Light Mode

Dark Mode

Logo Efinancethai While Logo Efinancethai While
ค้นหาข่าว และความรู้ด้านการเงิน การลงทุนต่างๆ ที่คุณสนใจ
ค้นหาสิ่งที่คุณต้องการ
  • Light Mode

    Dark Mode

    Swift Mode คือ?
    โหมดที่ช่วยปรับเปลี่ยนการแสดงผลของธีมระหว่าง Dark Mode และ Light Mode
    • efin StockPickUp
    • efin StockPickUp Pro NEW
    • TRADEMAN NEW
    • efin Trade Plus
    • efin Mobile
    • ข่าวหุ้นล่าสุด
    • กองทุน
    • ทองคำ
    • ข่าวต่างประเทศ
    • mai Update
    • Market Focus
    • ข่าวเด็ด บจ.
    • หุ้นเด่นวันนี้
    • ประเด็นร้อน
    • บทบรรณาธิการ
    • Exclusive Company Visit
    • ESG Story
    • Recommended for You
    • Opinion
    • IPO Corner
    • efin Review
    • THE VISiON/Executive Talk
    • Stock Insight
    • Fundamental Recap
    • Broker Research
    • หน้าหลักคริปโต NEW
    • ข่าว
    • ข่าวคริปโตล่าสุด
    • ข่าวคริปโตยอดนิยม
    • Bitcoin Focus
    • Regulator
    • Market
    • DA Business
    • RWA
    • ETF
    • Press Releases
    • บทความ
    • Research
    • Fintech
    • Crypto Verse
    • Media อื่น ๆ
    • Crypto Weshare
    • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR "ชลบุรี" 2026NEW
    • ESG 2026NEW
    • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR “เชียงใหม่” 2026NEW
    • efin x wow festival 2025
    • Better Trade
    • ESG
    • เลือกกองทุนรวยด้วย efin
    • ติว(อินเวส)เตอร์
    • efinanceThai Connect NEW
    • efin Let’s Profit Run NEW
    • Help Online
    • Team Viewer
    • คู่มือ
    • มุมความรู้
    • ติดต่อโฆษณา
    • ฝากข่าว PR

Light Mode

Dark Mode

Logo Efinancethai While Logo Efinancethai While
ค้นหาข่าว และความรู้ด้านการเงิน การลงทุนต่างๆ ที่คุณสนใจ
ค้นหาสิ่งที่คุณต้องการ
  • Light Mode

    Dark Mode

    • efin StockPickUp
    • efin StockPickUp Pro NEW
    • TRADEMAN NEW
    • efin Trade Plus
    • efin Mobile
    • ข่าวหุ้นล่าสุด
    • กองทุน
    • ทองคำ
    • ข่าวต่างประเทศ
    • mai Update
    • Market Focus
    • ข่าวเด็ด บจ.
    • หุ้นเด่นวันนี้
    • ประเด็นร้อน
    • บทบรรณาธิการ
    • Exclusive Company Visit
    • ESG Story
    • Recommended for You
    • Opinion
    • IPO Corner
    • efin Review
    • THE VISiON/Executive Talk
    • Stock Insight
    • Fundamental Recap
    • Broker Research
    • หน้าหลักคริปโต NEW
    • ข่าว
    • ข่าวคริปโตล่าสุด
    • ข่าวคริปโตยอดนิยม
    • Bitcoin Focus
    • Regulator
    • Market
    • DA Business
    • RWA
    • ETF
    • Press Releases
    • บทความ
    • Research
    • Fintech
    • Crypto Verse
    • Media อื่น ๆ
    • Crypto Weshare
    • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR "ชลบุรี" 2026NEW
    • ESG 2026NEW
    • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR “เชียงใหม่” 2026NEW
    • efin x wow festival 2025
    • Better Trade
    • ESG
    • เลือกกองทุนรวยด้วย efin
    • ติว(อินเวส)เตอร์
    • efinanceThai Connect NEW
    • efin Let’s Profit Run NEW
    • Help Online
    • Team Viewer
    • คู่มือ
    • มุมความรู้
    • ติดต่อโฆษณา
    • ฝากข่าว PR
ลงชื่อเข้าใช้งาน

เลือกวิธีการเข้าใช้งานที่ต้องการ

ยังไม่มีบัญชีใช่ไหม ?

