีวัตถุประสงค์นำเงินเพิ่มทุนไปใช้ลงทุนในธุรกิจอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและสารสนเทศ (ธุรกิจ Tech) ซึ่งบริษัทคาดว่าจะมีผลตอบแทนการลงทุน (IRR) ไม่น้อยกว่า 12% แต่บริษัทยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้เนื่องจากอยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนและธุรกิจดังกล่าวเป็นธุรกิจของบริษัทจดทะเบียน จากรายการข้างต้นส่งผลให้ EE มีการเปลี่ยนแปลงทั้งธุรกิจและอำนาจควบคุมอย่างมีนัยสำคัญ โดยธุรกิจใหม่มีความเสี่ยงที่แตกต่างจากธุรกิจปัจจุบันของบริษัทซึ่งเป็นธุรกิจการเกษตร บริษัทคาดว่าจะลงทุนภายในปี 2568 และมีผลตอบแทนการลงทุน (IRR) ไม่น้อยกว่า 12% จึงเป็นข้อมูลสำคัญต่อการตัดสินใจลงทุน ดังนั้น ตลาดหลักทรัพย์ฯ ขอให้ EE ชี้แจงข้อมูลกรอบเวลาที่จะศึกษาความเป็นไปได้ของการลงทุนในธุรกิจ Tech แล้วเสร็จ ผ่านระบบเผยแพร่ข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์ฯ ภายในวันที่11 ธันวาคม 2567 ตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงขอให้ผู้ลงทุนศึกษาข้อมูลของ EE ด้วยความระมัดระวังก่อนการตัดสินใจลงทุนและติดตามความคืบหน้าของบริษัทในการเข้าลงทุนในธุรกิจ Tech ต่อไป 
ด้าน EE แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่าบริษัทฯ ได้รับแจ้งจากนายพันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์ ได้ทำการซื้อขายหุ้นของบริษัทฯ ผ่านระบบการซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยบนกระดานรายใหญ่ (Big Lot Board) ประจำวันที่ 4 ธันวาคม 2567 จำนวน 1,607,000,000 หุ้น คิดเป็น 57.81% ของทุนชำระแล้วของบริษัทฯ ซึ่งส่งผลให้โครงสร้างการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการถือหุ้นในบริษัทฯ ในครั้งนี้ การที่นายพันธ์ธวัช ถือหุ้นในบริษัทฯ เกินกว่า 25% ของหุ้นสามัญที่ออกและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมดและสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบริษัทฯ นั้น มีผลทำให้นายพันธ์ธวัช มีหน้าที่ในการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ที่เหลือทั้งหมดของกิจการ (Mandatory Tender Offer) โดยราคาทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ที่เหลือทั้งหมดของกิจการจะเท่ากับ 0.14 บาทต่อหุ้น ดังนั้น บริษัทจะดำเนินการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องตามกฎหมาย รวมถึงการแต่งตั้งที่ปรึกษาทางการเงินอิสระเพื่อให้ความเห็นแก่ผู้ถือหุ้นเกี่ยวกับคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ของนายพันธ์ธวัช ในครั้งนี้ ทั้งนี้ บริษัทฯ จะแจ้งข่าวให้ผู้ถือหุ้นทราบเพิ่มเติมโดยเร็ว เมื่อบริษัทฯ ได้รับรายละเอียดของคำเสนอซื้อหลักทรัพย์จากนายพันธ์ธวัช รวมถึงการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ที่อาจมีขึ้นกับนโยบายการดำเนินธุรกิจ แนวทางและโครงสร้างการบริหารงานของบริษัทฯ ต่อไป ด้าน นายอิศรา เรืองสุขอุดม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร EE แจ้งว่า บริษัทได้เปลี่ยนแปลงโครงสร้างและกรรมการบริหาร โดยคณะกรรมการบริษัทมีมติแต่งตั้ง นายพันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์ เป็นประธานกรรมการคนใหม่ แทนตำแหน่งที่ว่างลง เพื่อรองรับทิศทางธุรกิจในอนาคต
และมีมติการลดและเพิ่มทุนเพื่อความยั่งยืนทางธุรกิจบริษัทมีมติลดทุนจดทะเบียนจำนวน 2,780 ล้านบาท และเพิ่มทุนจดทะเบียนใหม่จำนวน 2,720 ล้านบาท โดยจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่บุคคลในวงจำกัด (Private Placement) เพื่อเพิ่มความสามารถในการลงทุนและขยายโอกาสทางธุรกิจ โดยการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนให้แก่บุคคลในวงจำกัด (Private Placement) ราคาที่กำหนดจะเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของประกาศ ทจ. 28/2565 และไม่ต่ำกว่าร้อยละ 90 ของราคาตลาด โดยราคาตลาดคำนวณจากค่าเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักย้อนหลัง 15 วันทำการ ทั้งนี้ การเสนอขายดังกล่าวส่งผลกระทบต่อสิทธิออกเสียงของผู้ถือหุ้น (Control Dilution) เกินร้อยละ 25 จึงต้องได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของเสียงทั้งหมดที่มีสิทธิออกเสียง
ด้านการสร้างความชัดเจนให้แก่โครงสร้างธุรกิจใหม่ ทางบริษัทจึงเห็นชอบและเตรียมเสนอเปลี่ยนชื่อบริษัท สู่ยุคใหม่ในชื่อ TECHLEAD NPN “บริษัท เทคลีด เอ็นพีเอ็น จำกัด (มหาชน)” (TECHLEAD NPN Public Company Limited) เพื่อสะท้อนถึงทิศทางธุรกิจใหม่ที่ชัดเจน หลังการเปลี่ยนแปลงกลุ่มผู้บริหาร
ด้านนายอิศรา เรืองสุขอุดม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่า “การเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น ‘TECHLEAD NPN’ ไม่เพียงแค่เป็นการสะท้อนภาพลักษณ์ใหม่ขององค์กร แต่ยังแสดงถึงความชัดเจนในโครงสร้างธุรกิจที่กำลังเปลี่ยนแปลง ภายหลังการปรับเปลี่ยนกลุ่มผู้บริหาร แนวทางใหม่นี้สอดคล้องกับเศรษฐกิจและสภาพแวดล้อมทางธุรกิจในปัจจุบัน โดยธุรกิจใหม่ที่เรามุ่งเน้นจะช่วยสร้างโอกาสทางธุรกิจที่กว้างขึ้น เพิ่มรายได้และผลกำไรอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทมั่นใจว่าธุรกิจใหม่มีศักยภาพสูงและมีทิศทางการเติบโตที่มั่นคงในระยะยาว ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญสำหรับความสำเร็จของบริษัทในอนาคต”
ทั้งนี้การเปลี่ยนแปลงทั้งหมดนี้จะถูกนำเสนอใน การประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2568 ผ่านระบบ e-Meeting ในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 14.00 น. โดยมีการกำหนดวัน Record Date ในวันที่ 24 ธันวาคม 2567
|