รัฐสภาอินโดนีเซียมีมติผ่านกฎหมายจัดตั้งศูนย์กลางการเงินระหว่างประเทศวานนี้ (21 ก.ค.) เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศในภาคธนาคารและการบริหารความมั่งคั่ง รวมถึงสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศให้เป็นไปตามเป้าหมายที่ 8% ภายในปี 2029 โมฮาหมัด เฮกัล รองประธาน คณะกรรมาธิการการเงินของรัฐสภา กล่าวว่า เป้าหมายของกฎหมายฉบับใหม่คือ ดึงดูดการลงทุนจากสถาบันการเงินขนาดใหญ่ทั่วโลก ทั้งวาณิชธนกิจ ธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง ตลอดจนบริษัทให้เช่าอากาศยานและเรือ ชูสิทธิประโยชน์ภาษีเทียบชั้นดูไบ-ดึงมหาเศรษฐีโลกร่วมลงทุน สำหรับรายละเอียดฉบับเต็มของกฎหมายดังกล่าวยังไม่ได้เปิดเผยออกมาในทันที แต่เจ้าหน้าที่ของอินโดนีเซีย ระบุว่า กฎหมายฉบับนี้จะมอบสิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่นักลงทุนที่มีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์ ซึ่งมีรูปแบบใกล้เคียงกับมาตรการจูงใจของศูนย์กลางการเงินชั้นนำของโลกอย่างนครดูไบ โดยหนึ่งในมาตรการสำคัญ คือ การยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลนานถึง 50 ปี สำหรับนักลงทุนที่ผ่านเกณฑ์ตามที่เงื่อนไขกำหนด ปัจจุบัน ทรัพย์สินของตระกูลมหาเศรษฐีทั่วโลกที่บริหารผ่านธุรกิจ Family office ในศูนย์กลางการเงินทั่วโลก คิดเป็นมูลค่า 3.2 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งคาดว่า 65% ในจำนวนนี้กำลังมองหาฐานลงทุนแห่งใหม่ ซึ่งเป็นโอกาสสำหรับอินโดนีเซีย ยังไม่เคาะทำเล-คาดดึงเงินลงทุนร่วม 2.8 หมื่นล้านดอลล์ ทั้งนี้ รัฐบาลอินโดนีเซียคาดว่า ศูนย์กลางการเงินดังกล่าวจะดึงดูดเงินลงทุนได้สูงถึง 500 ล้านล้านรูเปียห์ หรือประมาณ 27,890 ล้านดอลลาร์ แต่ยังไม่ได้กำหนดสถานที่ตั้ง โดยเจ้าหน้าที่เคยระบุว่า เกาะบาหลีเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีศักยภาพในการจัดตั้งฮับการเงิน ส่วนกระบวนการหลังจากนี้ รัฐบาลจะจัดตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลและหน่วยงานเฉพาะกิจเพื่อกำกับดูแลศูนย์กลางการเงิน พร้อมทั้งจัดตั้งหน่วยงานด้านอนุญาโตตุลาการและศาลพิเศษ เพื่อพิจารณาและวินิจฉัยข้อพิพาทที่อาจเกิดขึ้นภายในอนาคต ที่มา Reuters ติดตามข้อมูล และข่าวสารอื่น ๆ ของ "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" เพิ่มเติมได้ที่ :https://url.in.th/w-stock-news |