สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมอง ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่ได้ประเมินทิศทางของ บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU จากบทวิเคราะห์ที่ออกมาในวันที่ 4 ส.ค.69 ชื่อโบรก | คำแนะนำ | ราคาเป้าหมาย | บล.กรุงศรี | Buy | 15.50 บาท | บล.ทิสโก้ | ซื้อ | 15.20 บาท | บล.ดาโอ (ประเทศไทย) | ซื้อ | 14.80 บาท | บล.ทรีนีตี้ | ซื้อ | 14.40 บาท | บล.โกลเบล็ก | ซื้อ | 13.75 บาท | บล.ฟิลลิป | ทยอยซื้อ | 13.40 บาท | บล.เอเซียพลัส | ซื้อ | 13.20 บาท | บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส | ถือ | - |
สรุปปัจจัยบวก + กำไรสุทธิและกำไรปกติ 2Q69 ดีกว่าคาด: กำไรสุทธิ 2Q69 ออกมาที่ 1,264 ลบ. (+13.5% QoQ) และกำไรปกติเติบโตโดดเด่นแตะ 1.23 - 1.36 พันลบ. (+8.4% ถึง +12.9% YoY, +49% ถึง +66% QoQ) หนุนจากมาร์จิ้นที่แข็งแกร่ง (บล.เอเซียพลัส, บล.ดาโอ (ประเทศไทย), บล.ทิสโก้, บล.ทรีนีตี้, บล.ฟิลลิป, บล.กรุงศรี, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส)
+ อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ทำ New High: GPM 2Q69 พุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 21.4% (เพิ่มขึ้นจาก 18.2% ใน 1Q69) จากราคาวัตถุดิบปลาและกุ้งที่เอื้ออำนวย การปรับราคาขาย การปรับพอร์ตสินค้าไปสู่กลุ่ม High Margin และการปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงาน (บล.เอเซียพลัส, บล.โกลเบล็ก, บล.ดาโอ (ประเทศไทย), บล.ทิสโก้, บล.ทรีนีตี้, บล.ฟิลลิป, บล.กรุงศรี, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส)
+ การได้รับเงินคืนภาษีนำเข้าสหรัฐฯ (Tariff Refund): ได้รับเงินคืนภาษีนำเข้า US Tariff ช่วยหนุนอัตรากำไรและผลประกอบการ (บล.เอเซียพลัส, บล.ทิสโก้, บล.ฟิลลิป, บล.กรุงศรี)
+ ยอดขายเติบโตต่อเนื่อง: ยอดขาย 2Q69 แตะ 3.38 หมื่นลบ. (+1.4% YoY, +5.6% QoQ) ฟื้นตัวตามปัจจัยฤดูกาลและความต้องการที่แข็งแกร่ง นำโดยธุรกิจ Ambient และ PetCare (บล.เอเซียพลัส, บล.โกลเบล็ก, บล.ดาโอ (ประเทศไทย), บล.ทรีนีตี้, บล.ฟิลลิป)
+ บริษัทปรับเพิ่มเป้าหมายการเงินปี 2569: ปรับเพิ่มเป้าการเติบโตยอดขายปีนี้เป็น 4-6% (เดิม 3-4%) และปรับเพิ่มเป้า GPM เป็น 19.5-20.5% (เดิม 19-20%) พร้อมปรับลดงบลงทุนเหลือ 5.0-5.5 พันลบ. สะท้อนความเชื่อมั่นและวินัยทางการเงิน (บล.เอเซียพลัส, บล.โกลเบล็ก, บล.ดาโอ (ประเทศไทย), บล.ทิสโก้, บล.ทรีนีตี้, บล.ฟิลลิป, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส)
+ จ่ายปันผลระหว่างกาลจูงใจ: ประกาศจ่ายเงินปันผล 1H69 ที่ 0.40 บาท/หุ้น ให้ Dividend Yield สูงราว 3.0% - 3.1% (ขึ้นเครื่องหมาย XD 14 ส.ค. 69) (บล.เอเซียพลัส, บล.โกลเบล็ก, บล.ดาโอ (ประเทศไทย), บล.ทิสโก้, บล.ทรีนีตี้, บล.ฟิลลิป, บล.กรุงศรี)
+ แนวโน้ม 2H69 ยังแข็งแกร่ง: คาดผลงานครึ่งปีหลังโตต่อเนื่องจากปัจจัยฤดูกาล (High Season) อุปสงค์ที่ยังดี อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทอ่อนค่า และความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลง (บล.เอเซียพลัส, บล.โกลเบล็ก, บล.ดาโอ (ประเทศไทย), บล.ทรีนีตี้, บล.ฟิลลิป, บล.กรุงศรี)
สรุปปัจจัยลบ - ค่าใช้จ่าย SG&A ปรับตัวสูงขึ้น: สัดส่วน SG&A/Sales เพิ่มเป็น 15.0% (สูงกว่าเป้าหมายทั้งปีที่ 13.5-14.5%) จากค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมัน ค่าใช้จ่ายการตลาดสร้างแบรนด์ และค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับภาษีนำเข้า (บล.เอเซียพลัส, บล.โกลเบล็ก, บล.ดาโอ (ประเทศไทย), บล.ทิสโก้, บล.ทรีนีตี้)
- ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน: ผลประกอบการถูกกดดันบางส่วนจากขาดทุนพิเศษสุทธิ/ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน (บล.เอเซียพลัส, บล.โกลเบล็ก, บล.กรุงศรี, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส)
- ความเสี่ยงจากความผันผวนของต้นทุนและภูมิรัฐศาสตร์: ต้นทุนวัตถุดิบ (ราคาทูน่า/กุ้ง), อัตราแลกเปลี่ยน และความผันผวนของค่าขนส่งจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ยังเป็นปัจจัยความเสี่ยงที่ต้องติดตาม (บล.เอเซียพลัส, บล.โกลเบล็ก, บล.ทิสโก้, บล.ทรีนีตี้, บล.กรุงศรี)
- ความเสี่ยงต้นทุนสต็อกทยอยเพิ่มขึ้นใน 3Q69: คาดผลกระทบจากต้นทุนวัตถุดิบในสต็อกอาจทยอยปรับขึ้นตามราคาทูน่าในไตรมาสถัดไป (บล.ดาโอ (ประเทศไทย), บล.กรุงศรี)
ให้ efinAI ช่วยสรุปข่าวและสัญญาณหุ้นก่อนใคร ได้ที่ : https://url.in.th/w-efin-stocknews |