| | | สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -31 ก.ค. 69 14:31 น.
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมอง ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่ได้ประเมินทิศทางของ บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO จากบทวิเคราะห์ที่ออกมาในวันที่ 31 ก.ค.69 | ชื่อโบรก | คำแนะนำ | ราคาเป้าหมาย | | บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) | ซื้อ | 187.00 บาท | | บล.เอเซียพลัส | Trading | 135.00 บาท | | บล.เคจีไอ | ถือ | 125.00 บาท | | บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) | ซื้อ | ไม่ระบุ |
ปัจจัยบวกแนวโน้มผลงานฟื้นตัวแข็งแกร่งในไตรมาส 3/2569 (3Q69): คาดกำไรปกติจะฟื้นตัว QoQ และ YoY มาอยู่ในกรอบประมาณ 800 - 1,400 ลบ. จากการเข้าสู่ช่วง High Season / ฤดูฝนของโรงไฟฟ้าพลังน้ำ (XPCL, NT1, NT2, โครงการน้ำลาว), ช่วงฤดูร้อนของโรงไฟฟ้าในสหรัฐฯ (Compass, Linden), การรับรู้การขึ้นค่าความพร้อมจ่ายในสหรัฐฯ แบบเต็มไตรมาส และการรับรู้รายได้ของโรงไฟฟ้า QPL (บล.เคจีไอ, บล.เอเซียพลัส, บล.หยวนต้า (ประเทศไทย)) โอกาสเติบโตจากแผน PDP ฉบับใหม่ (PDP2569): EGCO เป็นหนึ่งในผู้เล่นหลักในการประมูลโรงไฟฟ้า โดยมีข้อได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ในพื้นที่เดิมของโรงไฟฟ้า KEGCO Unit 2–3 (ภาคใต้) ที่รองรับกำลังการผลิตได้ราว 600 - 800 MW (บล.เคจีไอ, บล.หยวนต้า (ประเทศไทย)) โอกาสต่อยอดสู่ธุรกิจ Data Center: อยู่ระหว่างเจรจากับลูกค้ากลุ่ม Data Center ในพื้นที่นิคมฯ ระยอง (ขนาด 609 ไร่) หากสำเร็จจะช่วยสร้างรายได้ประจำ และเพิ่มโอกาสเติบโตในรูปแบบ Direct PPA (บล.เคจีไอ) ฐานะทางการเงินแข็งแกร่ง รองรับการขยายลงทุน: มีเงินสดในมือราว 3.0 หมื่นลบ., อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) ต่ำเพียง 1.2x (เทียบ Covenant ที่ 3x) และมีวงเงินกู้เพิ่มเติม (debt headroom) สูงถึง 1.8 แสนลบ. (บล.เคจีไอ) อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) จูงใจ: จ่ายปันผลสม่ำเสมอ คาดหวัง Dividend Yield สูงถึง 4 - 5.6% ต่อปี (ประมาณการ DPS ช่วง 1H69 อยู่ที่ 3.25 บาท/หุ้น หรือ Yield ราว 2.4%) ช่วยรองรับราคาหุ้น (บล.เคจีไอ, บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย), บล.เอเซียพลัส) Valuation อยู่ในระดับถูก และราคาหุ้นสะท้อนปัจจัยลบไปพอสมควร: เทรดบน P/E ปี 2569 ที่ระดับ 7 เท่า และ P/BV 0.6 เท่า ขณะที่ราคาหุ้น YTD ปรับขึ้น 18% ซึ่งยังต่ำกว่าหุ้นในกลุ่มเดียวกัน (บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย), บล.