สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมอง ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่ได้ประเมินทิศทางของ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BJC จากบทวิเคราะห์ที่ออกมาในวันที่ 27 ต.ค.69
ชื่อโบรก | คำแนะนำ | ราคาเป้าหมาย (บาท) | บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) | Add | 23.60 | บล.บัวหลวง | ซื้อ | 21.50 | บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) | TRADING | 20.80 | บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส | ถือ | 20.80 | บล.ทิสโก้ | ซื้อ | 20.00 | บล.เอเซีย พลัส | Trading | 18.90 |
สรุปปัจจัยบวก + คาดการณ์กำไรสุทธิงวด 3Q26 อยู่ที่ 1.7 - 1.82 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 181% - 193% YoY โดยมีแรงหนุนหลักจากการบันทึกกำไรพิเศษจากการขายที่ดิน/สินทรัพย์ที่ไม่สร้างผลตอบแทนจำนวน 900 - 1,000 ล้านบาท (บล.บัวหลวง, บล.ทิสโก้, บล.เอเซีย พลัส, บล.หยวนต้า (ประเทศไทย), บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส)
+ คาดกำไรหลัก/กำไรปกติงวด 3Q26 อยู่ในกรอบ 848 - 883 ล้านบาท เติบโต 26% - 40.6% YoY ได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของยอดขาย การรวมผลประกอบการของ MMVN และฐานกำไรที่ต่ำใน 3Q25 (บล.บัวหลวง, บล.ทิสโก้, บล.เอเซีย พลัส, บล.หยวนต้า (ประเทศไทย), บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส)
+ ยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ของธุรกิจค้าปลีกส่งสัญญาณฟื้นตัว โดย Big C ในไทยกลับมาเป็นบวกได้ราว 1% - 3% YoY และ MMVN ในเวียดนามเติบโตแข็งแกร่งในระดับเลขสองหลักหรือ 15% YoY (บล.บัวหลวง, บล.ทิสโก้, บล.เอเซีย พลัส, บล.หยวนต้า (ประเทศไทย))
+ ผลประโยชน์เชิงบวกจากการรวมกิจการ MMVN เข้ามา 100% ช่วยเพิ่มยอดขายราว 4 พันล้านบาท และหนุนการเติบโตของกำไร โดยคิดเป็นสัดส่วน 20% ของกำไรสุทธิใน 3Q26 และคาดว่าจะคิดเป็น 15% - 16% ในปี 2027 (บล.ทิสโก้, บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส)
+ โครงสร้างต้นทุน SG&A และค่าใช้จ่ายพนักงานลดลงในระยะยาว โดยคาดว่าจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้สูงถึง 1.0 - 1.2 พันล้านบาทต่อปี ตั้งแต่ปี 2027 เป็นต้นไป หรือคิดเป็นอัพไซด์ต่อกำไรสุทธิปี 2027 ราว 20% (บล.บัวหลวง, บล.ทิสโก้, บล.หยวนต้า (ประเทศไทย), บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย))
+ ภาระค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยและต้นทุนทางการเงินมีแนวโน้มปรับตัวลดลง (บล.บัวหลวง, บล.ทิสโก้, บล.เอเซีย พลัส, บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส)
+ แนวโน้มกำไรช่วง 4Q26 คาดว่าจะฟื้นตัวได้ดีทั้ง QoQ และ YoY เข้าสู่ช่วง High Season จากเทศกาลจับจ่ายใช้สอย การท่องเที่ยว และยังมีกำไรพิเศษจากการขายที่ดินส่วนที่เหลืออีกราว 900 ล้านบาท - 1.0 พันล้านบาท เข้ามาเสริม (บล.บัวหลวง, บล.ทิสโก้, บล.เอเซีย พลัส, บล.หยวนต้า (ประเทศไทย))
+ คำสั่งซื้อกลุ่มบรรจุภัณฑ์ขวดแก้วและกระป๋องอะลูมิเนียมยังคงแข็งแรงต่อเนื่องไปจนถึงต้นปี 2027 (บล.บัวหลวง, บล.เอเซีย พลัส)
สรุปปัจจัยลบ - กำไรปกติงวด 3Q26 มีทิศทางลดลงราว 27% - 30.9% QoQ เนื่องจากเป็นช่วงโลว์ซีซั่นตามปัจจัยฤดูกาล (บล.บัวหลวง, บล.ทิสโก้, บล.เอเซีย พลัส, บล.หยวนต้า (ประเทศไทย))
- มีค่าใช้จ่ายพิเศษที่เกิดขึ้นครั้งเดียว (One-off) จากการชดเชยการปรับโครงสร้างพนักงานราว 100 ล้านบาทใน 3Q26 และคาดว่าจะมีเพิ่มอีก 100 - 200 ล้านบาท ในส่วนของสาขาช่วง 4Q26 (บล.บัวหลวง, บล.ทิสโก้, บล.เอเซีย พลัส)
- อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ในกลุ่มบรรจุภัณฑ์และสินค้าอุปโภคบริโภคถูกกดดันจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ต้นทุนกระป๋อง วัตถุดิบ และราคาก๊าซธรรมชาติที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงผลกระทบด้าน Product Mix (บล.เอเซีย พลัส, บล.หยวนต้า (ประเทศไทย), บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส)
- ราคาหุ้นในตลาดปรับตัวขึ้นมาจนทำให้ส่วนต่างราคาเป้าหมาย (Upside) เริ่มมีจำกัด จนนำไปสู่การปรับลดคำแนะนำลงมาเป็นเพียง Trading/ถือ (บล.เอเซีย พลัส, บล.หยวนต้า (ประเทศไทย))
- ภาพรวมกำลังซื้อในประเทศยังคงเปราะบางและการฟื้นตัวของผลการดำเนินงานยังเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป (บล.บัวหลวง, บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส)
. 
|
. |