NEX เตรียมเสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติเข้าซื้อหุ้นสามัญ Thai EV ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าครบวงจร ทั้งหมด 13 ล้านหุ้น มูลค่ารวม 150 ล้านบาท พร้อมเตรียมออกหุ้นเพิ่มทุนกว่า 208 ล้านหุ้น ในราคา 0.72 บาท/หุ้น บริษัท เน็กซ์พอยท์ จำกัด (มหาชน) หรือ NEX รายงานผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.) ว่า จากที่ประชุมคณะกรรมการ บริษัท เน็กซ์พอยท์ จำกัด (มหาชน) ครั้งที่ 5/2569 ซึ่งประชุมเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2569 มีมติอนุมัติให้แก้ไขวาระการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2569 โดยถอนวาระการประชุมที่เกี่ยวข้องกับการเข้าลงทุนของบริษัทฯ ในบริษัท ไทยอีวีจำกัด (Thai EV) เพื่อให้บริษัทฯ ดำเนินการหารือ และ ตกลงในประเด็นสำคัญของการเข้าลงทุนของบริษัทฯ ใน Thai EV กับผู้ขายหุ้นให้แล้วเสร็จภายใต้เงื่อนไขที่เหมาะสม และ เป็นประโยชน์ต่อบริษัทฯ โดยบริษัทฯ ได้ดำเนินการหารือ และ ตกลง ในประเด็นสำคัญของธุรกรรมกับผู้ขายหุ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 10/2569 ซึ่งประชุมเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569 จึงเห็นสมควรให้เสนอเรื่องดังกล่าวต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นอีกครั้ง โดยที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทได้มีมติในเรื่องสำคัญต่างๆ ซึ่งเห็นชอบให้เสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้น เพื่อพิจารณาอนุมัติการเข้าลงทุนใน Thai EV ซึ่งประกอบธุรกิจนำเข้า จำหน่าย ให้เช่ารถไฟฟ้า และ ให้บริการหลังการขาย โดยการเข้าซื้อหุ้นสามัญทั้งหมดของ Thai EV จำนวน 13,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10.00 บาท คิดเป็น 100% ของจำนวนหุ้นทั้งหมดของ Thai EV ในราคาประมาณหุ้นละ 11.53 บาท รวมเป็นมูลค่าทั้งสิ้นจำนวน 149,953,367.52 บาท จาก นายกิตติกรณ์ พินิจวงศ์วิทยา ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วมของบริษัทฯ และ ผู้ถือหุ้นรายย่อยอื่น (รวมเรียกว่า "ผู้ขายหุ้น") ในการนี้บริษัทฯ จะชำระค่าตอบแทนการซื้อหุ้นดังกล่าว โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทฯ จำนวนไม่เกิน 208,268,566 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 3.36% ของจำนวนหุ้นที่ออก และ จำหน่ายทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังการเพิ่มทุนสำเร็จ มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1.00 บาท ในราคาเสนอขายหุ้นละ 0.72 บาท รวมเป็นจำนวน 149,953,367.52 บาท ให้กับผู้ขายหุ้น (รวมเรียกว่า "ธุรกรรมการซื้อขายหุ้น") บริษัทฯ คาดว่า จะเข้าทำสัญญาซื้อขายหุ้นกับผู้ขายหุ้น ("สัญญาซื้อขายหุ้น") ภายหลังจากที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัทให้เข้าทำธุรกรรมการซื้อขายหุ้น โดยภายใต้สัญญาซื้อขายหุ้นดังกล่าว ธุรกรรมการซื้อขายหุ้นจะเกิดขึ้นต่อเมื่อเงื่อนไขบังคับก่อนที่สำคัญได้สำเร็จเสร็จสิ้น หรือ ได้รับการยกเว้น ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนโดยคู่สัญญาที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม เนื่องด้วยคณะกรรมการบริษัทได้เล็งเห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการบริหารจัดการและระบายสินค้าคงคลังจึงได้ทาบทาม นายกิตติกรณ์ พินิจวงศ์วิทยา ซึ่งเป็นผู้ที่มีความชำนาญและประสบการณ์สูงในอุตสาหกรรมเข้ามาเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ (Strategic Partner) เพื่อช่วยสนับสนุนการแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยตรง ในช่วงเริ่มต้นของการทาบทาม ได้มีการหารือควบคู่ไปกับการทำธุรกรรมการซื้อขายหุ้นใน Thai EV เพื่อส่งเสริมความแข็งแกร่งทางธุรกิจให้มากยิ่งขึ้น