แผนลดภาษีทุนกำไรของทรัมป์อาจย้อนศรต่อเกมเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ
รายงานล่าสุดชี้ว่า ทำเนียบขาว กำลังปรับยุทธศาสตร์ทางการเมืองก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ โดยหวนกลับมาใช้ประเด็น การลดภาษี เป็นแกนหลักของนโยบายเศรษฐกิจอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม แนวคิดที่กำลังพิจารณา เช่น การขยายข้อยกเว้นภาษีกำไรจากการขายบ้านหลัก หรือการผูกภาษีกำไรเข้ากับเงินเฟ้อ อาจสร้างประโยชน์ให้ผู้ถือสินทรัพย์และเจ้าของบ้านมากกว่ากลุ่มแรงงานและผู้มีรายได้ประจำ ซึ่งอาจทำให้ภาพลักษณ์ของพรรครีพับลิกันซับซ้อนยิ่งขึ้นในสายตาผู้มีสิทธิเลือกตั้งชนชั้นกลาง
นโยบายภาษีอาจหนุนกลุ่มสินทรัพย์มากกว่าคนทำงาน
ประเด็นสำคัญของข่าวนี้อยู่ที่ทิศทางการออกแบบนโยบาย หากรัฐบาลผลักดันการลดภาษีกำไรจากการขายสินทรัพย์หรือเชื่อมการคำนวณภาษีกับเงินเฟ้อจริง ผลลัพธ์อาจส่งผลดีต่อผู้ที่ถือหุ้นและอสังหาริมทรัพย์อย่างชัดเจน เพราะต้นทุนภาษีมีแนวโน้มลดลง ขณะที่กลุ่มผู้มีรายได้ประจำอาจไม่ได้รับอานิสงส์โดยตรงมากนัก ความไม่สมดุลนี้ทำให้ข้อเสนอด้านภาษีอาจกลายเป็นประเด็นทางการเมืองมากพอ ๆ กับเป็นนโยบายเศรษฐกิจ
ในมุมการเลือกตั้ง นโยบายลักษณะนี้เสี่ยงถูกมองว่าเอื้อประโยชน์ต่อผู้มีฐานะหรือเจ้าของทรัพย์สินมากกว่าคนทำงานทั่วไป ซึ่งเป็นฐานเสียงสำคัญในหลายรัฐสมรภูมิ หากข้อความทางการเมืองมุ่งเน้นเรื่องการกระตุ้นความมั่งคั่งมากเกินไป ก็อาจทำให้พรรครีพับลิกันเสียสมดุลในการสื่อสารกับผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่กังวลเรื่องค่าครองชีพและรายได้จริง
ผลต่อสินทรัพย์การลงทุนและกระแสเงินทุน
ในมุมมอง Multi-Asset ข่าวนี้เป็นสัญญาณที่นักลงทุนควรจับตาอย่างใกล้ชิด เพราะหากนโยบายภาษีเชิงผ่อนคลายเกิดขึ้นจริง เงินทุนอาจไหลเข้าสู่สินทรัพย์ที่ได้ประโยชน์จากนโยบายภาครัฐมากขึ้น โดยเฉพาะ หุ้น กลุ่มเติบโตและ อสังหาริมทรัพย์ ขณะที่พันธบัตรและอัตราดอกเบี้ยจะตอบสนองต่อมุมมองของตลาดว่ามาตรการดังกล่าวเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจหรือเป็นภาระต่อฐานะการคลังในอนาคต
อย่างไรก็ดี รายงานระบุชัดว่านโยบายนี้ยังไม่ได้ถูกประกาศอย่างเป็นทางการ และช่วงเวลาการบังคับใช้ยังไม่แน่นอน จึงยังเป็นเพียงความคาดหวังทางนโยบายมากกว่าการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นแล้ว แต่สำหรับตลาดการเงิน การเปลี่ยนท่าทีของรัฐบาลสหรัฐมักส่งผลต่อการจัดพอร์ตล่วงหน้าเสมอ โดยเฉพาะเมื่อเกี่ยวข้องกับภาษี การบริโภค และความมั่งคั่งของภาคครัวเรือน
แรงกดดันจากตลาดพันธบัตรและต้นทุนเงินทุน
ข่าวดังกล่าวยังเชื่อมโยงกับภาวะการเงินที่ตึงตัวมากขึ้น หลังมีข้อมูลว่า ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 30 ปี ในการประมูลล่าสุดแตะระดับสูงสุดในรอบ 25 ปี สะท้อนแรงกดดันต่ออัตราดอกเบี้ยและต้นทุนเงินทุนในระบบ เมื่อผลตอบแทนพันธบัตรอยู่ในระดับสูง ความน่าสนใจของสินทรัพย์ปลอดภัยและความผันผวนของตลาดทุนย่อมเพิ่มขึ้น นักลงทุนจึงต้องประเมินให้ละเอียดว่านโยบายภาษีใหม่จะช่วยหนุนความเชื่อมั่นหรือยิ่งเพิ่มแรงกังวลต่อการคลัง
สำหรับตลาดการเงินไทย ข่าวนี้มีนัยต่อพอร์ตที่เชื่อมโยงกับต่างประเทศโดยตรง โดยเฉพาะหุ้นสหรัฐ กองทุนที่อิงดัชนีต่างประเทศ รวมถึงสินทรัพย์เสี่ยงและสินทรัพย์หลบภัยอย่าง ทองคำ และพันธบัตร หากนโยบายลดภาษีหนุนราคาสินทรัพย์ อาจเห็นแรงซื้อกลับในหุ้นเติบโต แต่หากตลาดมองว่าเป็นแรงกดดันต่อวินัยการคลัง เงินอาจไหลไปยังสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงมากขึ้น
สิ่งที่นักลงทุนควรติดตามต่อไป
- ท่าทีของทำเนียบขาวต่อข้อเสนอ ลดภาษีกำไร และการผูกภาษีกับเงินเฟ้อ
- ปฏิกิริยาของตลาดพันธบัตรต่อความเป็นไปได้ของนโยบายการคลังใหม่
- กระแสเงินทุนในหุ้นสหรัฐ อสังหาริมทรัพย์ ทองคำ และพันธบัตร
- ผลสะท้อนทางการเมืองต่อคะแนนนิยมก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม
โดยสรุป แผนลดภาษีทุนกำไรอาจเป็นดาบสองคมสำหรับทรัมป์และพรรครีพับลิกัน เพราะแม้ช่วยสื่อสารภาพเศรษฐกิจเชิงบวก แต่ก็อาจถูกตั้งคำถามว่าเอื้อกลุ่มผู้ถือสินทรัพย์มากกว่าคนทำงาน หากนโยบายนี้เดินหน้าในช่วงที่ตลาดการเงินตึงตัวอยู่แล้ว ผลกระทบต่อทั้งการเมืองและการลงทุนอาจรุนแรงกว่าที่คาดไว้