บล.ดีบีเอสฯ มองตลาดที่อยู่อาศัยภูเก็ตยังโตแรง จากกำลังซื้อชาวต่างชาติ-ผู้พำนักระยะยาว แม้คงน้ำหนักลงทุนกลุ่มอสังหาฯ ที่ "Neutral" พร้อมเผย 3 ค่ายหลัก TITLE,SIRI ,SPALI มีโครงการรวมเกือบ 7 หมื่นลบ.โดย TITLE ครองสัดส่วนใหญ่สุด เลือก SIRI,AP เด่น จากศักยภาพพัฒนาโครงการและปริมาณงานในมือแข็งแกร่ง บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) ประเมินว่า จังหวัดภูเก็ตยังคงเป็นหนึ่งในตลาดที่อยู่อาศัยที่มีศักยภาพสูงของไทย ด้วยจุดแข็งด้านการท่องเที่ยว สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน สนามบินนานาชาติ และชุมชนชาวต่างชาติขนาดใหญ่ ส่งผลให้ภูเก็ตไม่ได้เป็นเพียงเมืองท่องเที่ยว แต่ยังเป็นจุดหมายของผู้ที่ต้องการซื้อบ้านหลังที่สอง ผู้เกษียณอายุ และผู้พำนักระยะยาว
ข้อมูลจาก CBRE ระบุว่า ในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 ตลาดคอนโดมิเนียมในภูเก็ตมียอดขาย 3,641 ยูนิต คิดเป็นอัตราขายสะสม 70.8% ขณะที่ตลาดวิลล่ามีอัตราขายสะสม 72.5% แม้การเปิดตัวโครงการใหม่จะชะลอลง ส่วน Knight Frank ระบุว่า ความต้องการซื้อจากชาวต่างชาติยังแข็งแกร่ง โดยเฉพาะผู้ซื้อจากรัสเซีย จีน ยุโรป อินเดีย และตะวันออกกลาง ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิต ความเป็นส่วนตัว และศักยภาพในการสร้างรายได้จากการปล่อยเช่า ปัจจุบัน ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายหลักในตลาดภูเก็ต ได้แก่ บริษัท ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ (TITLE) ซึ่งมีโครงการมูลค่ารวม 47,400 ล้านบาท ตามด้วย แสนสิริ (SIRI) มูลค่า 15,700 ล้านบาท และศุภาลัย (SPALI) มูลค่า 6,800 ล้านบาท ฝ่ายวิจัยยังคงให้น้ำหนักการลงทุนกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ที่ระดับ "Neutral" แม้อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ เนื่องจากการปล่อยสินเชื่อของธนาคารยังเข้มงวด ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ส่งผลต่อการอนุมัติสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ขณะที่ต้นทุนก่อสร้างโครงการใหม่เพิ่มขึ้นราว 5-6% จากต้นทุนโลจิสติกส์และราคาวัสดุก่อสร้างที่สูงขึ้น หุ้นเด่นของกลุ่ม ฝ่ายวิจัยยังคงเลือก SIRI และ AP จากศักยภาพในการพัฒนาโครงการและปริมาณงานในมือที่แข็งแกร่ง ขณะที่ตลาดที่อยู่อาศัยในภูเก็ตยังมีแนวโน้มเติบโตเหนือกว่าตลาดที่อยู่อาศัยระดับกลางถึงล่างในกรุงเทพฯ เนื่องจากได้รับแรงสนับสนุนจากผู้ซื้อชาวต่างชาติที่ชำระเงินสด ผู้พำนักระยะยาว และผู้ซื้อที่มุ่งเน้นคุณภาพชีวิต ซึ่งพึ่งพาสินเชื่อในประเทศน้อยกว่า โดยเฉพาะ TITLE ซึ่งเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มุ่งเน้นตลาดภูเก็ตโดยตรง (Pure-play) และมีแนวโน้มกำไรเติบโตมากกว่าสองเท่าภายในปี 2571 จากการทยอยโอนโครงการใหม่ เปิดพอร์ตอสังหาฯ ภูเก็ต 3 ค่ายใหญ่ TITLE-SIRI -SPALI รวมมูลค่าโครงการกว่า 6.99 หมื่นลบ. TITLE นำตลาดภูเก็ต พอร์ตโครงการกว่า 4.7 หมื่นลบ. TITLE มีโครงการที่อยู่ระหว่างพัฒนาในจังหวัดภูเก็ตรวม 16 โครงการ มูลค่ารวม 47,447 ล้านบาท จำนวนกว่า 7,000 ยูนิต โดยส่วนใหญ่เป็นคอนโดมิเนียม และมีโครงการวิลล่า 2 โครงการ โครงการที่มีมูลค่าสูงสุด ได้แก่ The Title Heritage มูลค่า 6,000 ล้านบาท, Modeva มูลค่า 6,200 ล้านบาท และ Katabello มูลค่า 5,000 ล้านบาท ขณะที่หลายโครงการมียอดขายในระดับสูง เช่น The Title Malo's (96%), The Title Legendary (87%), The Title Villa Estella | Naiyang และ ViVi ที่มียอดขายครบ 100% แล้ว SIRI เดินหน้าพัฒนา 9 โครงการ มูลค่า 1.57 หมื่นลบ. แสนสิริ มีโครงการในภูเก็ตรวมมูลค่า 15,737 ล้านบาท คิดเป็นประมาณ 6.4% ของมูลค่าโครงการทั้งหมดของบริษัท โดยมีทั้งคอนโดมิเนียมและโครงการแนวราบ โครงการที่มียอดขายโดดเด่น ได้แก่ Dcondo Reef Phuket ที่ขายหมดแล้ว (100%), THE BASE Cherngtalay มียอดขาย 93%, THE BASE Bukit 91% และ THE BASE RISE Phuket 84% สะท้อนความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยในทำเลภูเก็ตที่ยังอยู่ในระดับแข็งแกร่ง SPALI มี 5 โครงการ มูลค่ารวม 6,800 ลบ. ด้านศุภาลัยมีโครงการที่อยู่ระหว่างพัฒนาในภูเก็ต 5 โครงการ มูลค่ารวม 6,800 ล้านบาท หรือคิดเป็น 1.3% ของมูลค่าโครงการทั้งหมดของบริษัท รวม 1,313 ยูนิต โครงการที่มียอดขายสูงสุดคือ Supalai Lake Ville Phuket มียอดขาย 77% รองลงมาคือ Supalai Primo Phuket 76%, Supalai Sense Khao Rang Phuket 60% และ Supalai Pride Phuket 50% ขณะที่ Supalai Scenic Bay Condo มียอดขาย 18% อ่านข่าวสารของสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทยเพิ่มเติมได้ที่ : https://url.in.th/w-stock-news |