บลจ.วรรณ เดินหน้าดำเนินการตามสัญญา หลัง ROH ไม่ได้ใช้สิทธิซื้อคืนทรัพย์สินโรงแรมภายในกำหนดวันที่ 14 ก.ค. เผยได้ส่งหนังสือให้ ROH ส่งมอบทรัพย์สินภายใน 30 วัน หรือ ตั้งแต่วันที่ 14 กรกฎาคม ถึง วันที่ 14 สิงหาคม ย้ำ 30 วันนี้ไม่ใช่การผ่อนผัน แต่เป็นขั้นตอนส่งมอบตามกฎหมาย ระหว่างนี้โรงแรมยังเปิดปกติ พร้อมดึงเครือ Starwood บริหารตรง นายอลงกรณ์ ประธานราษฎร์นิกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารอสังหาริมทรัพย์และทรัสต์ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน วรรณ จำกัด เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมาเป็นวันครบกำหนดเวลา 5 ปีนับจากวันที่ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ แกรนด์ รอยัล ออร์คิด โฮสพีทาลิตี้ ที่มีข้อตกลงในการซื้อคืน (“GROREIT” หรือ “กองทรัสต์”) ได้เข้าลงทุนซื้อโรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน โฮเทล แอนด์ ทาวเวอร์ส ซึ่งบริษัท โรงแรม รอยัล ออคิด (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (ROH) มีหน้าที่ต้องซื้อคืนโรงแรมดังกล่าวตามสัญญาจะซื้อจะขายที่มูลค่า 4,873 ล้านบาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) แต่ปรากฏว่า ROH ไม่ได้ทำการซื้อคืนตามเวลาที่กำหนด บลจ.วรรณ ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ และ บลจ.เอ็มเอฟซี ในฐานะทรัสตี จึงได้เริ่มดำเนินการตามขั้นตอนของสัญญาที่เกี่ยวข้องเพื่อคุ้มครองผลประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยทรัสต์ โดยจากนี้ไปจะเป็นช่วงดำเนินการติดตาม และ เรียกร้องให้ ROH ส่งมอบทรัพย์สินคืนให้แก่กองทรัสต์ภายใน 30 วัน
***ยันโรงแรมยังเปิดปกติ พร้อมดึงเครือ Starwood บริหารตรง กองทรัสต์ ได้แจ้ง Starwood ซึ่งเป็นผู้บริหารโรงแรม Chain Sheraton ให้บริหารโรงแรมแทน ROH และ เมื่อกองทรัสต์ได้รับมอบทรัพย์สินคืนและ Starwood บริหารโรงแรมให้แก่กองทรัสต์เรียบร้อยแล้ว ลำดับถัดไปจะพิจารณาดำเนินการเพื่อขอมติผู้ถือหน่วยทรัสต์ในการขายทรัพย์สินเพื่อนำเงินมาคืนแก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์ต่อไป อย่างไรก็ตาม คาดว่าตามกระบวนการทั้งหมดจะแล้วเสร็จภายในปีนี้ โดยระยะเวลาดังกล่าวเป็นการคาดการณ์เบื้องต้น หากการส่งมอบการครอบครองโรงแรมเป็นไปตามแผนดังกล่าว อย่างไรก็ดี กองทรัสต์จะพิจารณาการดำเนินการและจะเร่งขั้นตอนต่าง ๆ ตามสัญญา โดยจะคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยทรัสต์เป็นสำคัญ นายอลงกรณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กองทรัสต์ลงทุนซื้อทรัพย์สินเมื่อปี 2564 มูลค่าประมาณ 4,500 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินกู้จากธนาคารออมสินมูลค่า 1,350 ล้านบาท ส่วนที่เหลือ 3,150 ล้านบาท คือ การระดมทุนผ่านผู้ลงทุนประชาชนทั่วไป โดยที่ผ่านมาผู้ถือหน่วยทรัสต์ได้รับเงินปันผลตามผลการดำเนินงานของกองทรัสต์อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งปัจจุบันโรงแรมยังเปิดดำเนินธุรกิจตามปกติ และ กองทรัสต์มีสิทธิได้รับรายได้จากผลการดำเนินงานของโรงแรมตามกฎหมาย เนื่องจากกองทรัสต์เป็นเจ้าของโรงแรม
โดยหากพิจารณาจากศักยภาพของโรงแรม ซึ่งตั้งอยู่บนที่ทำเลที่ตั้งริมแม่น้ำเจ้าพระยาใกล้แหล่งท่องเที่ยวและศูนย์กลางแหล่งเศรษฐกิจที่สำคัญ รวมทั้งมีการบริหารงานจาก Chain ผู้บริหารจัดการโรงแรมที่เป็นผู้เชี่ยวชาญระดับสากลเพื่อรักษามาตรฐานของโรงแรม ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์มองว่าโรงแรมยังมีศักยภาพและมีผลการดำเนินงานที่ดี สามารถสร้างผลตอบแทนแก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์ได้ในอนาคต
