CGSI ปรับเพิ่มคาดการณ์นักท่องเที่ยวต่างชาติปี 69 เป็น 33 ล้านคน หลังท่องเที่ยวฟื้นตัวดีกว่าคาด แนะ "เพิ่มน้ำหนักลงทุน" กลุ่มท่องเที่ยว เลือก ERW - THAI หุ้นเด่น รับอานิสงส์เดินทางกลับมาคึกคัก ฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI ระบุว่า ได้ปรับเพิ่มประมาณการสถิตินักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ในปี 69 จาก 31.3 ล้านคน (-5% yoy) เป็น 33 ล้านคน (ทรงตัว yoy) เพื่อสะท้อนแนวโน้มการท่องเที่ยวทีดีขึ้น เนื่องจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ลดลง ส่งผลให้ความเชื่อมั่นในการเดินทางเพิ่มขึ้น ลดผลกระทบต่อการจราจรทางอากาศและทำให้ค่าตั๋วเครื่องบินลดลง และอุปสงค์จากยุโรปยังแข็งแกร่งและสถิตินักท่องเที่ยวจากจีนฟื้นตัวเร็วกว่าคาด แม้ว่าประเทศไทยจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือน 14 ล้านคนในช่วง 5 เดือนแรกของปี 69 (-2% yoy) แต่เชื่อว่าสถิตินักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจะเติบโตสูงขึ้น โดยสถิตินักท่องเที่ยวรายเดือนเพิ่มขึ้น 4% yoy ในเดือนพ.ค.69 จากที่ลดลง 7% ในเดือนเม.ย.69 (ผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางรุนแรงที่สุด) ขณะที่สถิตินักท่องเที่ยวจากยุโรปและตะวันออกกลางฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ โดยเห็นได้จากจำนวนนักท่องเที่ยวในเดือนพ.ค.69 ที่อยู่ในระดับใกล้เคียงกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้วเทียบกับที่ลดลง 17% yoy และ 57% roy ในเดือนเม.ย.69 ตามลำดับ ส่วนสถิตินักท่องเที่ยวจากจีนเริ่มมีสัญญาณทรงตัว หลังนักท่องเที่ยวจากประเทศนี้เดินทางมาไทยมากกว่า 400k คนต่อเดือนตลอดช่วง 5 เดือนแรกของปี 69 เทียบกับสถิติต่ำสุดที่ 297k ในเดือนมี.ค.68 ส่งผลให้สถิตินักท่องทียวจากจีนในช่วง 5 เดือนแรกของปี 69 เพิ่มขึ้น 18% yoy ดังนั้น ถึงแม้ว่าการฟื้นตัวยังเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป แต่เชื่อว่าได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว และเชื่อว่าสถานการณ์จะดีขึ้นต่อเนือง เชื่อว่า หลังจากปี 69 อุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยจะได้รับประโยชน์จากการที่ AOT เดินหน้าลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของสนามบินเพื่อแก้ปัญหาคอขวดในสนามบินหลัก โดยท่าอากาศยานสุวรรณภูมิอยู่ระหว่างปรับปรุงประสิทธิภาพของบริการภาคพื้น (ground handling) เพื่อลดระยะเวลาการเตรียมเครื่องบิน (aircraft turnaround) และเพื่อให้สามารถรองรับเที่ยวบินได้เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน AOT มีการปรับปรุงระบบช่วยลงจอดหรือ Instrument Landing System (ILS) ที่ท่าอากาศยานภูเก็ตสำหรับรองรับการขึ้นลงจอดของอากาศยานในช่วงที่มีเทียวบินจำนวนมาก นอกจากนี้ THAI ยังมีแผนขยายฝูงบินเพื่อเพิ่มความถี่ของเที่ยวบินในเส้นทางที่มีอุปสงค์การเดินทางสูงและเส้นทางบินใหม่ แนะนำให้เพิ่มน้ำหนักการลงทุน (Overweight) ในกลุ่มท่องเที่ยวของไทยเพราะอุปสงค์ในตลาดหลักมีแนวโน้มดีขึ้น โดยชอบหุ้นในกลุ่มโรงแรมและสายการบินมากกว่าสนามบิน เนื่องจากมีความสามารถในการทำกำไรสูงกว่า คาดการประชุม IMF-World Bank Annual Meetings ที่จะจัดขึ้นในกรุงเทพฯ ช่วงเดือนต.ค.69 จะทำให้โรงแรมมีอัตราการเข้าพักและอัตราค่าห้องพักเพิ่มสูงขึ้น จึงเลือก ERW และ THAI เป็นหุ้น Top pick ของกลุ่ม ขณะที่มองว่าหุ้นในกลุ่มท่องเที่ยวอาจปรับตัวสูงขึ้นหากอุปสงค์การเดินทางทั่วโลกและต้นทุนพลังงานกลับเป็นปกติเร็วกว่าคาด ส่วน downside risk จะมาจากความขัดแย้งที่ยืดเยื้อในตะวันออกกลางและสถิตินักท่องเที่ยวจากจีนที่ฟื้นตัวช้ากว่าคาด อ่านข่าวสารของสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทยเพิ่มเติมได้ที่ : https://url.in.th/w-stock-news |