ถ้าคุณตกขบวน Meme - AI - RWA แต่นั่นไม่ใช่จุดจบ! รู้หรือไม่ว่าในจักรวาลคริปโทฯ ยังมีอีก 1 เทรนด์ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน ถึงขนาดที่กูรูในวงการมองว่า ในอนาคตบริษัทมูลค่า 1 ล้านล้านดอลลาร์รายต่อไปจะมาจากอุตสาหกรรมนี้! ***DePIN คืออะไร? ในแง่ผลตอบแทนในช่วงที่ผ่านมา Meme Coin นั้นครองแชมป์โดยมี Real World Asset (RWA) และ AI อยู่ในอันดับ 2 และ 3 ตามลำดับ แต่นอกเหนือจากสามเทรนด์หลักนี้ ยังมีอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่กำลังได้รับความสนใจไม่แพ้กันและมาเป็นอันดับ 4 ด้านผลตอบแทนนั่นคือ "DePIN" ซึ่งมีมูลค่าตลาดสูงถึง 2.3 หมื่นล้านดอลลาร์เป็นอันดับที่ 31 และมากกว่ามูลค่าตลาดโดยรวมทั้งหมดของ Layer 2 ที่มีมูลค่าอยู่ที่ 2.2 หมื่นล้านดอลลาร์ DePIN หรือ Decentralized Physical Infrastructure Networks (DePIN) คือเครือข่ายโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพแบบกระจายศูนย์ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ใช้บล็อกเชน เพื่อกระจายอำนาจการควบคุมและความเป็นเจ้าของในโครงสร้างพื้นฐานบนโลกจริง “DePIN” ต้องการที่จะเข้ามาแก้ปัญหาปัจจุบันที่โครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพ เช่น เครือข่ายข้อมูล การขนส่ง หรือระบบไฟฟ้าส่วนใหญ่จะเป็นเจ้าของและถูกจัดการโดยองค์กรเพียงองค์กรเดียว แต่ DePIN จะเข้ามาสร้างเครือข่ายแบบ peer to peer (P2P) ที่ประชาชนทั่วไปสามารถเข้ามามีส่วนร่วมได้ด้วยทรัพยากรของตนเอง รวมถึงมีส่วนร่วมในการควบคุมเครือข่ายได้ ***กรณีที่น่าสนใจของ DePIN “DePIN” จะใช้โทเคนเป็นแรงจูงใจในการเข้ามามีส่วนร่วมของผู้ใช้ เช่น ในกรณีของโปรเจกต์ “Helium” ที่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานทั่วไปมีส่วนร่วมจากการให้ผู้ใช้สามารถติดตั้งอุปกรณ์กระจายสัญญาณไร้สาย หรือที่เรียกว่าฮอตสปอต ในพื้นที่ของตนเอง และเมื่ออุปกรณ์นี้ให้บริการเครือข่ายแก่ผู้อื่น ผู้ติดตั้งจะได้รับรางวัลเป็นเหรียญ HNT นอกเหนือจาก HNT ก็ยังมีโปรเจกต์ “Filecoin” ที่ให้รางวัลเป็นเหรียญ FIL แก่ผู้ที่แบ่งปันพื้นที่เก็บข้อมูลของตน โดยจากการแจกเหรียญเป็นรางวัลแก้ผู้ใช้งาน ไม่เพียงแต่สร้างแรงจูงใจให้เกิดการใช้งานเท่านั้น แต่ยังช่วยกระจายการควบคุมและความเป็นเจ้าของไปยังผู้ใช้งานจริง ทำให้เกิดเครือข่ายที่มีความยืดหยุ่น ต้นทุนต่ำ และมีความโปร่งใสมากกว่าระบบแบบรวมศูนย์แบบเดิมอีกด้วย ***อนาคตของ DePIN ทั้งนี้ มุมมองของผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมอย่าง Carlos Lei Santos ซีอีโอของ Uplink เชื่อว่าบริษัทมูลค่า 1 ล้านล้านดอลลาร์รายต่อไปจะมาจากอุตสาหกรรม DePIN! โดยเฉพาะในด้านการเชื่อมต่อแบบไร้สาย เขามองว่าบริษัทดังกล่าวจะทำหน้าที่เป็น “ผู้ประสานงานแบบกระจายศูนย์” ที่เชื่อมต่อโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ เข้าด้วยกัน เปรียบเสมือน Amazon Web Services (AWS) ที่ทำให้การใช้งานคลาวด์กลายเป็นเรื่องง่าย และเข้าถึงได้สำหรับธุรกิจทุกขนาด Franklin Templeton บริษัทจัดการสินทรัพย์ระดับโลก ก็ให้ความสนใจกับ DePIN เช่นกัน โดยมองว่า DePIN มีศักยภาพในการปฏิวัติอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น การประมวลผล พลังงาน และโทรคมนาคม บริษัทจัดการสินทรัพย์ระดับโลกยกตัวอย่างความสำเร็จของ Helium ที่สามารถพัฒนาเครือข่ายไร้สายแบบกระจายศูนย์ที่ใหญ่ที่สุด ซึ่งมีผู้สมัครใช้บริการเกือบ 93,000 ราย Hatu Sheikh ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาดของ DAO Maker มองว่า DePIN และ AI จะเป็น "คู่หูที่ทรงพลัง" ในปี 2024 โดย Sheikh เชื่อว่า DePIN เป็นโซลูชันที่จะแก้ไขข้อบกพร่องของการประมวลผลแบบรวมศูนย์ รวมถึงมองว่าพลังการประมวลผลที่เพิ่มขึ้นจาก DePIN จะช่วยรองรับ AI ที่ต้องการกำลังประมวลผลสูง ซึ่งจะนำไปสู่การปฏิวัติในหลากหลายอุตสาหกรรม เช่นอุตสาหกรรมทางด้านการสาธารณสุข,การเงิน และการผลิต ***ความท้าทายของ DePIN อย่างไรก็ตาม แม้ DePIN อาจจะแนวโน้มการเติบโต และศักยภาพที่สูง แต่ก็ยังเผชิญกับความท้าทายและข้อจำกัดทั้งจากการควบคุมคุณภาพและความน่าเชื่อถือของบริการที่ให้ รวมถึงยังมีความซับซ้อนในการใช้งาน อีกทั้งยังมีข้อกังวลในกฎระเบียบและกฎหมายในแต่ละประเทศ เนื่องจาก DePIN มักเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมที่มีการควบคุมอย่างเข้มงวด เช่น โทรคมนาคม หรือพลังงาน นอกจากนี้ ยังมีปัญหาด้านการขยายขนาด (Scalability) และความสามารถในการทำงานร่วมกัน ระหว่างเครือข่าย DePIN ต่างๆ อีกด้วย ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการแก้ไข แต่อาจต้องใช้เวลาในการพัฒนาไปอีกระยะหนึ่ง แต่ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ DePIN สามารถนำไปใช้งานได้อย่างแพร่หลาย โดยสรุป แม้ว่าในทางทฤษฎีแล้ว DePIN อาจจะเข้ามาช่วยแก้ปัญหามากมายในโลกจริงที่ปัจจุบันมักมีความรวมศูนย์อย่างมาก แต่การนำมาใช้จริงยังต้องเผชิญกับความท้าทายอีกหลายประการ ทั้งด้าน กฎระเบียบ และการยอมรับจากผู้ใช้งาน ดังนั้นทำให้ต้องติดตามกันต่อไปว่า DePIN จะสร้างผลกระทบในโลกจริงได้มากน้อยเพียงใด อ้างอิง : theblock cointelegraph cointelegraph beincrypto coingecko efinancethai |