หยวนต้า (ประเทศไทย)) ประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 - 2570: คาดกำไรปกติปี 2569 อยู่ที่ราว 4.5 พันลบ. (ยังเติบโตได้ 1.4% YoY) และปี 2570 คาดเติบโตแตะ 5.2 พันลบ. (บล.เอเซียพลัส) โรงไฟฟ้าบางแห่งมีผลดำเนินงานดีขึ้น: โรงไฟฟ้า BLCP ไม่มีการปิดซ่อมบำรุงและได้รับการเรียกซื้อไฟสูงขึ้น ส่วนโรงไฟฟ้า QPL บริหารจัดการต้นทุนได้ดีขึ้น (บล.เคจีไอ, บล.เอเซียพลัส)
ปัจจัยลบผลประกอบการไตรมาส 2/2569 (2Q69) มีแนวโน้มชะลอตัวลงหนัก: คาดกำไรสุทธิลดลงมาอยู่ที่ราว 519.2 - 630 ลบ. (ลดลง 40.7% - 71% YoY และลดลง 28% QoQ) ด้านกำไรปกติ/กำไรหลักคาดอยู่ที่ 430 - 894.2 ลบ. (ลดลง 77% YoY และลดลง 23.4% - 56% QoQ) (บล.เคจีไอ, บล.เอเซียพลัส, บล.หยวนต้า (ประเทศไทย)) ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมลดลงในหลายโครงการ: โรงไฟฟ้า Paju ES ถูกกดดันจากต้นทุนก๊าซฯ ที่ปรับขึ้นแรงจนมาร์จิ้นหดตัว (ราคาขายไฟฟ้าปรับขึ้นไม่ทัน) และปิดซ่อมบำรุง 13 วัน โรงไฟฟ้าพลังลม Yunlin เผชิญช่วง Low Season / กระแสลมอ่อนตัว โรงไฟฟ้าในสหรัฐฯ (Compass, Linden) ปิดซ่อมบำรุงตามแผนและดีมานด์อ่อนตัว โรงไฟฟ้า QPL มีรายได้ลดลงตามสัญญา PPA ฉบับใหม่ที่มีอัตราค่าไฟลดลง โรงไฟฟ้า XPCL มีปริมาณผลิตไฟฟ้าลดลง และโครงการ Apex ไม่มีรายการขายโครงการ (บล.เคจีไอ, บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย), บล.เอเซียพลัส, บล.หยวนต้า (ประเทศไทย))
รับรู้รายการขาดทุนพิเศษใน 2Q69: คาดมีผลขาดทุนสุทธิจากอัตราแลกเปลี่ยน (FX) และการป้องกันความเสี่ยง (Hedging) เพิ่มขึ้น 28.4% QoQ มาอยู่ที่ 375 ลบ. (บล.เอเซียพลัส) ผลงาน 1H69 ต่ำกว่าเป้า นำไปสู่การปรับลดประมาณการกำไร: กำไรปกติ 1H69 อยู่ที่ราว 1.4 - 2.1 พันลบ. (ลดลง 60% YoY) คิดเป็นเพียง 32.2% - 39% ของประมาณการทั้งปี ส่งผลให้โบรกเกอร์ปรับลดประมาณการกำไรปี 2569 - 2571 ลงราว 17% - 30.4% เพื่อสะท้อนการขายหุ้นโครงการ BPU และ KLU ออกไปบางส่วน (ลดสัดส่วนจาก 100% เหลือ 51%) และรายได้ที่อ่อนแอกว่าคาด โดยมองว่ากำไรปี 2569 อาจยังมี Downside Risk อีกราว 15 - 20% (บล.เคจีไอ, บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย), บล.เอเซียพลัส, บล.หยวนต้า (ประเทศไทย)) ความเสี่ยงในการดำเนินงาน: การปิดซ่อมบำรุงนอกแผน, ปัญหาความบานปลายของต้นทุน (Cost Overruns) รวมถึงความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและอัตราดอกเบี้ย (บล.เคจีไอ)
ให้ efinAI ช่วยสรุปข่าวและสัญญาณหุ้นก่อนใคร ได้ที่ : https://url.in.th/w-efin-stocknews |
|
|