“สีหศักดิ์” ระบุการเยือนจีนอย่างเป็นทางการครั้งแรกของรัฐบาลประสบความสำเร็จในทุกมิติ หลังผู้นำไทยหารือกับ “สี จิ้นผิง” และ “หลี่ เฉียง” ยกระดับความสัมพันธ์สู่หุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้าน พร้อมผลักดันการลงทุนใน AI, EV และเศรษฐกิจสีเขียว เปิด BOI เฉิงตู เจาะตลาดจีนตะวันตก และตั้งเป้าฉลอง 50 ปีความสัมพันธ์ไทย-จีน ด้วยการเยือนไทยของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ในปี 2570 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า การเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ระหว่างวันที่ 17-20 ก.ค. 2569 ถือเป็นการเยือนจีนอย่างเป็นทางการครั้งแรกของรัฐบาลชุดปัจจุบัน และประสบความสำเร็จอย่างมาก ทั้งในด้านการเมือง เศรษฐกิจ การลงทุน ความมั่นคง และเทคโนโลยี โดย คณะรัฐบาลไทยได้หารือกับผู้นำระดับสูงของจีน ทั้งนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน และนายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีจีน โดยทั้งสองฝ่ายยืนยันการเดินหน้าความสัมพันธ์ในฐานะ หุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์รอบด้าน ซึ่งเป็นระดับความสัมพันธ์สูงสุดของทั้งสองประเทศ ครอบคลุมความร่วมมือทวิภาคี ความมั่นคงในภูมิภาค และการประสานงานภายใต้กรอบอาเซียน ย้ำไทย-จีนก้าวสู่หุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้าน นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังหารือถึงการเตรียมความพร้อมสำหรับการเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 50 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน ในปี 2570 โดยฝ่ายไทยแสดงความหวังว่าประธานาธิบดีสี จิ้นผิง จะเดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการตามคำเชิญของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อร่วมเฉลิมฉลองโอกาสสำคัญดังกล่าว ด้านความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ไทยได้ย้ำจุดยืนในการดึงดูดการลงทุนที่มีคุณภาพ โดยมุ่งเน้นอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่สอดคล้องกับการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลและเศรษฐกิจสีเขียว อาทิ ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) เทคโนโลยีดิจิทัล และอุตสาหกรรมมูลค่าสูง เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว หนึ่งในผลลัพธ์สำคัญของการเยือนครั้งนี้ คือ การเปิดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) แห่งใหม่ ณ นครเฉิงตู เพื่อเป็นฐานเชื่อมโยงการลงทุนจากจีนตะวันตกเข้าสู่ประเทศไทย รวมถึงการจัดสัมมนาทางธุรกิจครั้งใหญ่ที่มีผู้บริหารภาคเอกชนไทยกว่า 150 ราย เข้าร่วมพบปะและจับคู่ธุรกิจกับภาคเอกชนจีน ซึ่งคาดว่าจะต่อยอดโอกาสการค้าและการลงทุนระหว่างสองประเทศได้อย่างมีนัยสำคัญ ในด้านเทคโนโลยี คณะรัฐบาลไทยยังได้เยี่ยมชมสำนักงานใหญ่ของบริษัทชั้นนำด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในกรุงปักกิ่ง ซึ่งบริษัทจีนได้แสดงความพร้อมในการร่วมพัฒนาเทคโนโลยี AI กับประเทศไทย พร้อมเสนอให้ไทยจัดทำ ยุทธศาสตร์ AI ระดับชาติ เพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนา การลงทุน และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอย่างเป็นระบบ ตั้งกลไก 2+2 ยกระดับความมั่นคงไทย-จีน สำหรับ ความร่วมมือด้านความมั่นคงก็มีความคืบหน้าสำคัญเช่นกัน โดยไทยและจีนเห็นพ้องจัดตั้งกลไกหารือ 2+2 ระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของทั้งสองประเทศ เพื่อยกระดับการประสานงานด้านความมั่นคง