SNNP กางแผนครึ่งปีหลัง รับมือวัตถุดิบ-พลังงานพุ่ง เดินหน้าคุมต้นทุน พร้อมปรับราคาขายต่างประเทศ ชูกลยุทธ์ "Core Brand" ดันแบรนด์หลัก "เบนโตะ-เจเล่" ร่วมคอลแลบแบรนด์ชั้นนำกระตุ้นยอดขาย พร้อมลุยขยายตลาดเวียดนาม ชูอัตราการผลิตโตต่อเนื่อง มั่นใจมาร์จิ้น และ ยอดขายไตรมาส 3-4 ฟื้นตัวเด่น หลังผ่านจุดต่ำสุดในไตรมาส 1 ไปแล้ว นายฐากร ชัยสถาพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SNNP เปิดเผยในงาน "Earnings Call" โดยมีประเด็นที่สำคัญดังนี้ บริษัทฯ ได้เตรียมรับมือกับความผันผวน หลังการปรับตัวสูงขึ้นของราคาวัตถุดิบและค่าพลังงาน ซึ่งเป็นผลกระทบมาจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยที่ผ่านมาได้ดำเนินมาตรการบริหารจัดการต้นทุนมาอย่างต่อเนื่อง และ เพิ่มความเข้มข้นขึ้นจนถึงปัจจุบัน ผ่านการจัดหาวัตถุดิบทดแทน เพื่อลดต้นทุน เพิ่มจำนวนผู้จัดส่งเพื่อเพิ่มอำนาจการต่อรอง และ วางแผนการสั่งซื้อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ตลอดจนการปรับปรุงกระบวนการผลิต เพื่อลดการสูญเสีย และจัดสรรกำลังคนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงปรับการใช้พลังงาน และ นำเทคโนโลยีใหม่มาช่วยลดขั้นตอนการทำงาน สุดท้าย คือ การปรับราคาขายสำหรับตลาดต่างประเทศ ซึ่งบริษัทฯ ได้เริ่มปรับขึ้นราคาขายสินค้าประมาณ 3-10% ตั้งแต่ช่วงเดือนก.ค. ที่ผ่านมา เพื่อสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง ***ชูกลยุทธ์ "Core Brand" คอลแลบแบรนด์ดัง หวังกระตุ้นยอดขาย สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจในประเทศช่วงครึ่งปีหลัง แม้ภาพรวมจีดีพีอาจไม่ได้เติบโตโดดเด่น และ กำลังซื้อของผู้บริโภคยังตึงตัว แต่ยังมีปัจจัยบวกจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ เช่น โครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส" เข้ามาช่วยหนุนการจับจ่ายใช้สอยในทางตรง และ ทางอ้อม ด้านกลยุทธ์การตลาด บริษัทฯ จะมุ่งเน้นการต่อยอด และ สร้างการเติบโตจากกลุ่มแบรนด์หลัก (Core Brand) เช่น เบนโตะ และ เจเล่ โดยในส่วนของผลิตภัณฑ์ Flagship จะเน้นการสร้าง Brand Awareness และ กระตุ้นการตัดสินใจซื้อผ่านแคมเปญพิเศษ เช่น การนำแบรนด์ "เจเล่" คอลแลบ กับ "คามุ" และ การนำแบรนด์ "เบนโตะ" คอลแลบกับแบรนด์ชั้นนำต่างๆ เพื่อขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้น และ ตรงกลุ่มเป้าหมาย ***ดัน "เวียดนาม" เป็นเค้กชิ้นโตต่างประเทศ ในส่วนของตลาดต่างประเทศ บริษัทฯ ตั้งเป้าเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะในประเทศเวียดนาม ซึ่งถือเป็นยุทธศาสตร์หลัก เนื่องจากภาพรวมจีดีพี และ ธุรกิจค้าปลีก ของเวียดนามมีแนวโน้มเติบโตสูงที่สุดในกลุ่มประเทศอาเซียน โดยสินค้าหลักที่ได้รับความนิยมอย่างมาก คือ "เบนโตะ" ซึ่งมีฐานการผลิตวัตถุดิบอยู่ในเวียดนามอยู่แล้ว ปัจจุบันโรงงานในเวียดนามเดินเครื่องการผลิตสัปดาห์ละ 6 วัน และ มีอัตราการใช้กำลังการผลิต (Utilization Rate) ของเบนโตะอยู่ที่ประมาณ 60-70% และ ยังมีศักยภาพในการขยายกำลังการผลิตรองรับความต้องการในอนาคตได้อีกมาก "ยอดขายได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในช่วงไตรมาส 1/69 