ลุยตลาดดิจิทัล! SAAM บริษัทในตลาดหลักทรัพย์ไทยเปิดน่านน้ำใหม่สู่กิจการที่ไม่เกี่ยวเนื่องกับพลังงาน รุกธุรกิจให้บริการดูแลสภาพคล่องในตลาดคริปโทฯ “ปรมินทร์ อินโสม” เป็นกุนซือ! ประกาศเตรียมระดมทุนผ่านหุ้นกู้แปลงสภาพ 10 ล้านดอลล์ขาย PP ***SAAM เปิดน่านน้ำใหม่ ธุรกิจผู้ให้บริการสภาพคล่อง บริษัท เอสเอเอเอ็ม ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ SAAM เปิดน่านน้ำใหม่ขยายเข้าสู่กิจการที่ไม่เกี่ยวเนื่องกับโครงการพลังงานหมุนเวียน สู่ตลาดอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล ด้วยการรุกธุรกิจเป็นผู้ให้บริการสภาพคล่อง (Liquidity Provider) ในศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลทั้งแบบรวมศูนย์ (Centralized) และแบบกระจายศูนย์ (Decentralized) การแถลงข่าวของ SAAM และพันธมิตรในวันนี้ เกิดขึ้นหลังจากปลายเดือนก.พ.ที่ผ่านมา บริษัทฯ รายงานตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เรื่องการอนุมัติการดำเนินในธุรกิจใหม่ และการขายหุ้นเพิ่มทุน 100 ล้านบาทให้แก่บุคคลในวงจำกัด ข่าวที่เกี่ยวข้อง : SAAM ขาย PP ฉลุย 100 ลบ.สยายปีกเข้าสู่โลกสินทรัพย์ดิจิทัล! นายพดด้วง คงคามี ซีอีโอของ SAAM กล่าวในการแถลงข่าวกับสื่อมวลชนวันนี้ว่า การเข้าสู่โลกสินทรัพย์ดิจิทัลไม่ใช่เพียงแค่การถือครองเหรียญเพื่อเก็งกำไร แต่เป็นการขยับเข้าสู่โมเดลธุรกิจใหม่ที่สามารถสร้างรายได้ระยะยาว ด้วยการสร้างระบบในการเพิ่มสภาพคล่องและบริการพื้นฐานที่จำเป็นเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล *** Liquidity Provider ในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล สำหรับ Liquidity Provider ในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล คือผู้ที่วางสินทรัพย์ทั้งคริปโทฯ และเงินบาทไว้ทั้งสองฝั่งของการเทรดในกระดานซื้อขาย โมเดลรายได้มาจาก 3 ทาง 1.ส่วนต่างของราคาซื้อขาย (spread) ซึ่งเมื่อมีผู้ซื้อและขายผู้ให้บริการเพิ่มสภาพคล่องจะได้ส่วนต่าง 2.ความแตกต่างของราคาในแต่ละกระดานเทรด ผู้ให้บริการเสริมสภาพคล่องสามารถซื้อในที่ที่ราคาถูกและขายในที่ที่แพงกว่าได้ผ่านระบบอัตโนมัติ และ 3.