ซึ่งฝ่ายจีนได้เสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมครั้งแรก พร้อมกันนี้ ไทยได้ย้ำให้ความสำคัญกับการยกระดับความร่วมมือในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะเครือข่ายอาชญากรรมออนไลน์ แก๊งสแกมเมอร์ การค้ามนุษย์ และการฟอกเงิน ผ่านการบูรณาการความร่วมมือทั้งด้านการบังคับใช้กฎหมาย การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรอง และการดำเนินมาตรการร่วมกัน เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม อย่างไรก็ตาม ผลการเยือนครั้งนี้ไม่เพียงช่วยยกระดับความสัมพันธ์ไทย-จีนในทุกมิติ แต่ยังเป็นการวางรากฐานความร่วมมือระยะยาว ทั้งด้านการลงทุน เทคโนโลยี ความมั่นคง และการพัฒนาเศรษฐกิจใหม่ ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อการยกระดับศักยภาพการแข่งขันของไทยในอนาคต ขณะเดียวกัน ไทยได้หารือกับฝ่ายจีนในประเด็นความมั่นคงระดับภูมิภาค โดยเฉพาะการปราบปรามเครือข่ายสแกมเมอร์และอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งเป็นปัญหาที่เชื่อมโยงหลายประเทศและจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งเมียนมา กัมพูชา และจีน เพื่อแก้ไขอย่างเป็นระบบ ทั้งด้านการบังคับใช้กฎหมาย การปราบปรามการค้ามนุษย์ การฟอกเงิน และเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ จีนพร้อมช่วยคลี่คลายไทย-กัมพูชา แต่ไทยย้ำต้องเจรจาทวิภาคี สำหรับสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ฝ่ายจีนได้แสดงความพร้อมที่จะช่วยอำนวยความสะดวกในการฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ แต่ไทยยืนยันว่าการแก้ไขปัญหาควรเริ่มต้นจากการเจรจาแบบทวิภาคี เพราะเป็นกลไกที่เหมาะสมที่สุด “ขณะนี้การพูดคุยยังไม่สามารถเดินหน้าได้ เนื่องจากฝ่ายกัมพูชาเลือกนำประเด็นข้อพิพาทเข้าสู่กระบวนการระงับข้อพิพาทภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) แทนการเจรจาโดยตรง เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า การเข้าสู่กระบวนการดังกล่าวทำให้โอกาสในการพูดคุยลดลงใช่หรือไม่ ขณะนี้ก็ปิดประตูนะครับ ก็ยังไม่มีโอกาสที่จะคุยกันทางด้านเกี่ยวกับเขตแดนทางบก มันก็คงลำบากเหมือนกัน”นายสีหศักดิ์ กล่าว นอกจากนี้ ไทยยังได้แจ้งข้อกังวลต่อรัฐบาลจีนเกี่ยวกับการส่งมอบรถถังให้กัมพูชา ในช่วงที่สถานการณ์ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชายังมีความละเอียดอ่อนและเปราะบาง การส่งมอบยุทโธปกรณ์อาจส่งผลกระทบต่อบรรยากาศของการลดความตึงเครียด พร้อมขอให้จีนคำนึงถึงผลกระทบต่อเสถียรภาพในภูมิภาคและความรู้สึกของทุกฝ่าย ไทย-จีนหนุนเมียนมาสร้างสันติภาพ เร่งสกัดทุนจีนสีเทา ส่วนสถานการณ์ในเมียนมา ไทยและจีนมีจุดยืนร่วมกันในการสนับสนุนให้เมียนมากลับเข้าสู่กระบวนการมีส่วนร่วมกับประชาคมระหว่างประเทศ แต่ต้องดำเนินควบคู่กับการสร้างสันติภาพและตอบสนองต่อข้อกังวลของประชาคมโลก “ไทยยังได้สะท้อนความกังวลต่อปัญหา ทุนจีนสีเทา โดยยืนยันว่ารัฐบาลไทยเปิดรับเฉพาะการลงทุนที่มีคุณภาพ โปร่งใส และปฏิบัติตามกฎหมายไทย แม้กลุ่มทุนสีเทาจะเป็นเพียงส่วนน้อยเมื่อเทียบกับนักลงทุนจีนส่วนใหญ่ แต่ได้ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและความรู้สึกของประชาชนไทย จึงขอให้ทางการจีนร่วมมือป้องกันและแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง เพื่อรักษาบรรยากาศการลงทุนและความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยกับจีน”นายสีหศักดิ์ กล่าว อ่านข่าวสารของสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทยเพิ่มเติมได้ที่ : https://url.in.th/w-stock-news |