ALLY วางเป้า 5 ปี ดันสินทรัพย์แตะ 20,000 ลบ.หลังเพิ่มทุน 757.5 ลบ. ขยายพอร์ตเป็น 18 โครงการ ดันสินทรัพย์ทะบุ 1.5 หมื่นลบ.ชู Yield ปีแรก 9.6-10.7%
นายกวินทร์ เอี่ยมสกุลรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อัลไล รีท แมนเนจเมนท์ จำกัด ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ อัลไล (ALLY) เปิดเผยว่า เดินหน้าเพิ่มทุนครั้งที่ 2 เป็นการลงทุนในทรัพย์สินเพิ่มเติมครั้งที่ 9 ของกองทรัสต์ โดยจะออกและเสนอขายหน่วยทรัสต์เพิ่มทุนไม่เกิน 151.5 ล้านหน่วย มูลค่าระดมทุนไม่เกิน 757.5 ล้านบาท ที่ราคาเสนอขายสูงสุดไม่เกิน 5 บาทต่อหน่วย ทั้งนี้ จะเปิดจองซื้อระหว่างวันที่ 28 กันยายน-2 ตุลาคม 2569 โดยจะประกาศราคาเสนอขายเพื่อเปิดให้จองซื้อก่อนวันที่ 25 กันยายน 2569 และคาดประกาศราคาเสนอขายสุดท้ายผ่านเว็บไซต์ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในวันที่ 2 ตุลาคม 2569 หลังการลงทุนเพิ่มเติมครั้งนี้ คาดว่า ALLY จะมีพอร์ตเพิ่มเป็น 18 โครงการ และมีมูลค่าสินทรัพย์รวมประมาณ 15,151 ล้านบาท จากปัจจุบัน 15 โครงการ พร้อมเพิ่มพื้นที่เช่าจากราว 165,000 ตร.ม. เป็นกว่า 200,000 ตร.ม. และอายุสัญญาเช่าเฉลี่ยเพิ่มเป็นเกือบ 24 ปี ลงทุน 3 คอมมูนิตี้มอลล์ ชูทำเล-สร้าง Synergy การลงทุนครั้งนี้ประกอบด้วยทรัพย์สิน 3 โครงการ มูลค่าลงทุนรวมไม่เกิน 1,495.8 ล้านบาท ได้แก่ ชาน แอท ดิ อเวนิว แจ้งวัฒนะ (Charn At The Avenue) มีพื้นที่เช่าสุทธิ 19,747 ตร.ม. ตั้งอยู่ติดถนนแจ้งวัฒนะ ห่างจากสถานีแจ้งวัฒนะ 14 รถไฟฟ้า MRT สายสีชมพูเพียง 100 เมตร รายล้อมด้วยอาคารสำนักงานและคอนโดมิเนียม รองรับทั้งกลุ่มพนักงานออฟฟิศและผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ สายไหม อเวนิว (Saimai Avenue) มีพื้นที่เช่าสุทธิ 10,007 ตร.ม. เป็นคอมมูนิตี้มอลล์ในย่านสายไหม มีร้านอาหารและเครื่องดื่มแบรนด์ดัง อาทิ สุกี้ตี๋น้อย, MK, Starbucks และโอ้กะจู๋ เดอะโซน ทาวน์อินทาวน์ (The Zone Town in Town) มีพื้นที่เช่าสุทธิประมาณ 9,989 ตร.ม. ตั้งอยู่ริมถนนศรีวรา มี Frontage ติดถนนยาว 450 เมตร เพิ่มการมองเห็นและการเข้าถึงของลูกค้า อีกทั้งอยู่ใกล้ “เดอะซีน ทาวน์อินทาวน์” ซึ่ง ALLY บริหารอยู่แล้ว จึงสามารถสร้าง Synergy ด้านผู้เช่าและการบริหารพื้นที่ ทั้ง 3 โครงการมีมูลค่าลงทุนรวมไม่เกิน 1,495.8 ล้านบาท ซึ่งต่ำกว่าราคาประเมินต่ำสุดรวมของบริษัทประเมินมูลค่าทรัพย์สินอิสระกว่า 12% ช่วยสร้าง Margin of Safety และเปิดโอกาสเพิ่มมูลค่าทรัพย์สินในระยะยาวผ่านการบริหารสินทรัพย์เชิงรุก ชู Yield ปีแรก 9.6-10.7% ราคา 5 บาท ได้ราว 9.6% สำหรับประมาณการอัตราการจ่ายประโยชน์ตอบแทนในปีแรก (First Year Yield) หลังการลงทุน คาดอยู่ที่ 9.6-10.7% ต่อปี โดยหากอ้างอิงราคาเสนอขายสูงสุดที่ 5 บาทต่อหน่วย จะอยู่ที่ประมาณ 9.6% ALLY มีนโยบายจ่ายประโยชน์ตอบแทนไม่น้อยกว่า 90% ของกำไรสุทธิที่ปรับปรุงแล้ว ในแต่ละรอบปีบัญชี และจ่ายให้ผู้ถือหน่วยไม่น้อยกว่าปีละ 2 ครั้ง ทั้งนี้ ตัวเลข Yield เป็นประมาณการตามสมมติฐานในหนังสือชี้ชวน ไม่ใช่การรับประกันผลตอบแทนในอนาคต นายกวินทร์กล่าวว่า ปัจจุบัน ALLY มีจุดแข็งจากทำเลของสินทรัพย์ ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในกรุงเทพฯ และทำเลที่มีฐานประชากรและกำลังซื้อในพื้นที่ โดยตั้งเป้ารักษาอัตราการเช่าในระยะยาวที่ระดับ 90% ขึ้นไป เดินหน้าบริหารสินทรัพย์เชิงรุก ทั้งการ Re-Tenant, Rezone และการปรับปรุงบำรุงรักษา รวมถึงการปรับ Tenant Mix ให้สอดคล้องกับความต้องการของชุมชน เพื่อเพิ่มยอดขายของผู้เช่าและสนับสนุนการเติบโตของรายได้ค่าเช่า ตั้งเป้าสินทรัพย์ 2 หมื่นลบ.ใน 5 ปี ตลาดพื้นที่เช่าค้าปลีกในกรุงเทพฯ และปริมณฑลเริ่มฟื้นตัว ขณะที่การขยายตัวของเมืองและระบบขนส่งช่วยให้คอมมูนิตี้มอลล์กระจายเข้าสู่พื้นที่ชานเมืองมากขึ้น ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ต้องการความสะดวกใกล้บ้าน แม้ตลาดยังมีการแข่งขันจากอุปทานใหม่ แต่การกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐและการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นปัจจัยสนับสนุนกำลังซื้อ ซึ่ง ALLY จะมุ่งเน้นการบริหารสินทรัพย์เชิงรุกเพื่อสร้าง Value Creation และการเติบโตในระยะยาว ทั้งนี้ หลังเพิ่มทุน ALLY ตั้งเป้าขยายขนาดสินทรัพย์ไปสู่ 20,000 ล้านบาทภายใน 5 ปี จากปัจจุบันกลุ่มสปอนเซอร์ถือหน่วยลงทุน 30% และมีความสนใจเพิ่มสัดส่วนการถือหน่วยลงทุนผ่านการเพิ่มทุนในครั้งนี้และครั้งต่อไป ให้ efinAI ช่วยสรุปข่าวและสัญญาณหุ้นก่อนใคร ได้ที่ : https://url.in.th/w-efin-stocknews |