ค่าธรรมเนียมที่เก็บจากกระดานเทรด เพื่อรองรับแผนธุรกิจนี้ SAAM จึงได้ขายหุ้นเพิ่มทุนให้แก่บุคคลในวงจำกัด (Private Placement : PP) 100 ล้านบาท สำหรับการพัฒนาระบบ 20 ล้านบาทและอีก 80 ล้านบาทใช้ซื้อโทเคน B4FWX เพื่อใช้เป็นสินทรัพย์ในการทำธุรกิจ ‘Liquidity Provider’ แก่ FWX แพลตฟอร์มอนุพันธ์แบบไร้ศูนย์กลาง นายชานน จรัสสุทธิกุล ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอ บริษัท เอฟดับบลิวเอ็กซ์ จำกัด (FWX) กล่าวว่า FWX จะมีเหรียญของแพลตฟอร์มคือ B4FWX และเปิดให้ซื้อขายทั้งใน CEX และ DEX ดังนั้น ทาง SAAM ก็จะใช้โทเคน B4FWX เป็นสินทรัพย์ในการดูแลสภาพคล่องบนกระดานเทรดที่มี B4FWX ลิสต์อยู่ พร้อมเสริมว่า FWX กำลังพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการซื้อขายที่สามารถเชื่อมโยงกับนักลงทุนสถาบันทั่วโลกได้อย่างแท้จริง โดยใช้ AI เข้ามาช่วยจัดการความเสี่ยงและเพิ่มประสิทธิภาพในการซื้อขายภายใต้ระบบไร้ตัวกลาง ซึ่งถือเป็นหัวใจของ DeFi ยุคใหม่ ***“ปรมินทร์ อินโสม” นั่งกุนซือโมเดลใหม่ อุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล โดยโมเดลธุรกิจใหม่นี้ SAAM จะดำเนินการผ่านบริษัทย่อยที่ชื่อ “บริษัท นากาโมโตะ แล็บส์ จำกัด” ซึ่งจะพัฒนาระบบผู้ให้บริการเพิ่มสภาพคล่อง โดยจะเริ่มจากการให้บริการกับกระดานเทรดในไทยก่อน ซึ่งมีคนดังอย่าง “ปรมินทร์ อินโสม” เป็นกุนซือ โดยเขาดำรงตำแหน่ง ซีอีโอบริษัท นากาโมโตะ แล็บส์ จำกัด และยังเป็นกรรมการ SAAM อีกด้วย ปรมินทร์ เป็นผู้ที่มีความชำนาญและความรู้ความสามารถในด้านอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล เขาเป็นผู้ก่อตั้ง FIRO บล็อกเชนด้านในการรักษาข้อมูลส่วนตัวและ Satang Pro กระดานเทรดคริปโทที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของไทย ก่อนที่ต่อมาจะถูกเทคโอเวอร์โดย KBANK เขากล่าวว่า ธุรกิจการให้บริการเป็น Liquidity Provider ในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลของไทยยังมีโอกาสอีกมาก เพราะปัจจุบันยังมีผู้เล่นน้อยราย และเป็นรายเล็กเนื่องจากต้องใช้เงินลงทุนสูงในการซื้อสินทรัพย์ดิจิทัล ในขณะที่ SAAM จะใช้โมเดลการระดมเงินทุนผ่านการออกหุ้นกู้แปลงสภาพ ทำให้อาจกลายมาเป็นหนึ่งในผู้เล่นรายใหญ่ในตลาดบริการเพิ่มสภาพคล่องแก่กระดานเทรดคริปโทฯ ซึ่งธุรกิจนี้หากมีเงินทุนมากก็จะมีโอกาสสร้างรายได้มากจากบริการนี้ ***เตรียมออกหุ้นกู้แปลงสภาพวงเงิน 360 ลบ.เพื่อซื้อบิตคอยน์ SAAM จึงเตรียมออกหุ้นกู้แปลงสภาพวงเงิน 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 360 ล้านบาท) แบบไม่มีดอกเบี้ย เพื่อนำเงินไปซื้อบิตคอยน์สำหรับใช้เป็นสินทรัพย์ในการทำธุรกิจ Liquidity Provider แก่ตลาดซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลแบบรวมศูนย์ (CEX) ในไทย ซีอีโอของ SAAM กล่าวว่า ขณะนี้มีกลุ่มผู้ลงทุนแบบเฉพาะเจาะจง