JSP กางแผนโครงการ JUMP+ 3 ปี ตั้งเป้าดันรายได้เติบโตปีละ 15% หรือแตะ 1.54 พันลบ. ภายในปี 71 กางแผน 6 ยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนองค์กรสู่การเติบโตระยะยาว หลังมองตลาดยาและอาหารเสริมไทยยังมีศักยภาพสูง ด้านโบรกฯ คาดลุ้นกำไรสุทธิเพิ่มเป็น 79 ลบ. ในปี 71 หรือโตเฉลี่ย 20% ต่อปี นายสิทธิชัย แดงประเสริฐ Group CEO บริษัท โรงงานเภสัชอุตสาหกรรม เจเอสพี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ JSP เปิดเผยว่าธุรกิจเกี่ยวข้องกับสุขภาพถือเป็นอุตสาหกรรมที่เติบโตได้ แม้ภาวะเศรษฐกิจจะเปราะบางโดยเฉพาะในปัจจุบันที่โครงสร้างประชากรก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมสุขภาพในระยะยาว สอดคล้องกับข้อมูลสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติที่ระบุว่าในปี 76 จะมีประชากรมีอายุมากกว่า 60 ปี มากกว่า 30% ของประชากรทั้งหมด ขณะเดียวกัน Euromonitor คาดการเติบโตมูลค่าตลาดยา, อาหารเสริมของไทยเติบโต 6-8% ในอีก 3-5 ปีข้างหน้า โดยปัจจุบันมูลค่าตลาดยาของไทย ณ ปี 68 อยู่ที่ 3 แสนล้านบาท ในขณะที่รายได้ของบริษัทปี 68 ที่ 1,000 ล้านบาท คิดเป็นส่วนแบ่งการตลาดไม่ถึง 1% สะท้อนถึงโอกาสการเติบโตที่ยังเปิดกว้างอีกมากในอนาคต ล่าสุด JSP เข้าร่วมโครงการ JUMP+ ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พร้อมกำหนดแผนการดำเนินงานระยะ 1-3 ปี โดยตั้งเป้ารายได้รวมในปี 71 อยู่ที่ 1,540 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ย 15% ต่อปี และผลักดันอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 42% จาก 40% ในปี 68 ผ่านการยกระดับศักยภาพธุรกิจในทุกกลุ่มธุรกิจ สำหรับแผนขับเคลื่อนธุรกิจในช่วงปี 69- 71 วาง 6 ยุทธศาสตร์หลัก ประกอบด้วย 1.ยกระดับแบรนด์ของบริษัท มุ่งสร้างความแข็งแกร่งให้กับผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ “สุภาพโอสถ” เพื่อผลักดันให้เป็นแหล่งรายได้หลักที่มีอัตรากำไรสูง ควบคู่กับการขยายช่องทางจำหน่ายทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ล่าสุดบริษัทลุยแผนการตลาด Out of Home Media เพื่อให้ผู้บริโภครับรู้แบรนด์สุภาพโอสถ โดยมีการประชาสัมพันธ์ผ่านทางป้ายบิลบอร์ด 17 ป้าย อาทิ ทางออกสุวรรณภูมิ และตึกใบหยก เพื่อสร้างการรับรู้ของคนกรุงเทพฯ โดยมีกลุ่มเป้าหมายทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ 2.ขยายธุรกิจ OEM อย่างต่อเนื่อง โดยรักษาฐานลูกค้าเดิม พร้อมเพิ่มลูกค้าใหม่ผ่านการยกระดับงานวิจัยและพัฒนา มาตรฐานการผลิต และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาด เพื่อสร้างความแข็งแกร่งและกระจายความเสี่ยงด้านรายได้ 3.ขยายธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศ ผ่านการสร้างพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ในประเทศเป้าหมายและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล โดยมุ่งเน้นตลาดที่มีศักยภาพสูง ได้แก่ จีน, อินเดีย, เวียดนาม และกลุ่มประเทศอาเซียน เพื่อยกระดับสู่การเป็นผู้เล่นระดับภูมิภาคในอนาคต 4.ขยายธุรกิจตลอดห่วงโซ่มูลค่า โดยต่อยอดศักยภาพของบริษัทในเครือ ได้แก่ Caresutic , CDIP และ Grace Water Med (GWM) เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของระบบนิเวศธุรกิจสุขภาพครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ 5.สร้างการเติบโตผ่านการลงทุนและพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ โดยศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนในธุรกิจสุขภาพที่สอดคล้องกับวิสัยทัศน์องค์กร เพื่อเข้าถึงตลาดใหม่ เพิ่มศักยภาพด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมถึงสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว 6.ยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานและบริหารต้นทุน ผ่านการนำระบบอัตโนมัติและเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการเพิ่มอัตราการใช้กำลังการผลิต เพื่อเสริมความสามารถในการแข่งขันและการทำกำไรอย่างยั่งยืน โบรกฯ ประเมินกำไรสุทธิเพิ่มเป็น 79 ลบ. ในปี 71 ด้านนักวิเคราะห์ บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) ระบุถึงแผน Jump+ ของ JSP หากการเติบโตของรายได้ตามการขยายธุรกิจตามแผนกลยุทธ์ดังที่กล่าวไปก่อนหน้า ส่งผลให้รายได้ปี 69-71 อยู่ที่ 1.2 , 1.3 และ 1.5 พันล้านบาท หรือคิดเป็นการเติบโตเฉลี่ย (CAGR) 15% ต่อปี ขณะที่ GPM ปรับตัวขึ้นจาก 40% เป็น 42% ตามแผนผ่านการประหยัดต่อขนาดและการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต จะส่งผลให้กำไรสุทธิเพิ่มเป็น 79 ล้านบาท ในปี 71 เทียบกับ 45 ล้านบาท ในปี 68 คิดเป็นการเติบโตเฉลี่ย (CAGR) 20% ต่อปี หรือคิดเป็นกำไรต่อหุ้น (EPS) ที่ 0.11 , 0.14 และ 0.17 บาท ในปี 69-71 ตามลำดับ ขณะที่หากทำการประเมินมูลค่าโดยวิธี P/E ซึ่งค่าเฉลี่ยกลุ่มภาย Phama และอาหารเสริมในกลุ่มประเทศเกิดใหม่ (EM) ปี 69 อยู่ที่ 18 เท่า ถ้าสัดส่วนรายได้ของบริษัทมีการกระจายในธุรกิจในห่วงโซ่คุณค่าที่สร้าง synergy ได้ ช่วยหนุนการ re-rating ให้กับบริษัท นำไปสู่ P/E ที่สูงขึ้นจากคุณภาพของกระแสเงินสดที่ดีขึ้น ให้ efinAI ช่วยสรุปข่าวและสัญญาณหุ้นก่อนใคร ได้ที่ : https://url.in.th/w-efin-stocknews |