***นักลงทุนไทย-ต่างชาติต่อคิวซื้อ 8 ราย เล็งเปิดประมูลปีนี้ ปัจจุบันมีนักลงทุนไทย และ ต่างชาติ แสดงความสนใจเข้าซื้อโรงแรมแล้วประมาณ 8 ราย เนื่องจากโรงแรมมีศักยภาพสูง ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา และ มีผลประกอบการดี โดยปีที่ผ่านมามีกำไรราว 323 ล้านบาท อัตราเข้าพักเฉลี่ย 72% แม้มีห้องพักมากกว่า 700 ห้อง ขั้นตอนต่อไป หาก ROH ส่งมอบทรัพย์สินเรียบร้อย กองทุนจะตั้งบริษัทประเมินราคา 2 รายเพื่ออัปเดตมูลค่าทรัพย์สิน และ ขอมติผู้ถือหน่วย เพื่อเปิดประมูลขาย คาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในปี 2569 อย่างไรก็ตาม ROH ยังสามารถกลับมาร่วมประมูลได้ แต่ต้องแข่งขันภายใต้ราคาและเงื่อนไขใหม่ ไม่สามารถใช้สิทธิเดิมได้ "เจตนารมณ์ของกองตั้งแต่ต้นไม่ใช่การถือครองและบริหารโรงแรมในระยะยาว แต่เป็นการขายทรัพย์สินเพื่อรับเงินคืนและปิดกองตามวัตถุประสงค์เดิม ดังนั้น หลังครบกำหนด 30 วัน ความชัดเจนว่า กองจะเข้าสู่กระบวนการประเมินราคา เปิดประมูล หรือ ดำเนินการทางกฎหมาย จะขึ้นอยู่กับว่า ROH ส่งมอบทรัพย์สินตามสัญญาหรือไม่" ***กระทบผลตอบแทนผู้ถือหน่วยลงทุนชั่วคราว ตลอดช่วงที่ผ่านมา กองมีการจ่ายผลตอบแทนให้ผู้ถือหน่วยเฉลี่ยเกือบ 6% ต่อปี โดยจ่ายปีละ 2 ครั้ง และ ผลตอบแทนตลอดอายุกองเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้อย่างไรก็ตาม หลังจากกองครบอายุแต่ยังต้องดำเนินกระบวนการจัดการทรัพย์สินต่อ เงินปันผลในระยะต่อไปมีโอกาสลดลง เนื่องจากต้องกันเงินสำรองสำหรับค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เช่น ค่าที่ปรึกษากฎหมาย ค่าประเมินทรัพย์สิน และ ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการขาย หรือ ดำเนินคดี ทั้งนี้ ทางกองทุนอยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะสามารถจ่ายเงินปันผลในรอบครึ่งปีได้หรือไม่ โดยตามหลักเกณฑ์กองยังต้องจ่ายผลประโยชน์ประมาณ 90% ของกำไรสุทธิ แต่จำนวนเงินอาจไม่ถึงระดับผลตอบแทนเกือบ 6% ต่อปีเหมือนที่ผ่านมา ส่วนเงินคืนก้อนสุดท้ายจะขึ้นอยู่กับราคาที่สามารถขายทรัพย์สินได้ หลังหักภาระหนี้กับธนาคารออมสินประมาณ 1,350 ล้านบาท รวมถึงดอกเบี้ย และ ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง ก่อนนำเงินส่วนที่เหลือคืนแก่ผู้ถือหน่วยลงทุน ตัวอย่างเช่น หากขายทรัพย์สินได้ 5,000 ล้านบาท กองทุนจะต้องนำเงินไปชำระหนี้ธนาคารออมสินประมาณ 1,350 ล้านบาทก่อน จากนั้นจึงนำเงินที่เหลือไปดำเนินการและจัดสรรคืนแก่ผู้ถือหน่วย "เป้าหมายสำคัญ คือ การทำให้กระบวนการสิ้นสุดลงโดยเร็ว และ รักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วย หาก ROH ส่งมอบทรัพย์สินโดยเรียบร้อย กองก็จะสามารถเข้าสู่ขั้นตอนการขาย ชำระหนี้ และ คืนเงินให้ผู้ถือหน่วยได้ง่ายขึ้น แต่หากต้องเข้าสู่กระบวนการฟ้องร้อง ระยะเวลาอาจยืดออกไป" อ่านข่าวสารของสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทยเพิ่มเติมได้ที่ : https://url.in.th/w-stock-news |