แสดงความสนใจซื้อหุ้นกู้แปลงสภาพล็อตนี้แล้วทั้งชาวไทยและนักลงทุนต่างประเทศ ที่สำคัญเป็นกลุ่มนักลงทุนที่มีความรู้ความเข้าใจในอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล และรับทราบความเสี่ยงเป็นอย่างดี ซึ่งผู้ที่ถือหุ้นกู้สามารถแปลงมาเป็นหุ้น SAAM ได้ในอนาคตหรือในกรณีไม่ต้องการแปลงกลับเป็นหุ้น SAAM จะคืนเป็น “บิตคอยน์” ในมูลค่าต้นทุน "ปรมินทร์" เสริมว่า แผนการออกหุ้นกู้แปลงสภาพครั้งนี้คล้ายกับโมเดลของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ NASDAQ ชื่อดังอย่าง Strategy (เดิม MicroStrategy) ที่ออกหุ้นกู้อย่างต่อเนื่องเพื่อมาซื้อบิตคอยน์และถือครองไว้ในงบดุลระยะยาว แต่สิ่งที่ SAAM แตกต่างคือไม่ได้ซื้อเพื่อมาถือครองไว้เฉยๆ แต่เพื่อใช้ในการดำเนินธุรกิจ ‘Liquidity Provider’ ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ล็อตใหญ่! Strategy ทุ่ม 1.9 พันล้านดอลลาร์ ซื้อ BTC เพิ่มอีก 22,048 เหรียญ ผศ.ดร.อุดมศักดิ์ รักษ์วงวาน ผู้ร่วมก่อตั้งและที่ปรึกษา บริษัท เอฟดับบลิวเอ็กซ์ จำกัด (FWX) ซึ่งเป็นบุคคลที่คลุกคลีอยู่ในวงการสินทรัพย์ดิจิทัลมายาวนาน ได้แสดงความเห็นเพิ่มเติมในประเด็นหุ้นกู้แปลงสภาพว่า บริษัท Strategy เป็นโมเดลที่ทำให้เห็นว่าบริษัทในตลาดหุ้นที่เก็บสินทรัพย์เป็นบิตคอยน์นั้น ราคาหุ้นจะบวกแรงกว่าราคา BTC อาจมองได้ว่าเป็นอีกทางเลือกสำหรับนักลงทุนที่คุ้นเคยกับการซื้อหุ้นมากกว่าที่จะซื้อบิตคอยน์โดยตรงจากกระดานเทรด ***จับตาอนาคต! มุ่งสู่การเป็น Microstrategy of Thailand บิ๊ก SAAM คาดว่า จะสามารถเริ่มรับรู้รายได้และกำไรจากธุรกิจใหม่ได้ในปีนี้ เนื่องจากพัฒนาระบบ ‘Liquidity Provider’ เสร็จแล้ว และจะเริ่มลุยธุรกิจนี้ตั้งแต่ไตรมาส 2/68 เป็นต้นไป ซึ่งมูลค่าการเทรดที่เกิดขึ้นในแต่ละวันของศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลในไทยที่ SAAM สามารถให้บริการได้นั้นมีมูลค่ามากกว่า 3,000 ล้านบาทต่อวัน ประเมินจากมูลค่าสินทรัพย์ที่จะนำไปเป็น ‘Liquidity Provider’ ที่ 360 ล้านบาทก็น่าจะทำให้มีรายได้ 30% จาก 3,000 ล้านบาทหรือประมาณ 300 ล้านบาทต่อปี อนึ่ง SAAM ก่อตั้งเมื่อวันที่ 7 กันยายน 2550 มีพื้นฐานธุรกิจจากการพัฒนาและลงทุนในโครงการพลังงานหมุนเวียน โดยมีพอร์ตโฟลิโอที่ครอบคลุมทั้งพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังน้ำชีวมวล และพลังงานความร้อนใต้พิภพ เข้าจดทะเบียนในตลาด mai วันที่ 7 มกราคม 2562 ปัจจุบัน กำลังขยายกลยุทธ์เข้าสู่ภาคสินทรัพย์ดิจิทัล |