ทั้งในด้านการขยายฐานลูกค้าและการเพิ่มความหลากหลายของประเภทสินค้าที่แต่ละฝ่ายมีความถนัดแตกต่างกัน อย่างไรก็ตาม กระบวนการเข้าซื้อกิจการจำเป็นต้องมีการตรวจสอบสถานะกิจการ (Due Diligence) ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาดำเนินการ ในขณะที่สถานการณ์ของบริษัทฯ มีความเร่งด่วน และ ไม่อาจรอได้ คณะกรรมการบริษัทจึงได้มีมติแต่งตั้ง นายกิตติกรณ์ พินิจวงศ์วิทยา เข้าดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม (Co-CEO) ก่อน เพื่อให้สามารถเข้ามาดำเนินการและขับเคลื่อนการระบายสินค้าของบริษัทฯ ได้ในทันที ดังนั้น คณะกรรมการบริษัทจึงมีความเห็นว่า การเข้าทำธุรกรรมการซื้อขายหุ้นในครั้งนี้สอดคล้องกับกลยุทธ์และธุรกิจหลักของกลุ่มบริษัทฯ ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ฐานธุรกิจ โดยเฉพาะการขยายฐานลูกค้า และ เพิ่มโอกาสทางการตลาดในธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า อันจะเป็นประโยชน์ต่อการเติบโต และ การสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่บริษัทฯ ในระยะยาว นอกจากนี้ การชำระค่าตอบแทนด้วยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนแทนการใช้เงินสด ยังช่วยให้บริษัทฯ สามารถรักษาสภาพคล่องและเงินทุนหมุนเวียนไว้สำหรับการดำเนินงานและโอกาสการลงทุนอื่นในอนาคต อีกทั้ง ยังไม่ก่อให้เกิดภาระหนี้สิน หรือ ภาระดอกเบี้ยเพิ่มเติม ซึ่งจะช่วยให้โครงสร้างทางการเงินของบริษัทฯ ยังคงมีความมั่นคงและเหมาะสม ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทได้พิจารณาถึงทางเลือกในการเข้าทำรายการกับบุคคลภายนอกรายอื่นแล้ว แต่พบว่า ผู้ประกอบการในตลาด นอกเหนือจาก Thai EV ล้วนเป็นบริษัทต่างชาติที่มุ่งเข้ามาแข่งขันในตลาดยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์โดยตรง ในขณะที่บริษัทฯ และ Thai EV ต่างเป็นองค์กรของคนไทย ซึ่งเอื้อต่อการเจรจาต่อรองให้เป็นไปอย่างราบรื่นและคล่องตัวกว่า ประกอบกับ ธุรกรรมการซื้อขายหุ้นในครั้งนี้มีความเชื่อมโยงอย่างยิ่งกับความต้องการให้ นายกิตติกรณ์ พินิจวงศ์วิทยา เข้ามาช่วยกู้วิกฤตสินค้าคงคลัง การมองหาพันธมิตรรายอื่นอาจต้องใช้ระยะเวลาเพิ่มเติม โดยไม่อาจกำหนดกรอบเวลาที่แน่ชัดได้ ซึ่งจะไม่ทันท่วงทีต่อการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนของบริษัทฯ ด้วยเหตุปัจจัยทั้งหมดนี้ คณะกรรมการบริษัทจึงเห็นว่า การเข้าทำธุรกรรมการซื้อขายหุ้นดังกล่าวมีความเหมาะสมและสมเหตุสมผล อีกทั้ง ผู้ขายหุ้นที่ได้รับจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนจะเข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ส่งผลให้เกิดผลประโยชน์และสร้างพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ที่มีเป้าหมายร่วมกันในการสนับสนุนการเติบโตธุรกิจของบริษัทฯ ในระยะยาว ตลอดจนการสร้างความร่วมมือทางธุรกิจ (Synergy) อันจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ โดยรวม อีกทั้ง การเข้าทำธุรกรรมดังกล่าวยังสามารถแก้ไขประเด็นความขัดแย้งทางผลประโยชน์ที่อาจมีขึ้นได้ เนื่องจากภายหลังการดำเนินธุรกรรมการซื้อขายหุ้นแล้วเสร็จ Thai EV จะมีสถานะเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯด้วยเหตุดังกล่าว คณะกรรมการบริษัทจึงมีมติอนุมัติการเข้าทำธุรกรรมการซื้อขายหุ้น ให้ efinAI ช่วยสรุปข่าวและสัญญาณหุ้นก่อนใคร ได้ที่ : https://url.in.th/w-efin-stocknews สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย เตรียมจัดงาน “CAPITAL WITH PURPOSE 2026” งานสัมมนาด้าน ESG สำหรับผู้บริหารองค์กร ที่จะเจาะลึกประเด็น Green Finance เทรนด์การเงินเพื่อความยั่งยืน และโอกาสการเข้าถึงทุนในโลกธุรกิจยุคใหม่ โดยงานจะจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 26 มิ.ย. 2569 ณ True Digital Park ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดและลงทะเบียนเข้าร่วมงาน คลิกภาพ! 
|