ORI ขยายอาณาจักรภูเก็ต วางงบลงทุน 3 ปี กว่า 1.16 หมื่นลบ.ดันมูลค่าโครงการแตะ 3.16 หมื่นลบ.เร่งเปิดโครงการใหม่ทั้งคอนโดฯ-โรงแรม ปักหมุดทำเลศักยภาพ “บางเทา-เชิงทะเล-กะทู้-ป่าตอง-กะตะ” คาด Q4/69 เริ่มเก็บเกี่ยวรายได้จาก 2 โครงการ มั่นใจยอดโอนอสังหาฯภูเก็ตปีนี้ทะลุ 3,000 ลบ. นายธนกร วุฒิพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานการบริหารธุรกิจตลาดต่างประเทศ บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI เปิดเผยว่า เดินหน้าขยายการลงทุนในจังหวัดภูเก็ตต่อเนื่อง มองภูเก็ตกำลังก้าวสู่การเป็น Global Destination ที่มีศักยภาพทั้งด้านการท่องเที่ยว การอยู่อาศัย การลงทุน และโครงสร้างพื้นฐาน ขณะเดียวกันยังเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางสำคัญของชาวต่างชาติที่มองหาเมืองพักผ่อนและบ้านหลังที่สอง ปูพอร์ตลงทุนภูเก็ต 1.83 หมื่นล้าน นับตั้งแต่ปี 2566 ที่ Origin Group เริ่มขยายการลงทุนในตลาดอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ต ภายใต้แนวคิด “Origin Infinity” จนถึงสิ้นไตรมาส 2/2569 บริษัทมีมูลค่าเงินลงทุนสะสม (Total Investment) ในภูเก็ตแล้วประมาณ 18,350 ล้านบาท แบ่งเป็นกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย ทั้งคอนโดมิเนียม บ้าน และวิลล่า จำนวน 8 โครงการ รวม 3,937 ยูนิต มูลค่าการลงทุนประมาณ 15,650 ล้านบาท โดยมียอดขายเฉลี่ยมากกว่า 60% พร้อมพัฒนาอาณาจักรมิกซ์ยูสใน 2 ทำเล ได้แก่ “Origin Resort World Phuket | Bangtao Beach” และ “Origin Lagoon Cherngtalay Phuket” ขณะเดียวกันยังขยายเข้าสู่ตลาดซูเปอร์ลักชัวรีผ่านบริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน) หรือ BRI ด้วยแบรนด์ใหม่ “Balco” โดยโครงการแรกคือ “Balco Bangtao Beach” เจาะกลุ่มลูกค้าต่างชาติและตลาดลักชัวรีในพื้นที่ท่องเที่ยว ส่วนธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว ปัจจุบันมีโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนา 3 แห่ง รวม 601 ห้อง (Keys) มูลค่าประมาณ 2,700 ล้านบาท ได้แก่ Motto Phuket Kata แบรนด์โรงแรมไลฟ์สไตล์และ Urban Micro-hotel จากเครือ Hilton รวมถึง Moxy Cherngtalay และ Moxy Phuket Chaofah แบรนด์โรงแรมไลฟ์สไตล์จากเครือ Marriott Bonvoy “โครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง เราเร่งมืออย่างเต็มที่ ควบคู่กับการทำตลาดเชิงรุกในหลากหลายรูปแบบ โดยพอร์ตอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ตมีกลุ่มลูกค้าทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยสัดส่วนลูกค้าต่างชาติ 3 อันดับแรก ได้แก่ รัสเซีย 46.6% โปแลนด์ 15.9% และจีน 6.4% ส่วนตลาดอื่นๆ อยู่ที่ 31.1%” นายธนกรกล่าว เร่งลงทุน 3 ปี ดันพอร์ตแตะ 3.16 หมื่นล้าน แผนการลงทุนระยะถัดไป บริษัทจะเข้าสู่ช่วงวางรากฐานเพื่อสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วง 3 ปี ระหว่างปี 2569-2571 มีแผนลงทุนพัฒนาโครงการใหม่รวมประมาณ 11,650 ล้านบาท เพื่อผลักดันมูลค่าโครงการสะสมในจังหวัดภูเก็ตแตะ 31,600 ล้านบาทภายในปี 2571 ในปี 2569 บริษัทมีแผนเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยใหม่ 2 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 3,500 ล้านบาท บนทำเลเชิงทะเล และกะทู้-ป่าตอง ขณะที่ธุรกิจโรงแรมมีแผนเปิดโครงการใหม่ 1 แห่ง จำนวน 251 ห้อง มูลค่าโครงการประมาณ 820 ล้านบาท ซึ่งมีกำหนดเปิดให้บริการในช่วงปลายปี ในช่วงปี 2570-2571 มีแผนเปิดตัวคอนโดมิเนียมใหม่อีก 7 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 8,150 ล้านบาท ครอบคลุมทำเลศักยภาพ ได้แก่ หาดบางเทา เชิงทะเล หาดสุรินทร์ หาดกะตะ และพื้นที่เมืองภูเก็ต บริษัทมีแผนลงทุนโรงแรมใหม่อีก 2 แห่งในช่วงปี 2570-2571 มูลค่าการลงทุนรวมประมาณ 1,880 ล้านบาท ปัจจุบันอยู่ระหว่างการศึกษาข้อมูลและเจรจาร่วมกับพันธมิตร Q4/69 เริ่มเก็บเกี่ยวรายได้ ลุ้นโอนภูเก็ตทะลุ 3 พันล้าน การลงทุนในภูเก็ตจะเริ่มเข้าสู่ช่วงเก็บเกี่ยวรายได้ตั้งแต่ไตรมาส 4/2569 เป็นต้นไป หลังโครงการที่ลงทุนไว้ก่อนหน้านี้ทยอยก่อสร้างแล้วเสร็จและส่งมอบให้ลูกค้า โดยมี 2 โครงการที่จะเริ่มสร้างคลื่นรายได้รอบใหม่ ได้แก่ “โซ ออริจิ้น บางเทา บีช” มูลค่าโครงการ 2,800 ล้านบาท และ “บัลโค บางเทา บีช” มูลค่า 600 ล้านบาท ซึ่งทั้ง 2 โครงการเป็นโครงการที่บริษัทพัฒนาเอง 100% บริษัทคาดว่าจะสามารถสร้างรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดภูเก็ตได้มากกว่า 3,000 ล้านบาทในปี 2569 พร้อมทยอยรับรู้รายได้จากโครงการใหม่ที่จะสร้างเสร็จในระยะถัดไป ด้านธุรกิจโรงแรม จะเริ่มสร้างรายได้ประจำจากโรงแรมที่ลงทุนไว้ก่อนหน้า โดย Moxy Phuket Chaofah มีกำหนดเปิดให้บริการในไตรมาส 4/2569 ขณะที่ Motto Phuket Kata มีกำหนดเปิดในไตรมาส 3/2571 และ Moxy Cherngtalay มีกำหนดเปิดในไตรมาส 4/2571 “ช่วงปี 2569-2571 ถือเป็นช่วงเริ่มเก็บเกี่ยวรายได้ หลังจากที่บริษัทปูพรมลงทุนอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา โดยโครงการต่างๆ จะทยอยก่อสร้างแล้วเสร็จและส่งมอบให้ลูกค้า ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการสร้างคลื่นรายได้รอบใหม่ ทั้งจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายและรายได้ประจำจากธุรกิจโรงแรม” นายธนกรกล่าว เตรียมซื้อที่ดินเพิ่ม 500 ลบ.ขยายฐานลงทุน การผลักดันพอร์ตโครงการในภูเก็ตให้เป็นไปตามเป้าหมาย บริษัทมีแผนจัดสรรงบลงทุนสำหรับซื้อที่ดินเพิ่มเติมในช่วงปี 2569-2571 ประมาณ 500 ล้านบาท โดยให้ความสนใจทำเลกะทู้-ป่าตอง และบางเทาเป็นหลัก เพื่อรองรับการพัฒนาโครงการใหม่ในอนาคต “การบุกตลาดภูเก็ตของ Origin Group จึงไม่ใช่เพียงการขยายการลงทุนทางธุรกิจ แต่เป็นการปักหมุดสร้างรากฐานการเติบโตอย่างยั่งยืนบนทำเลศักยภาพระดับโลก ผ่านการส่งมอบที่อยู่อาศัยและบริการคุณภาพ โดยมีทั้งพอร์ตโครงการเพื่อขายและธุรกิจโรงแรมที่สร้างรายได้ประจำ ซึ่งจะช่วยสร้างแรงส่งให้ภูเก็ตเป็นหนึ่งในฐานธุรกิจสำคัญที่ขับเคลื่อนพอร์ตของ Origin Group ให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนในระยะยาว” อ่านข่าวสารของสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทยเพิ่มเติมได้ที่ : https://url.in.th/w-stock-news |