SYNEX กางแผนครึ่งปีหลังเติบโตแกร่งขานรับกระแส AI และ การลงทุน Digital Transformation ทั้งภาครัฐและเอกชน มั่นใจดันรายได้รวมปีนี้เข้าเป้า 53,000 ล้านบาท รับแรงหนุนเพิ่มจากไฮซีซันและสินค้ารุ่นใหม่แบรนด์หลักอย่าง Apple พร้อมลุยต่อยอดธุรกิจระยะยาวด้วยการจับมือ AWS เปิดตัว "AI Hub" แพลตฟอร์มขับเคลื่อน 5 เสาหลัก ช่วยองค์กรไทยปรับใช้ AI สู่การสร้างผลตอบแทนทางธุรกิจได้จริง นางสาวสุธิดา มงคลสุธี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SYNEX เปิดเผยว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานครึ่งปีหลังจะเติบโตได้ดีกว่าครึ่งปีแรก ซึ่งมาจากกลุ่มลูกค้าภาคเอกชนและภาครัฐ ที่ยังให้ความสำคัญกับการลงทุนด้าน Digital Transformation และ การพัฒนาให้ทันสมัย (Modernization) อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกระแสการใช้งาน AI ที่ส่งผลให้มีความต้องการอัปเกรดฮาร์ดแวร์เพื่อรองรับเทคโนโลยีใหม่ๆ ประกอบกับ มือถือจะมีการออกรุ่นใหม่ๆมากขึ้น ส่งผลต่อความต้องการของผู้บริโภค ในขณะที่รายได้ปีนี้จะเป็นไปตามเป้าที่วางไว้ อยู่ที่ 53,000 ล้านบาท หลังได้ยังรับอานิสงส์ AI และ การเปลี่ยนผ่านด้วยเทคโนโลยี ตลอดจนยอดขายสินค้าแบรนด์หลักอย่าง Apple กำลังจะมีการเปิดตัวสินค้าใหม่ และ ยังมีการเติบโตในหลายกลุ่มทั้งพาณิชย์ และ เกมส์ ซึ่งส่งผลให้กำไรยังเติบโตค่อนข้างดี ล่าสุด ร่วมกับ บริษัท อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด (AWS) เปิดตัว “AI Hub” ในประเทศไทย ภายใต้แนวคิด “Empowering Thailand’s AI Transformation” โดย AI Hub ถูกวางโครงสร้างการขับเคลื่อนผ่าน 3 กลไกสำคัญ 1.AI Accessibility : เปิดโอกาสให้องค์กรเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์และเทคโนโลยี AI จาก AWS ได้ง่ายขึ้น 2.Market Acceleration: ผลักดันแนวคิดไปสู่โซลูชันและการนำเสนอออกสู่ตลาด (Go-to-Market) ผ่านเครือข่ายของ SYNNEX 3.Local Expertise: ผสานความเชี่ยวชาญของทีมงานท้องถิ่นที่เข้าใจบริบทธุรกิจไทย เพื่อลดระยะเวลาในการเปลี่ยนเทคโนโลยีให้กลายเป็นผลลัพธ์ทางธุรกิจ พร้อมกันนี้ ได้วางรากฐานการเติบโตผ่าน 5 Pillars 1.Partner AI Solutions : รวบรวมโซลูชันและ Generative AI ของ AWS สำหรับอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น การผลิต, ค้าปลีก, โลจิสติกส์, การแพทย์, ประกันภัย และ การเงิน 2.Partner AI Delivery Capability : พัฒนาทักษะและยกระดับศักยภาพบุคลากรของพันธมิตรแบบ End-to-End เพื่อลดช่องว่างด้านบุคลากร AI ในตลาด 3.Internal Adoption of AI : นำประสบการณ์จากการประยุกต์ใช้ AI ภายใน SYNNEX เกือบ 90 Use Cases (ซึ่งช่วยเพิ่ม Productivity ได้ถึง 55% และลดข้อผิดพลาดลง 60%) มาต่อยอดเป็นแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด (Best Practices) ให้แก่พันธมิตร 4.Funding for AI Competency Partners : ให้ทุนสนับสนุนและพัฒนาศักยภาพพันธมิตรผ่านโปรแกรม DSA Partner Program และ FastTrack Academy เพื่อยกระดับสู่ AI Competency 5.Technology Showcase : จัดตั้งพื้นที่สาธิต (Physical AI Demo Space) เพื่อให้องค์กรได้ทดลองและประเมินโซลูชันจริงก่อนการลงทุน นายวัตสัน ถิรภัทรพงศ์ Country Manager ของ AWS ประจำประเทศไทย กล่าวเสริมว่า รากฐานด้านคลาวด์ และ AI ที่แข็งแกร่งเป็นปัจจัยสำคัญในการเปลี่ยนไอเดียให้เป็นนวัตกรรม ความร่วมมือกับ SYNNEX ในครั้งนี้จะช่วยให้องค์กรไทยสามารถขยายขนาดการใช้งาน AI ตอบโจทย์การทำงานจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ให้ efinAI ช่วยสรุปข่าวและสัญญาณหุ้นก่อนใคร ได้ที่ : https://url.in.th/w-efin-stocknews |