QUICK พอใจหุ้นตอบรับดีวันแรกเหนือราคา IPO ตั้งเป้าผลประกอบการโตไม่ต่ำกว่า 20% เดินหน้าต่อยอด AI เชื่อมระบบ ERP เพิ่มประสิทธิภาพ-ดันมาร์จิ้น ขยายโมเดล Dealer สร้างรายได้ใหม่ พร้อมรุกตลาด Healthcare คาดเริ่มรับรู้รายได้ช่องทางใหม่ Q4/69 หรือต้นปีหน้า นายไพศาล แซ่ลี้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ควิก ทรานส์ฟอร์เมชั่ จำกัด (มหาชน) หรือ QUICK เปิดเผยว่า พอใจการซื้อขายหุ้นวันแรกในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ราคาปรับขึ้นเหนือราคา IPO สะท้อนตอบรับของนักลงทุน บริษัทจะเดินหน้าสร้างการเติบโตของธุรกิจต่อเนื่อง ตั้งเป้าผลประกอบการเติบโตไม่ต่ำกว่า 20% ผ่านการนำเทคโนโลยีระดับโลกจากพันธมิตรมาผสานกับความเชี่ยวชาญในธุรกิจไทย พร้อมต่อยอดโซลูชันปัญญาประดิษฐ์ (AI) และโมเดลพันธมิตรผู้จัดจำหน่าย (Dealer) เพื่อสร้างแหล่งรายได้ใหม่ในอนาคต บริษัทมีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในธุรกิจมายาวนานกว่า 20 ปี เข้าใจกระบวนการดำเนินงานขององค์กรอย่างครอบคลุม ตั้งแต่ระบบบัญชี การซื้อขาย สต็อกสินค้า ไปจนถึงบัญชีต้นทุน โดยจุดแข็งสำคัญคือความสามารถในการผสานเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology: IT) เข้ากับเทคโนโลยีด้านการปฏิบัติการ (Operational Technology: OT) สามารถเชื่อมโยงข้อมูลจากหน้างานเข้าสู่ระบบวางแผนทรัพยากรองค์กร (ERP) ได้อย่างครบวงจร ครอบคลุมทั้งอุปกรณ์และเครื่องจักร ระบบ Internet of Things (IoT) ในโรงงานอุตสาหกรรม เทคโนโลยี RFID กล้อง Smart Camera ตลอดจนระบบ Point of Sale (POS) ในธุรกิจค้าปลีก บริษัทยังพัฒนา AI เพื่อเชื่อมโยงผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ของบริษัทเข้าด้วยกัน พร้อมออกแบบระบบให้รองรับการเชื่อมต่อผ่าน API กับซอฟต์แวร์ของผู้ให้บริการภายนอกได้อย่างยืดหยุ่น มองว่าระบบ ERP เป็นฐานข้อมูลสำคัญสำหรับองค์กร เพราะช่วยรวบรวมข้อมูลจากกระบวนการทำงานต่างๆ ให้เป็นระบบ สามารถนำข้อมูลดังกล่าวไปต่อยอดการใช้งาน AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจได้มากขึ้น . 
|
. ขยาย Dealer รุก Healthcare สร้าง New Growth Engine โครงสร้างรายได้ปัจจุบันของบริษัท แบ่งเป็นกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม 50% กลุ่มธุรกิจบริการ 20% และกลุ่มโลจิสติกส์ 10% มีแผนขยายตลาดไปยังกลุ่มธุรกิจใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มสุขภาพ ซึ่งครอบคลุมโรงพยาบาล โรงแรม อุปกรณ์การแพทย์ และโรงงานผลิตยา พร้อมอยู่ระหว่างพัฒนาโซลูชันระบบสารสนเทศโรงพยาบาล เพื่อรองรับโอกาสทางธุรกิจเพิ่มเติม กลยุทธ์การขยายช่องทางจำหน่าย ตั้งเป้าผลักดันธุรกิจผ่านโมเดลพันธมิตร Dealer โดยเปิดโอกาสให้พันธมิตรนำผลิตภัณฑ์ที่บริษัทพัฒนาขึ้นเองไปจำหน่ายแก่ลูกค้า ซึ่งสามารถนำไปติดตั้งและเชื่อมต่อ กับระบบ ERP ของ Microsoft รวมถึง ERP ของแบรนด์อื่นได้ คาดว่ากลยุทธ์ดังกล่าวจะเริ่มสร้างรายได้ตั้งแต่ไตรมาส 4 หรือช่วงต้นปีหน้า เป็นอีกหนึ่งเครื่องยนต์ขับเคลื่อนการเติบโตใหม่ ที่ช่วยเพิ่มโอกาสเข้าถึงลูกค้า ขยายฐานตลาด และต่อยอดรายได้ในระยะยาว ใช้ AI เพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน ดัน Margin สูงขึ้น การนำ AI มาประยุกต์ใช้ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ ทำให้บริษัทนำเสนอโซลูชันที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้มากขึ้น และเพิ่มโอกาสในการกำหนดราคาผลิตภัณฑ์ในระดับพรีเมียม สำหรับลูกค้า การใช้ AI ช่วยลดความซับซ้อนของขั้นตอนการทำงาน ลดข้อผิดพลาดจากบุคลากร และลดระยะเวลาการดำเนินงาน ส่งผลให้ลูกค้าสามารถเพิ่มประสิทธิภาพและยกระดับอัตรากำไร ของธุรกิจได้ AI ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานภายในของ QUICK โดยเฉพาะงานของทีมที่ปรึกษาในการวางระบบ ซึ่งสามารถลดจำนวนชั่วโมงทำงานต่อโครงการ ทำให้ทีมงานหนึ่งทีมรองรับลูกค้าได้มากขึ้น จากเดิมที่ดูแลลูกค้าประมาณ 4-5 บริษัท โดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มจำนวนบุคลากรในสัดส่วนเดียวกัน การเพิ่มประสิทธิภาพดังกล่าวช่วยสนับสนุนให้อัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจนในช่วงปีที่ผ่านมา โดยบริษัทมีแผนพิจารณาปรับเป้าหมายการดำเนินงานอีกครั้งในช่วงต้นปีหน้า เพื่อให้สอดคล้องกับศักยภาพทางธุรกิจและประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นจากการใช้เทคโนโลยี AI ยกระดับสู่ Digital Transformation จับมือพันธมิตรระดับโลก บริษัทได้ปรับบทบาทจากผู้ให้บริการระบบ ERP ของ Microsoft ไปสู่ผู้ให้บริการด้าน Digital Transformation ที่ครอบคลุมความต้องการของลูกค้ามากขึ้น โดยร่วมมือกับพันธมิตรเทคโนโลยีระดับโลก เพื่อนำเทคโนโลยี IoT และ Product Lifecycle Management (PLM) มาเสริมความแข็งแกร่งให้กับโซลูชันของบริษัท การผสานเทคโนโลยีจากพันธมิตรเข้ากับความเชี่ยวชาญด้านระบบธุรกิจและการปฏิบัติการ ช่วยให้บริษัทสามารถนำเสนอโซลูชันที่ครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการผลิต การจัดการข้อมูล ไปจนถึงการบริหารจัดการองค์กร ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่ต้องการเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจดิจิทัล . 
|
. |