TMAN เร่งปรับเกมหลังตลาดร้านขายยาชะลอ กระทบยอดขายกลุ่ม Own Brand ที่ Margin สูง เดินหน้าผลักดัน Top 5 Brand สินค้าใหม่ใน 5 กลุ่มโรค พร้อมใช้ Incentive กระตุ้นทีมขาย ควบคู่รักษาการเติบโต แผนลงทุนรุกซื้อ Lamoon Baby เพิ่มกำลังผลิตกลุ่มอาหารเสริม ปั้น Propolis สู่ Global Brand เจาะเกาหลี-อินโดนีเซีย นายประพล ฐานะโชติพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ที.แมน ฟาร์มาซูติคอล จำกัด (มหาชน) หรือ TMAN เปิดเผยในงาน "Earnings Call" โดยมีประเด็นที่สำคัญดังนี้
บริษัทเดินหน้าปรับกลยุทธ์ในช่วงครึ่งหลังปี หลังยอดขายผ่านช่องทางร้านขายยา ซึ่งเป็นช่องทางหลักได้รับผลกระทบจากภาวะตลาดชะลอตัว ส่งผลต่อยอดขายสินค้า Own Brand ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีอัตรากำไรสูง ขณะที่ธุรกิจ OEM และ DBU ยังเติบโตได้ดี แต่มีอัตรากำไรต่ำกว่า ส่งผลให้ภาพรวมกำไรสุทธิได้รับแรงกดดัน เร่งผลักดันสินค้าที่มีอัตรากำไรสูง โดยมุ่งเน้นกลุ่ม Top 5 Brand รวมถึงสินค้าใหม่ใน 5 กลุ่มโรคที่บริษัทมีความเชี่ยวชาญ เพื่อเพิ่มสัดส่วนยอดขายสินค้าที่สร้างกำไรให้กับธุรกิจ เตรียมใช้มาตรการสร้างแรงจูงใจให้กับทีมขายผ่านแคมเปญ Incentive เพื่อกระตุ้นการผลักดันสินค้าเข้าสู่ร้านขายยา พร้อมเดินหน้ารักษาการเติบโตของช่องทางที่ยังมีศักยภาพ ได้แก่ ธุรกิจ OEM, DBU และ E-commerce จะเร่งฟื้นยอดขายในช่องทางที่ชะลอตัวให้กลับเข้าสู่ระดับปกติ รุกซื้อกิจการ-เพิ่มกำลังผลิต รองรับธุรกิจใหม่ เดินหน้ากลยุทธ์ทั้ง Organic และ Inorganic Growth ล่าสุดเข้าซื้อกิจการแบรนด์ Lamoon Baby ซึ่งดำเนินธุรกิจมานานกว่า 10 ปี และมีฐานลูกค้าเดิมที่แข็งแกร่ง เตรียมนำศักยภาพด้านการกระจายสินค้าและองค์ความรู้ด้านวิจัยและพัฒนา (R&D) มาต่อยอดธุรกิจ เพื่อขยายเข้าสู่ตลาด Family Care มีแผนลงทุนเพิ่มกำลังการผลิต โดยเฉพาะสายการผลิตกลุ่มอาหารเสริม รองรับกระแสสินค้าในกลุ่ม Longevity ทั้งภายใต้แบรนด์ของบริษัทเองและการรับจ้างผลิตให้กับลูกค้า OEM พร้อมลงทุนปรับปรุงประสิทธิภาพกระบวนการผลิตอย่างต่อเนื่อง เพื่อควบคุมต้นทุนและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในตลาดยา วางเป้าหมายผลักดันผลิตภัณฑ์ Propolis สู่การเป็น Global Brand ปัจจุบันมีการจดทะเบียนผลิตภัณฑ์ในประเทศเกาหลีใต้แล้ว และได้ลงนามความร่วมมือกับพันธมิตรในอินโดนีเซีย คาดว่าจะเริ่มเปิดตัวผลิตภัณฑ์ในตลาดดังกล่าวได้ในช่วงครึ่งหลังของปีหน้า ส่วนตลาดจีน อยู่ระหว่างการเจรจาปรับเงื่อนไขสัญญากับพันธมิตรใหม่ คาดว่ายอดขายจะทยอยกลับมาในช่วงครึ่งปีหลัง ผ่านช่องทางตัวแทนจำหน่ายออนไลน์ รวมถึงการทำ Cross-border E-commerce ด้วยแพลตฟอร์มของบริษัทเอง เร่งฟื้นร้านขายยา-เจาะโรงพยาบาลเอกชน ด้านช่องทางร้านขายยา เริ่มเห็นสัญญาณการจับจ่ายใช้สอยกลับเข้าสู่ภาวะปกติในช่วงไตรมาส 3/69 โดยจะใช้กลยุทธ์ควบคู่ทั้งการผลักดันสินค้าเข้าสู่ร้านค้าผ่านทีมขาย และการสร้างความต้องการจากผู้บริโภค ผ่านกิจกรรมด้านการตลาด เพื่อกระตุ้นยอดขายและเพิ่มการรับรู้แบรนด์ ส่วนตลาดโรงพยาบาล มุ่งเน้นโรงพยาบาลเอกชน ซึ่งมีกระบวนการตัดสินใจซื้อที่รวดเร็วกว่า ขณะที่โรงพยาบาลโรงเรียนแพทย์จะดำเนินการควบคู่กัน เพื่อสร้างฐานลูกค้าและใช้เป็น Reference เพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับผลิตภัณฑ์ ตลาดคลินิกความงามได้รับผลกระทบจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลงในบางช่วง แต่ผลิตภัณฑ์ยาชาที่บริษัทผลิตเองยังสามารถรักษายอดขายได้ดี เนื่องจากผู้บริโภคให้ความสำคัญกับคุณภาพและการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องมากขึ้น - พาไปหน้าหลักของข่าว (สำหรับข่าวมหภาค - หน่วยงานรัฐ หรือข่าวที่ไม่เกี่ยวกับหุ้นรายตัว) 1. อ่านข่าวสารของสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทยเพิ่มเติมได้ที่ : https://url.in.th/w-stock-news |