สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมอง ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่ได้ประเมินทิศทางของ บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) หรือ STA จากบทวิเคราะห์ที่ออกมาในวันที่ 25 - 27 ส.ค. 69
ชื่อโบรก | คำแนะนำ | ราคาเป้าหมาย | บล.ทรีนีตี้ | ซื้อเก็งกำไร | 24.60 บาท | บล.กรุงศรี | Buy | 24.00 บาท | บล.ลิเบอเรเตอร์ | ซื้อ / เก็งกำไร | 22.30 บาท | บล.ฟินันเซีย ไซรัส | ซื้อ | 22.00 บาท |
สรุปปัจจัยบวก + ราคายางธรรมชาติยังทรงตัวและไต่ระดับอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง จากภาวะอุปทานยางในตลาดโลกตึงตัวและลดลง (บล.กรุงศรี, บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.ทรีนีตี้, บล.ฟินันเซีย ไซรัส) + การปรับขึ้นของราคาขายเฉลี่ย (ASP) คาดว่าจะช่วยหนุนภาพรวมผลการดำเนินงาน อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) และ Operating Margin ให้ฟื้นตัวได้ดี (บล.กรุงศรี, บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.ทรีนีตี้)
+ ปัจจัยบวกทางกฎหมายและสภาพอากาศ เช่น มาตรฐาน EUDR และปรากฏการณ์เอลนีโญ คาดว่าจะกลายเป็นตัวเร่งผลักดันให้ราคายางปรับตัวขึ้นอีกในอนาคต (บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.ฟินันเซีย ไซรัส)
+ การคุมค่าใช้จ่ายที่ดีกว่าคาด สะท้อนจาก SG&A/sales งวด 6M26 ที่ 6.3% ต่ำกว่าสมมติฐานเดิมที่ 6.5% (บล.กรุงศรี)
+ การปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิ / กำไรปกติปี 2026 (2569) ขึ้นเป็น 2,590 - 2,940 ลบ. ฟื้นตัวเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ YoY (บล.กรุงศรี, บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.ทรีนีตี้)
+ ราคายางธรรมชาติยังมีราคาถูกกว่ายางสังเคราะห์ถึง 20% ช่วยดึงดูดผู้ผลิตถุงมือยางและล้อยางให้ปรับสัดส่วนมาใช้ยางธรรมชาติมากขึ้น (บล.ทรีนีตี้)
+ มีการประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 0.50 บาท/หุ้น ให้ Dividend Yield ราว 2.5 - 2.8% (บล.กรุงศรี, บล.ทรีนีตี้)
+ ผลการดำเนินงาน 3Q26 คาดว่าจะสามารถพลิกกลับมาเป็นกำไรได้เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (3Q25 ที่ขาดทุนปกติ -875 ลบ.) (บล.กรุงศรี, บล.ทรีนีตี้)
สรุปปัจจัยลบ - แนวโน้มผลการดำเนินงานและกำไรสุทธิช่วง 3Q26 คาดว่าจะชะลอตัวลง QoQ จากปริมาณขายที่ลดลง และผลการดำเนินงานของธุรกิจถุงมือยาง (STGT) ที่ลดลง (บล.กรุงศรี, บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.ทรีนีตี้, บล.ฟินันเซีย ไซรัส)
- ต้นทุนวัตถุดิบปรับตัวสูงขึ้นซึ่งกดดันอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) (บล.กรุงศรี, บล.ลิเบอเรเตอร์)
- ปริมาณการขายยางรวมมีแนวโน้มชะลอตัวลง และมีการปรับลดเป้าปริมาณขายปี 2569 ลงเหลือ 1.37 - 1.50 ล้านตัน (บล.กรุงศรี, บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.ทรีนีตี้)
- พฤติกรรมลูกค้าเปลี่ยนไปเน้นการสั่งซื้อระยะสั้นเป็นหลัก ไม่เร่งซื้อสะสมสต็อก เนื่องจากราคายางอยู่ในระดับสูง (บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.ทรีนีตี้)
- อุปสงค์ในภาพรวมของอุตสาหกรรมล้อยางชะลอตัว โดยมีความต้องการเติบโตเพียง 1 - 3% (บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.ทรีนีตี้)
- ปัญหาอุปทานลดลงจากสภาพอากาศ ฝนตกชุกทำให้จำนวนวันกรีดยางเหลือเพียง 4-5 วัน/เดือน ส่งผลให้ผลผลิตยางเดือน ส.ค. ลดลง 20% MoM และคาดผลผลิตยางไทยปีนี้ลดลง 5% YoY (บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.ทรีนีตี้)
- ปัญหาเชิงโครงสร้างการปลูกพืช เกษตรกรในไทย อินโดนีเซีย หันไปปลูกปาล์มน้ำมันแทนเนื่องจากให้รายได้สูงกว่า (บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.ทรีนีตี้)
- ความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว มาตรฐานการสั่งซื้อที่เปลี่ยนแปลงไป และความไม่แน่นอนทางสภาพอากาศ (บล.ทรีนีตี้)
ให้ efinAI ช่วยสรุปข่าวและสัญญาณหุ้นก่อนใคร ได้ที่ : https://url.in.th/w-efin-stocknews |