ลงชื่อเข้าใช้
ด้วยเบอร์โทรศัพท์มือถือหรืออีเมล

ยังไม่มีบัญชีใช่ไหม ?

สร้างบัญชี

เลือกวิธีการสมัครสมาชิกที่คุณต้องการ

มีบัญชีอยู่แล้วใช่ไหม ?

สร้างบัญชี
ด้วยเบอร์โทรศัพท์มือถือ

มีบัญชีอยู่แล้วใช่ไหม ?

เมื่อกดสร้างบัญชี ถือว่าคุณได้ยอมรับ ข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้งาน และ รับทราบ ประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว ของ efinancethai
ยืนยันด้วย OTP

Ref:

ยังไม่ได้รับรหัส OTP ใช่ไหม ?
กด ได้ใน นาที

สร้างบัญชี
อีเมลนี้เคยเข้าใช้งานแล้ว สามารถ ได้ทันที
  • ความยาว 8 - 20 ตัว
  • ตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ (A-Z) และเล็ก (a-z)
  • ตัวเลข (0-9)
สร้างบัญชีของคุณสำเร็จ

เราได้ดำเนินการสร้างบัญชีของคุณ
เรียบร้อยแล้ว

ลืมรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมล

ยืนยันด้วย OTP

Ref:

ยังไม่ได้รับรหัส OTP ใช่ไหม ?
กด ได้ใน

สร้างรหัสผ่าน
  • ความยาว 8 - 20 ตัว
  • ตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ (A-Z) และเล็ก (a-z)
  • ตัวเลข (0-9)
ตั้งรหัสผ่านใหม่เสร็จสิ้น

เราได้ดำเนินการตั้งรหัสผ่านใหม่ของคุณ
เรียบร้อยแล้ว

สร้างบัญชีของคุณสำเร็จ

เราได้ดำเนินการสร้างบัญชีของคุณ
เรียบร้อยแล้ว

ข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้งาน
ประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว
ตั้งค่ารหัสผ่าน

โปรดเปลี่ยนรหัสผ่านใหม่เพื่อความปลอดภัยของท่าน

  • ความยาว 8 - 20 ตัว
  • ตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ (A-Z) และเล็ก (a-z)
  • ตัวเลข (0-9)
เปลี่ยนรหัสผ่าน
`
  1. หน้าหลัก
  2. ข่าวหุ้นล่าสุด
  3. รายละเอียด ข่าวหุ้นล่าสุด
ข่าวหุ้นล่าสุด
24 ก.ย. 2024 เวลา 15:16

กรุงไทย คาดรายได้โรงพยาบาลเอกชนปีนี้โต 8-12% รับ Medical Tourism ฟื้น หนุน BH-BDMS

กรุงไทย คาดรายได้โรงพยาบาลเอกชนปีนี้โต 8-12% รับ Medical Tourism ฟื้น หนุน BH-BDMS

Share

twitter icon
line icon
 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -24 ก.ย. 67 15:16 น.

 

กรุงไทย คาดรายได้ของธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนปีนี้จะโต 8-12% ส่วนปีหน้าคาดโต 6-10% มองพื้นฐานยังแกร่ง แถมมีการแพทย์สมัยใหม่ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่ม และการฟื้นตัวเต็มที่ของ Medical Tourism หนุนหุ้นโรงพยาบาลอย่าง BH -BDMS เต็มๆ พร้อมจับตาปัจจัยเสี่ยงทั้งการแข่งขัน - ต้นทุนสูง เทคโนโลยีที่โตก้าวกระโดด

 

Krungthai COMPASS เปิดเผยว่า “ธุรกิจโรงพยาบาลเอกชน” เป็นธุรกิจที่มีศักยภาพในการเติบโต เพราะเกี่ยวเนื่องกับการดูแลสุขภาพ และการรักษาชีวิตผู้คน อีกทั้งยังเป็นธุรกิจที่มีมูลค่าสูง ซึ่งนอกจากจะสะท้อนจากตัวเลขรายได้ของธุรกิจ ที่มีมูลค่ารวมไม่ต่ำกว่าสองแสนล้านบาทแล้ว ยังมีเครื่องชี้สำคัญ คือ สัดส่วนค่าใช้จ่ายด้านการดูแลสุขภาพโดยภาคเอกชน (Private Health Expenditure) มากกว่า 50% เกิดขึ้นในโรงพยาบาล

 

