สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมอง ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่ได้ประเมินทิศทางของ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC จากบทวิเคราะห์ที่ออกมาในวันที่ 22 - 23 ก.ค.69 ชื่อโบรก | คำแนะนำ | ราคาเป้าหมาย | บล.ทรีนีตี้ | ซื้อ | 46.50 บาท | บล.ยูโอบีเคย์เฮียน | ซื้อ | 46.00 บาท | บล.หยวนต้า(ประเทศไทย) | ซื้อ | 45.00 บาท | บล.บัวหลวง | ซื้อ | 42.00 บาท | บล.ทิสโก้ | ถือ | 42.00 บาท | บล.ลิเบอเรเตอร์ | Non-rated | 41.74 บาท | บล.เคจีไอ | ซื้อ | 41.50 บาท | บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส | ถือ | 34.00 บาท | บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) | ถือ | N/A |
สรุปปัจจัยบวก + ผลประกอบการ 2Q69 ฟื้นตัวโดดเด่น: คาดรายงานกำไรสุทธิอยู่ในช่วง 8.29 พันล้านบาท ถึง 1.096 หมื่นล้านบาท (หรือกำไรหลัก 1.21 - 1.482 หมื่นล้านบาท) พลิกจากขาดทุนสุทธิ 3.6 พันล้านบาทใน 2Q68 และเติบโตสูง QoQ ทำระดับสูงสุดในรอบหลายปี (บล.ทรีนีตี้, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.บัวหลวง, บล.หยวนต้า(ประเทศไทย), บล.ทิสโก้, บล.เคจีไอ, บล.ยูโอบีเคย์เฮียน, บล.ลิเบอเรเตอร์)
+ ธุรกิจโอเลฟินส์และโพลีเมอร์ฟื้นตัวแรง: รับผลบวกจาก supply disruption ในตะวันออกกลางและราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ผลักดันราคาและส่วนต่างราคา (Spread) PE ปรับตัวสูงขึ้น โดย HDPE-naphtha spread เพิ่มเป็นราว US$525/ตัน อัตราการใช้กำลังการผลิต Olefins เพิ่มขึ้นเป็น 95% และ Polymer เพิ่มเป็น 110% จากการรับวัตถุดิบก๊าซอีเทนในอ่าวไทยได้ดีขึ้น (บล.ทรีนีตี้, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.บัวหลวง, บล.หยวนต้า(ประเทศไทย), บล.ทิสโก้, บล.เคจีไอ, บล.ยูโอบีเคย์เฮียน, บล.ลิเบอเรเตอร์)
+ ธุรกิจโรงกลั่นและค่าการกลั่น (Market GRM) อยู่ในระดับสูง: ค่าการกลั่นทรงตัวในระดับแข็งแกร่งราว US$16.2 - 16.9/บาร์เรล โดยได้แรงหนุนจากส่วนต่างราคาน้ำมันดีเซลและน้ำมันเครื่องบินที่แข็งแกร่ง (บล.ทรีนีตี้, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.บัวหลวง, บล.ทิสโก้, บล.เคจีไอ, บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล(ประเทศไทย), บล.ลิเบอเรเตอร์)
+ ธุรกิจอะโรเมติกส์และเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษ (Allnex) ดีขึ้น: ฟื้นตัวตาม PX/BZ spread รวมถึงกำไรจาก By-product (condensate residual) ตามราคาดีเซล ขณะที่ Allnex ได้อานิสงส์จากการปรับลดต้นทุนคงที่ที่ทำมาอย่างต่อเนื่อง (บล.ทรีนีตี้, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.บัวหลวง, บล.ทิสโก้, บล.ลิเบอเรเตอร์)
+ แนวโน้มช่วงครึ่งหลังปี 2569 (2H69) ยังฟื้นตัว YoY: ได้อานิสงส์จากอุปทานปิโตรเคมีที่ยังตึงตัวจากการปิดซ่อมแซมโรงงานในตะวันออกกลาง และการทยอยลดกำลังการผลิตส่วนเกินทั่วโลก (บล.ทรีนีตี้, บล.บัวหลวง, บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย))
+ การปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2569: มีการปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 ขึ้นเป็น 1.3 - 1.9 หมื่นล้านบาท เพื่อสะท้อน GRM และ Spread ปิโตรเคมีที่แข็งแกร่งเกินคาด (บล.ทรีนีตี้, บล.หยวนต้า(ประเทศไทย), บล.ทิสโก้, บล.เคจีไอ)
+ ความได้เปรียบทางโครงสร้างและต้นทุน: ได้ประโยชน์จากการเป็นผู้ผลิตประเภท Gas-based ท่ามกลางราคาน้ำมันดิบระดับสูง และภาระต้นทุนดอกเบี้ยที่ลดลง (บล.บัวหลวง, บล.หยวนต้า(ประเทศไทย))
+ Valuation อยู่ในระดับไม่แพง: ราคาหุ้นเทรดบน PBV เพียง 0.6 - 0.65 เท่า และยังมีราคาที่ Laggard เมื่อเทียบกับหุ้นกลุ่มโรงกลั่น (บล.ทรีนีตี้, บล.หยวนต้า(ประเทศไทย), บล.ลิเบอเรเตอร์)
สรุปปัจจัยลบ - โมเมนตัมกำไร 3Q69 มีแนวโน้มชะลอตัวลง QoQ: คาด Polyolefin margin จะเริ่มอ่อนตัวเข้าสู่ระดับปกติที่ US$250-300/ตัน เนื่องจากโรงแครกเกอร์ในเอเชียทยอยกลับมาเดินเครื่อง ส่งผลให้อุปทานตึงตัวเริ่มคลี่คลาย (บล.ทรีนีตี้, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.บัวหลวง, บล.ทิสโก้, บล.ลิเบอเรเตอร์)
- การปิดซ่อมบำรุงโรงงานตามแผน: กลุ่มอะโรเมติกส์มีแผนปิดซ่อมบำรุงโรงงาน Aromatics I เป็นเวลา 41 วัน ในช่วง 3Q69 ซึ่งจะกดดันผลประกอบการ (บล.บัวหลวง, บล.ทิสโก้)
- มาตรการควบคุมภาครัฐและข้อจำกัดการกลั่น: การห้ามส่งออกน้ำมันดีเซลและการขอความช่วยเหลือลดราคาหน้าโรงกลั่น กระทบต่ออัตราการเดินเครื่องโรงกลั่น (Throughput) ให้ลดลงเหลือราว 95-96% หรือ 138 KBD เนื่องจากถังเก็บน้ำมันสำเร็จรูปเต็ม (บล.ทรีนีตี้, บล.หยวนต้า(ประเทศไทย), บล.เคจีไอ, บล.ลิเบอเรเตอร์)
- รายการพิเศษกดดันกำไรสุทธิใน 2Q69: คาดมีขาดทุนจากสต็อกน้ำมันและการปรับลดมูลค่าสินค้า (NRV) ราว 1.6 - 1.7 พันล้านบาท ขาดทุนจากการป้องกันความเสี่ยง 332 - 864 ล้านบาท และการตั้งสำรอง/ด้อยค่าจากการหยุดผลิต Polyols ชั่วคราว (mothballing) ของ GC Polyols อีกราว 1.8 พันล้านบาท (บล.ทิสโก้, บล.เคจีไอ, บล.ลิเบอเรเตอร์)
- ภาพรวมอุตสาหกรรมปิโตรเคมียังมีความท้าทายในระยะยาว: วัฏจักรขาลงเชิงโครงสร้างของปิโตรเคมียังคงอยู่ จากกำลังการผลิตใหม่ในจีนและสหรัฐฯ ที่ทยอยเข้าสู่ตลาด (บล.หยวนต้า(ประเทศไทย), บล.ทิสโก้, บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย))
- ปัจจัยเสี่ยงด้านต้นทุนและความผันผวน: ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบ ค่า Crude Premium ที่สูงขึ้น และความเสี่ยงเศรษฐกิจโลกชะลอตัวกระทบต่อ Demand (บล.ทรีนีตี้, บล.ทิสโก้, บล.เคจีไอ)
- ราคาหุ้นรับรู้ข่าวดีไปมากแล้ว: การฟื้นตัวของกำไร 2Q69 ได้สะท้อนในราคาหุ้นไปแล้ว ทำให้มีปัจจัยบวกใหม่เข้ามาจำกัด (บล.ทิสโก้)
ให้ efinAI ช่วยสรุปข่าวและสัญญาณหุ้นก่อนใคร ได้ที่ : https://url.in.th/w-efin-stocknews
|