โดยยอดขายในไตรมาส 2/69 เริ่มฟื้นตัวแบบ QoQ และ คาดว่า แนวโน้มในไตรมาส 3 และ ไตรมาส 4 จะเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง จากแคมเปญการตลาดใหม่ๆ เช่น เบนโตะ X Spider-Man ที่ได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดี ส่วน Gross Profit Margin ในไตรมาส 2/69 เราได้รับผลกระทบจากราคาวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น แต่เชื่อว่า ในครึ่งปีหลังจะขยับตัวดีขึ้นพอสมควร จากผลสำเร็จของการปรับราคาขายในต่างประเทศ และ มาตรการลดต้นทุนภายในโรงงานที่เริ่มเห็นผลชัดเจนในช่วงเดือนมิ.ย.-ก.ค.ที่ผ่านมา" สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมองจากบทวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่เผยแพร่ล่าสุด ที่เกี่ยวกับหุ้น บริษัท ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SNNP จาก efin.finance ดังนี้ ที่มา : บล.หยวนต้า (ประเทศไทย), บล.ดาโอ (ประเทศไทย) ***ปัจจัยบวก ผลประกอบการได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วใน Q1/69 และมีแนวโน้มฟื้นตัวในลักษณะ U-Shape ตั้งแต่ Q2/69 ถึง Q4/69 โดยคาดกำไรปกติ Q2/69 จะอยู่ที่ 74 ล้านบาท ฟื้นตัว 23.2% QoQ จากปัจจัยทางฤดูกาล และคาดว่ากำไรปกติ Q3/69 จะขยายตัวต่อเนื่อง QoQ (บล.หยวนต้า (ประเทศไทย), บล.ดาโอ (ประเทศไทย)) คาดการณ์กำไรปกติสำหรับปี 2569 - 2570 มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยประเมินกำไรปกติปี 2569 ไว้ที่ 361 - 399 ล้านบาท ก่อนจะกลับมาเติบโต 19.2% YoY ในปี 2570 แตะระดับ 431 ล้านบาท (บล.หยวนต้า (ประเทศไทย), บล.ดาโอ (ประเทศไทย)) ยอดขายในต่างประเทศโดยเฉพาะประเทศเวียดนามยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่องจากการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายและการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ (บล.หยวนต้า (ประเทศไทย), บล.ดาโอ (ประเทศไทย)) การดำเนินกลยุทธ์ Collaboration เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น "Jele Chewy x Kamu Kamu" ซึ่งวางจำหน่ายผ่าน 7-Eleven, Lotus's และ Makro คาดว่าจะช่วยขยายฐานลูกค้าไปสู่กลุ่ม Gen Z ที่มีสัดส่วนถึง 20% ของประชากรไทย รวมถึงแคมเปญ "Bento x Spider Man" หนุนยอดขายในประเทศ (บล.ดาโอ (ประเทศไทย)) ได้รับอานิสงส์เต็มไตรมาสจากมาตรการ "ไทยช่วยไทยพลัส" ซึ่งเข้าช่วยสนับสนุนยอดขายผ่านช่องทางร้านค้าดั้งเดิม (Traditional Trade) ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 35% ของรายได้ในประเทศ (บล.ดาโอ (ประเทศไทย)) ***ปัจจัยลบ กำไรสุทธิใน Q2/69 แม้จะฟื้นตัว QoQ แต่คาดว่าจะยังคงลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) เนื่องจากฐานกำไรที่อยู่ระดับสูงในปีก่อนหน้า (บล.หยวนต้า (ประเทศไทย)) ภาพรวมกำไรปกติปี 2569 ยังมีแนวโน้มหดตัวราว 23% ถึง 30.3% YoY ผลจากการปรับลดประมาณการลง เพื่อสะท้อนความเสี่ยงและผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง (บล.หยวนต้า (ประเทศไทย), บล.ดาโอ (ประเทศไทย)) ต้องการ คำแนะนำ / ราคาเป้าหมาย หรือ ข้อมูลอื่นๆ ของหุ้น SNNP เพิ่มเติม เข้าไปที่ https://url.in.th/w-efin-stocknews |