ทั้งนี้ แม้ผลบวกจากโควิดจะทยอยหมดลง แต่ค่าใช้จ่ายด้านการดูแลสุขภาพโดยภาคเอกชนในปี 2566 ยังมีมูลค่าสูงถึง 5.86 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.2%YoY ขณะที่ในช่วงครึ่งแรกของปี 2567 ค่าใช้จ่ายด้านการดูแลสุขภาพโดยภาคเอกชนมีมูลค่ากว่า 3.05 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.2%YoY และจากการแพร่ระบาดของโควิดที่ผ่านมาเป็นเครื่องพิสูจน์แล้วว่าธุรกิจนี้เป็นธุรกิจที่ฟื้นตัวได้เร็วหลังเผชิญภาวะวิกฤติที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจอย่างรุนแรง และยังมีศักยภาพที่จะเติบโตในอนาคต ทั้งในด้านมูลค่าและการลงทุน

 

อย่างไรก็ดี แม้ว่าธุรกิจจะมีแนวโน้มเติบโต แต่ก็ยังมีปัจจัยท้าทายอีกหลายประการ ทั้งจากปัญหาด้านกำลังซื้อในประเทศ ปัญหาด้านภูมิรัฐศาสตร์ รวมถึงการฟื้นตัวของคนไข้ต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ ที่อาจจะต้องเผชิญการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจากการที่ช่วงชิงการเป็นผู้นำด้าน Medical Hub ของหลายประเทศ ขณะที่ต้นทุนการดำเนินงานที่สูง ทั้งจากอัตราดอกเบี้ย ค่าไฟฟ้า รวมไปถึงต้นทุนในการปรับปรุงทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน และการดำเนินงาน ให้เป็นไปตามหลัก ESG ซึ่งอาจกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรของธุรกิจ

 


ในปี 2567 คาดว่า ธุรกิจจะขยายตัวในอัตราที่ชะลอลงจากปี 2564-2565 ในกรอบ 8-12%YoY และมีโอกาสขยายตัวต่อเนื่องในกรอบ 6-10%YoY ในปี 2568 โดยธุรกิจยังมีปัจจัยสนับสนุนที่แข็งแกร่งตามโครงสร้างพื้นฐานเดิมที่ยังส่งผลอยู่ คือ ความต้องการการรักษาพยาบาลที่เพิ่มขึ้นตามจำนวนคนไข้และอัตราการเจ็บป่วยที่สูงขึ้น ทั้งจากวิถีการดำเนินชีวิตที่เสี่ยงต่อการเกิดโรค สังคมผู้สูงอายุ และความซับซ้อนของโรคที่มีมากขึ้น ขณะที่การพัฒนาด้านการแพทย์สมัยใหม่ ทำให้เกิดการรักษาที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งตามมาด้วยค่ารักษาพยาบาลที่ค่อนข้างสูง หรือที่เรียกว่า “การแพทย์มูลค่าสูง” อาทิ การแพทย์แม่นยำ ซึ่งจะส่งผลดีต่อรายได้ของธุรกิจโรงพยาบาลเอกชน นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยสนับสนุนเพิ่มเติมจากการฟื้นตัวเต็มที่ของกลุ่ม Medical Tourism

 

โดย Krungthai COMPASS ประเมินว่าในปี 2567-2568 จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะเพิ่มขึ้นเป็น 36.5 และ 40.0 ล้านคน ตามลำดับ โดยกลุ่มลูกค้าที่เป็นคนไข้ชาวต่างชาติ จากอาเซียน จีน รัสเซีย ญี่ปุ่น และตะวันออกกลาง จะยังคงกลับมาใช้บริการโรงพยาบาลเอกชนในไทย เนื่องจากเชื่อมั่นในคุณภาพการรักษา ค่ารักษาพยาบาลและค่าครองชีพไม่สูงมากเมื่อเทียบกับคู่แข่งที่อยู่ในภูมิภาคเดียวกัน อีกทั้งมีมาตรฐานและบริการที่ดี และประเทศไทยมีโรงพยาบาลที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน JCI มากถึง 50 แห่ง ซึ่งจะส่งผลดีต่อรายได้ของกลุ่มโรงพยาบาลเอกชนที่มีสัดส่วนคนไข้ต่างชาติสูงอย่างโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ (BH) สมิติเวช (SVH) และกลุ่มกรุงเทพดุสิตเวชการ (BDMS)

 


***รายได้ของธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนกลับขยายตัวอีกครั้งหลังปรับฐานในปี 2566

 

