สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมอง ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่ได้ประเมินทิศทางของ บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) หรือ BANPU จากบทวิเคราะห์ที่ออกมาในวันที่ 25 ส.ค. 69
ชื่อโบรก | คำแนะนำ | ราคาเป้าหมาย | บล.กรุงศรี | Buy | 17.00 บาท | บล.เคจีไอ | ถือ | 15.40 บาท | บล.ยูโอบีเคย์เฮียน | ถือ | 15.00 บาท | บล.บัวหลวง | ซื้อ | 20.00 บาท |
สรุปปัจจัยบวก + อุปสงค์ถ่านหินมีแนวโน้มเติบโต HoH ในช่วง 2H26 หนุนโดยความต้องการที่เพิ่มขึ้นช่วงฤดูร้อน, El Niño, และ gas-to-coal switching รวมถึงปริมาณขายถ่านหินคาดเพิ่มขึ้น HoH และต้นทุนต่อหน่วยในออสเตรเลียจะลดลง HoH (บล.บัวหลวง) + ผลการดำเนินงานมีแนวโน้มฟื้นตัวในช่วง 2H26 และมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลระดับสูง คาดการณ์อยู่ที่ 5-6% (บล.บัวหลวง)
+ แนวโน้มการกลับมา Turnaround ต่อเนื่องในปี 2026-2028F เฉลี่ย +68% CAGR จากธุรกิจก๊าซฯ และโรงไฟฟ้าที่มีฐานผลิตใน U.S. ซึ่งอัตรากำไรเพิ่มขึ้นตามราคาขาย และได้รับประโยชน์โดยตรงจากความต้องการใช้ที่เติบโตของ Data center ใน U.S. รวมถึงการขยายกำลังการส่งออก LNG (บล.กรุงศรี)
+ มี Upside risk จากการขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าใน U.S. ประเมินเบื้องต้น 1.2 บาท/หุ้น โดยผู้บริหารคาดการเจรจา PPA กับ hyper scaler มีความคืบหน้าภายในต้นปี 2027 (บล.กรุงศรี)
+ BKV เริ่มเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์โครงการ Carbon Capture and Storage (CCS) 2 โครงการ ได้แก่ Cotton Cove (กักเก็บ CO2 ได้ประมาณ 32,000 ตัน/ปี) และ Eagle Ford (กักเก็บ CO2 ได้ประมาณ 90,000 ตัน/ปี) ส่งผลให้กำลังการกักเก็บ CO2 รวมเพิ่มขึ้นเป็น 305,000 ตัน/ปี (+67% QoQ) ช่วยหนุน Profile ด้าน ESG และเสริมความแข็งแกร่งเชิงพาณิชย์ โดยตั้งเป้าหมายกำลังกักเก็บที่ 1.5 ล้านตัน/ปี ภายในปี 2571F (บล.เคจีไอ)
+ คาดการณ์ผลผลิตถ่านหินใน 3Q69F เพิ่มขึ้น โดยอินโดนีเซียเพิ่มเป็น 5.9 ล้านตัน (+0.6 ล้านตัน QoQ) จากกิจกรรมขุดเหมืองที่เพิ่มขึ้น และออสเตรเลียเพิ่มเป็น 2.6 ล้านตัน (+0.9 ล้านตัน QoQ) เนื่องจากไม่มีการย้าย Longwall ที่เหมือง Springvale (บล.เคจีไอ)
+ ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 0.40 บาท/หุ้น คิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ 2.8% (ขึ้น XD วันที่ 11 ก.ย.) (บล.เคจีไอ, บล.ยูโอบีเคย์เฮียน)
+ ราคาก๊าซยังคงได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์ที่แข็งแกร่ง และแผน PDP ฉบับใหม่อาจเป็นปัจจัยบวกต่อธุรกิจ Power+ (บล.ยูโอบีเคย์เฮียน)
สรุปปัจจัยลบ - คาดการณ์กำไรใน 3Q69F จะลดลง QoQ จากราคาถ่านหินอ้างอิง Newcastle ใน 3QTD69 ลดลง 5% QoQ มาอยู่ที่ US$131/ton ทำให้ราคาขายเฉลี่ย (ASP) ลดลง (บล.เคจีไอ)
- ต้นทุนถ่านหินที่อินโดนีเซีย (ไม่รวมค่าภาคหลวง) คาดว่าใน 3Q69F จะเพิ่มขึ้น QoQ จากราคาเชื้อเพลิงที่แพงขึ้น กระทบต้นทุนการขุดเหมืองและการขนส่ง โดยบริษัทตั้งเป้าต้นทุนปี 2569F ไว้ที่ US$61/ton (เทียบกับ US$57/ton ใน 1Q69 และ US$61/ton ใน 2Q69) (บล.เคจีไอ)
- คาดกำไรจากธุรกิจไฟฟ้าใน 3Q69F จะลดลง QoQ จากการปิดซ่อมบำรุง Unit#1 ของโรงไฟฟ้า BLCP นาน 18 วัน และ Unit#1 ของโรงไฟฟ้าหงสานาน 22 วัน (บล.เคจีไอ)
- ความผันผวนของราคาถ่านหิน และความเสี่ยงของการปิดโรงไฟฟ้านอกแผน (บล.เคจีไอ)
- ราคาถ่านหินมี Upside ที่จำกัด (บล.ยูโอบีเคย์เฮียน)
ให้ efinAI ช่วยสรุปข่าวและสัญญาณหุ้นก่อนใคร ได้ที่ : https://url.in.th/w-efin-stocknews
|