DITTO กำไรไตรมาส 2/2569 ทำนิวไฮแตะ 189.71 ล้านบาท โต 13% หนุน 6 เดือนแรกกำไรแตะ 350 ล้านบาท โต 11% ชี้คว้างาน Big Data และ Document Management ตุน Backlog มูลค่ารวม 4,825.29 ล้านบาท ฟากสิงคโปร์สนใจ Blu Green Token คาดทุกอย่างเรียบร้อยภายในไตรมาส 3 ปีนี้ นายฐกร รัตนกมลพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดิทโต้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DITTO เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานโดยรวมในไตรมาส 2/2569 บริษัทฯและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิรวม 189.71 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 21.49 ล้านบาท อัตราการเติบโต 13% มีรายได้จากการขายและบริการ 1009.30 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 249.42 ล้านบาท อัตราการเติบโต 33% เทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อน (YOY) สำหรับงวด 6 เดือนปี 2569 บริษัทฯและบริษัทย่อย มีกำไรสุทธิ 349.08 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34.45 ล้านบาท อัตราการเติบโต 11% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายและบริการ 1,927.91 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 422.76 ล้านบาทหรือคิดอัตราเพิ่มขึ้นเป็น 28% ในไตรมาส 2 บริษัทฯและบริษัทย่อยยังคงมุ่งเน้นการพัฒนาและให้บริการด้าน Digital Transformation, Data Management, Cybersecurity และ Innovation and Engineering Solution เพื่อรองรับความต้องการภาครัฐและเอกชนที่ให้ความสำคัญกับการยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน การบริหารจัดการข้อมูลและเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ระบบดิจิทัลมากขึ้น ที่ผ่านมาแม้เศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลกยังเผชิญความไม่แน่นอน แต่การลงทุนด้าน Digital Infrastructure Data Center Cloud AI และ Cybersecurity ยังมีแนวโน้มเติบโต ล่าสุดบริษัทฯได้รับสัญญาจ้างโครงการยกระดับการบูรณาการข้อมูลเพื่อการพัฒนาสังคม ของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์(พม.) มูลค่าโครงการ 98 ล้านบาท โดยนำเทคโนโลยีข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) และปัญญาประดิษฐ์ (ML/AI)มาประยุกต์ใช้ในการบูรณาการข้อมูลเพื่อให้บริการและจัดสวัสดิการอย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถตอบสนองประชาชนได้อย่างแท้จริง นอกจากนี้ยังได้รับงานโครงการ บริหารจัดการเอกสารและข้อมูล ของกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม มูลค่า 50 ล้านบาท รวมถึงยังมีรายได้จากโครงการที่บริษัทฯได้รับสัญญาจากภาครัฐและเอกชนก่อนหน้านี้เข้ามาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ บริษัท สยาม ทีซี เทคโนโลยี จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ได้ดำเนินการออกและเสนอขายเหรียญโทเคนดิจิทัล เพื่อการลงทุนต่อประชาชน จำนวน 400 ล้านโทเคน ราคาเสนอขาย 1.20 บาทต่อโทเคน คิดเป็นมูลค่า 480 ล้านบาท โดยมีโครงการป่าชายเลนเพื่อประโยชน์คาร์บอนเครดิต ที่ได้เข้าร่วมกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พื้นที่รวม 17,531.04 ไร่เป็นสินทรัพย์อ้างอิง เงินที่ได้รับจากการระดมทุนจะนำไปใช้สำหรับโครงการปลูกป่าชายเลน และเพื่อเป็นทุนหมุนเวียนในการดำเนินงานของบริษัทย่อย รวมถึงได้ลงนามสัญญาว่าจ้างโครงการก่อสร้างสวนสัตว์แห่งใหม่ ระยะที่ 2 คลอง 6 กับองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (อสส.) ภายใต้กิจการร่วมค้า (RSDT Consortium) มูลค่าสัญญารวม 4,335 ล้านบาท โดยกลุ่มบริษัทดิทโต้ สัดส่วน 55% ทำให้บริษัทฯและบริษัทย่อย มีโครงการที่ลงนามในสัญญาแล้ว แต่ยังไม่รับรู้รายได้จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน มูลค่ารวม 4,825.29 ล้านบาท “ที่ผ่านมาบริษัทฯ ได้รับความสนใจจากบริษัทต่างชาติหลายราย โดยมีบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญด้าน Cybersecurity ยักษ์ใหญ่จากยุโรปได้มาเจรจาเพื่อร่วมมือกัน ตอนนี้มีความคืบหน้าไปพอสมควรคาดว่าภายในไตรมาส 3 ทุกอย่างน่าจะเรียบร้อย และมีบริษัทจากสิงคโปร์ ที่สนใจนำ Blu Green Token เข้าสู่แพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลในสิงคโปร์ เพื่อเปิดทางให้นักลงทุนสามารถซื้อขายโทเคนได้คาดว่าในเดือนกันยายนนี้ทุกอย่างคงเรียบร้อย ล่าสุดเมื่อปลายเดือนที่ผ่านมาบริษัทฯได้หารือกับบริษัทยักษ์ใหญ่จากยุโรปอีกรายที่มีความเชี่ยวชาญด้าน Document Management ที่สนใจร่วมมือกับบริษัทฯ” นายฐกร กล่าว ให้ efinAI ช่วยสรุปข่าวและสัญญาณหุ้นก่อนใคร ได้ที่ : https://url.in.th/w-efin-stocknews |