ในช่วงครึ่งปีแรก 2567 ภาพรวมรายได้รวมของธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ กลับมาขยายตัวอีกครั้ง ที่ 7.2%YoY หลังทยอยปรับฐานในปี 2566 เนื่องจากอานิสงส์จากการรับรักษาโควิดทยอยหมดลงอย่างมีนัยสำคัญ จนทำให้รายได้รวมของกลุ่มโรงพยาบาลที่เน้นรักษาคนไข้ชาวไทยหดตัวเกือบทุกแห่ง และทำให้ภาพรวมรายได้ของกลุ่มนี้หดตัวราว 14.1%YoY ขณะที่รายได้รวมของกลุ่มโรงพยาบาลที่เน้นรักษาคนไข้ต่างชาติยังเติบโตต่อเนื่อง ส่งผลให้ภาพรวมรายได้รวมของธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนในปี 2566 หดตัวเล็กน้อยเพียง 0.6%



*** รายได้จากคนไข้ต่างชาติทยอยฟื้นตัว อีกแรงหนุนรายได้ของธุรกิจ

 

หลังสถานการณ์โควิดซาลง การดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ทำให้การจ้างงานฟื้นตัวต่อเนื่อง ขณะที่การเดินทางระหว่างประเทศไม่มีข้อจำกัดอีกต่อไป ส่งผลให้คนไข้ต่างชาติสามารถเดินทางเข้ามารับบริการทางการแพทย์ได้สะดวกขึ้น โดยคนไข้ต่างชาติที่เข้ามารับบริการฯ ในไทย แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ คนไข้ต่างชาติที่ทำงานในไทย (EXPAT) และคนไข้ที่เดินทางจากต่างประเทศเข้ามารับการรักษา (Fly-in) หรือกลุ่ม Medical Tourism ซึ่งทั้งสองกลุ่มมีสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน โดยกลุ่ม Medical Tourism มีกลุ่มคนไข้หลัก คือ ชาวจีน ตะวันออกกลาง ยุโรป และอาเซียน ที่ยังคงต้องการรักษาพยาบาลในไทย ขณะที่กลุ่ม EXPAT จะเป็นชาวต่างชาติที่กลับเข้ามาทำงานในไทยหลังโควิดคลี่คลาย และกิจกรรมทางเศรษฐกิจภายในประเทศเข้าสู่ภาวะปกติ และมีโอกาสเติบโต โดยเฉพาะในพื้นที่เศรษฐกิจอย่างสมุทรปราการ สมุทรสาคร ชลบุรี และระยอง

 

ซึ่งข้อมูลจากกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่า ในปี 2566 นักท่องเที่ยวเดินทางเพื่อรับการรักษาสุขภาพ/รักษาโรค และทำธุรกิจ มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปี 2562 โดยเฉพาะการเดินทางเข้ามาทำธุรกิจที่มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นจาก 1.9% ในปี 2562 เป็น 4.2% ในปี 2566 ซึ่งการเพิ่มขึ้นของจำนวนชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาเพื่อทำธุรกิจจะส่งผลให้คนไข้ต่างชาติกลุ่ม EXPAT เพิ่มขึ้น

 

*** กลุ่ม Medical Tourism ยังเป็นเป้าหมายสำคัญของโรงพยาบาลเอกชน


การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ หรือนักท่องเที่ยวกลุ่ม Medical Tourism เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อหัวสูงกว่าการท่องเที่ยวรูปแบบอื่นๆ อีกทั้งยังต่อยอดและเชื่อมโยงไปยังหลายธุรกิจที่เกี่ยวข้องได้อีกมาก โดยเฉพาะโรงพยาบาลเอกชนที่เป็นหัวใจหลักของการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ และหลังสถานการณ์โควิดทุเลาลง จะเห็นว่าเป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มแรกๆ ที่ส่งสัญญาณฟื้นตัวชัดเจน

 

