FPT จับมือ ROJNA-เอเชีย อินดัสเตรียล เอสเตท เปิดตัว 'อารยะ ดิ อีสเทิร์น เกตเวย์' ชูระบบนิเวศเมืองอุตสาหกรรมและนวัตกรรมครบวงจรครั้งแรกของไทย บนพื้นที่กว่า 4,600 ไร่ ย่านถนนบางนา-ตราด พร้อมแย้มเฟสแรกพัฒนาพื้นที่ 2,000 ไร่ มูลค่าเงินลงทุน 2 หมื่นลบ. นายปณต สิริวัฒนภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ลิมิเต็ด และรองประธานกรรมการ บมจ.เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) หรือ FPT เปิดเผยว่า บริษัท อารยะ แลนด์ ดีเวลลอปเม้นต์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทภายใต้การร่วมทุนของ FPT, บมจ.สวนอุตสาหกรรมโรจนะ (ROJNA) และบริษัท นิคมอุตสาหกรรมเอเซีย จำกัด (เอเชีย อินดัสเตรียล เอสเตท) ได้ร่วมกันเปิดตัว "อารยะ ดิ อีสเทิร์น เกตเวย์" ซึ่งเป็นระบบนิเวศเมืองอุตสาหกรรมและนวัตกรรมครบวงจรครั้งแรกของประเทศไทย 
โครงการดังกล่าวมีพื้นที่กว่า 4,600 ไร่ ซึ่งประกอบไปด้วย แคมปัสด้านอุตสาหกรรมและเทคโนโลยี พื้นที่โลจิสติกส์ นิคมอุตสาหกรรมอารยะ ตลอดจนโซนไลฟ์สไตล์และบริการต่างๆ ศูนย์กลางการให้บริการชุมชน และโครงการที่อยู่อาศัย บนทำเลกิโลเมตรที่ 32 บางนา-ตราด ขณะที่โครงการเฟสแรกคาดว่าจะพัฒนาพื้นที่ 2,000 ไร่ มูลค่าเงินลงทุนประมาณ 20,000 ล้านบาท ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าจะใช้เวลาขายพื้นที่หมดประมาณ 5-6 ปี ปัจจุบันบริษัทมีลูกค้ารายแรก ซึ่งเป็นผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์จากประเทศเยอรมันที่เจรจาซื้อที่ดินในพื้นที่อารยะ ดิ อีสเทิร์น เกตเวย์แล้วกว่า 100 ไร่ พร้อมตั้งเป้ายอดขายปีนี้ประมาณ 200-300 ไร่ นางสาวกมลกาญจน์ คงคาทอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท อารยะ แลนด์ ดีเวลลอปเม้นต์ จำกัด กล่าวว่า สำหรับ "อารยะ ดิ อีสเทิร์น เกตเวย์" ถูกพัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด ระบบนิเวศเมืองอุตสาหกรรมและนวัตกรรมที่เชื่อมโยงเป็นหนึ่งเดียวกัน หรือ Industrial Tech Ecosystem โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อบุกเบิกระบบนิเวศแห่งนวัตกรรมด้านอุตสาหกรรม เทคโนโลยีขั้นสูง และโลจิสติกส์แบบครบวงจรที่ยังไม่เคยมีมาก่อนในประเทศไทย พร้อมสนับสนุนความสำเร็จทางธุรกิจของลูกค้า ส่งเสริมคุณภาพชีวิตของบุคลากรในโครงการด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก และโครงสร้างพื้นฐานที่ครบครัน ทั้งยังเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์ประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางการลงทุนที่น่าเชื่อถือ และได้รับการยอมรับจากบริษัทระดับนานาชาติ เพื่อดึงดูดการลงทุนจากทั่วโลกเข้ามาส่งเสริมเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยโครงการตั้งอยู่บนประตูสู่ภาคตะวันออก ณ กิโลเมตรที่ 32 ของถนนบางนา-ตราด จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งนับเป็นทำเลทองของอุตสาหกรรมไทยใกล้กรุงเทพฯ เชื่อมต่อจากถนนบางนา-ตราด สู่ทางพิเศษกรุงเทพ-ชลบุรีสายใหม่ (Motorway) นอกจากนี้ ยังสามารถเชื่อมต่อกับเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจที่สำคัญ และท่าเรือแหลมฉบังในเวลาเพียง 60 นาที เหมาะกับการเป็นศูนย์กลางธุรกิจโลจิสติกส์ อุตสาหกรรม และการค้าระหว่างประเทศ ส่วนการออกแบบระบบนิเวศภายในโครงการ ภายใต้ 6 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ 1. Industrial Tech Campus (แคมปัสด้านอุตสาหกรรมและเทคโนโลยี): พื้นที่ที่ถูกออกแบบให้เป็นแคมปัสของบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูง รวมไปถึงศูนย์ข้อมูล (Data Center) โดยมีสิ่งอำนวยความสะดวกและโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัย เพื่อสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจในกลุ่มอุตสาหกรรมแห่งอนาคต 2. Logistics Park (พื้นที่โลจิสติกส์): พื้นที่สำหรับธุรกิจโลจิสติกส์ คลังสินค้า และศูนย์กระจายสินค้า ด้วยทำเลที่ตั้งที่เชื่อมต่อการคมนาคมขนส่งได้อย่างสะดวก จึงเหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการความคล่องตัวในการขนส่งสินค้าทั้งภายในและต่างประเทศ 3. ARAYA Industrial Estate (นิคมอุตสาหกรรมอารยะ): พื้นที่สำหรับโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ และตั้งอยู่ในพื้นที่ของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (IEAT) ซึ่งจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีและการลงทุนต่างๆ ตามนโยบายของภาครัฐ 4. Lifestyle & Amenities (โซนไลฟ์สไตล์และบริการต่างๆ): พื้นที่รีเทล ไลฟ์สไตล์ และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ของโครงการที่มุ่งเน้นการส่งมอบคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับทุกคน 5. Community Services Centre (ศูนย์กลางการให้บริการชุมชน): ศูนย์กลางในการให้บริการชุมชน และช่วยเหลือลูกค้าของโครงการ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น สวนสาธารณะ ลู่วิ่ง และสนามฟุตซอล และ 6. Residential Project (โครงการที่อยู่อาศัย) : เตรียมจัดสรรพื้นที่สำหรับพัฒนาเป็นโครงการที่อยู่อาศัยเพื่อรองรับบุคลากร ผู้เชี่ยวชาญ และผู้บริหาร ที่ทำงานในโครงการ เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดี และลดความจำเป็นในการเดินทาง สอดคล้องกับแนวคิด Work-Live-Play "อารยะ ดิ อีสเทิร์น เกตเวย์" ไม่ใช่เพียงนิคมอุตสาหกรรม แต่เป็นอสังหาริมทรัพย์เชิงธุรกิจและอุตสาหกรรมใหม่ ในรูปแบบของระบบนิเวศเมืองอุตสาหกรรมและนวัตกรรม เราเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าด้วยข้อได้เปรียบทั้งด้านเงินลงทุนที่แข็งแกร่ง ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ ตลอดจนเครือข่ายลูกค้าที่ได้มาจากการผสานความร่วมมือระหว่าง 3 บริษัท จะผลักดันให้โครงการประสบความสำเร็จตามที่ตั้งใจ" นางสาวกมลกาญจน์ กล่าว 
|