ทั้งนี้ ข้อมูลจากกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่า ในปี 2566 นักท่องเที่ยวกลุ่ม Medical & Wellness เป็นกลุ่มที่มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยสูงสุด ที่ 99,770 บาทต่อคน เพิ่มขึ้นเกือบหนึ่งเท่าตัว เมื่อเทียบกับปี 2562 นอกจากนี้ ข้อมูลจากกลุ่มกรุงเทพดุสิตเวชการ (BDMS) และโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ (BH) ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีสัดส่วนรายได้จากคนไข้ต่างชาติสูงสุดเป็นสองอันดับแรก พบว่า สัดส่วนรายได้จากคนไข้ต่างชาติของ BDMS และ BH ในช่วงครึ่งแรกของปี 2567 ปรับตัวสูงขึ้นจาก 18-21% และ 46-52% ในช่วงปี 2563-2564 มาอยู่ที่ 29% และ 66% ตามลำดับ

 

ทั้งนี้ Krungthai COMPASS ประเมินว่า ในระยะ 1-2 ปีนี้ รายได้จากคนไข้ต่างชาติของโรงพยาบาลเอกชน โดยเฉพาะกลุ่ม Medical Tourism ยังมีโอกาสขยายตัวต่อเนื่อง โดยได้รับอานิสงส์จากกลุ่มลูกค้าชาวอาเซียน จีน รัสเซีย และตะวันออกกลาง ที่จะยังคงกลับมาใช้บริการโรงพยาบาลเอกชนในไทย เนื่องจากเชื่อมั่นในคุณภาพการรักษา ค่ารักษาพยาบาลและค่าครองชีพไม่สูงมากเมื่อเทียบกับคู่แข่งที่อยู่ในภูมิภาคเดียวกัน อีกทั้งมีมาตรฐานและบริการที่ดี พร้อมทั้งประเทศไทยมีโรงพยาบาลที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน JCI มากถึง 50 แห่ง และมีโอกาสเติบโตต่อเนื่องในระยะ 5-10 ข้างหน้า ตามอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ที่เติบโตทั่วโลก รวมทั้งของไทยด้วย โดยบริษัทวิจัยด้านการตลาด Future Market Insights คาดการณ์ว่า อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ของไทยจะมีมูลค่ากว่า 6.6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 2.2 ล้านล้านบาท ในปี 2577 เติบโตเฉลี่ยปีละ 15.7% (CAGR ปี 2567-2577)

 


ทั้งนี้ จากผลการสำรวจ Medical Tourism Patient Survey Report 2024 ของ Medical Tourism Association และ International Healthcare Research Center ที่ได้ทำการสำรวจเพื่อรวบรวมข้อมูลเชิงลึกที่สำคัญว่า อะไร? คือเหตุผลสำคัญ และแรงจูงใจ รวมไปถึงข้อกังวลของนักท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ในยุคหลังโควิด ซึ่งผลการสำรวจ พบว่า นักท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ประมาณ 97% มองว่า 'ความไว้วางใจ' เป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจไปรับการรักษาพยาบาลในต่างประเทศ โดยนักท่องเที่ยวเชิงการแพทย์กว่า 78% ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับประเด็นนี้ สะท้อนให้เห็นว่า การสร้างความไว้วางใจแก่ผู้ป่วย เป็นหนึ่งในคุณลักษณะที่สำคัญ ที่จะนำมาซึ่งความประทับใจ การพูดถึง และบอกต่อ หรือที่เรียกว่า กลยุทธ์การตลาดแบบปากต่อปาก ซึ่งการสร้างความไว้วางใจนอกจากจะสร้างความเชื่อมั่นในด้านคุณภาพ และมาตรฐานการรักษาที่ดีผ่านรางวัลรับรองในระดับสากลต่างๆ แล้ว การให้ข้อมูลแก่ผู้ป่วย ตั้งแต่ก่อนเข้ารับการรักษาจนถึงการดูแลหลังการรักษาที่รวดเร็ว และครบถ้วน ผ่านช่องทางการติดต่อที่สะดวก เป็นอีกหนึ่งกระบวนการที่ผู้ให้บริการต้องให้ความสำคัญ

 

ขณะที่นักท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ประมาณ 63% ยอมรับว่า การรับรองมาตรฐานในระดับสากลของสถานพยาบาลมีอิทธิพลโดยตรงต่อการตัดสินใจในการเลือกใช้บริการ และแม้ว่าการตัดสินใจด้านการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์จะถูกขับเคลื่อนโดยการผสมผสานระหว่างคุณภาพ ความไว้วางใจ ต้นทุน และประสบการณ์โดยรวมของผู้ป่วยแล้ว แต่ปัจจัยด้านอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทาง ตัวเลือกการชำระเงิน ไปจนถึงการดูแลหลังการรักษา ก็มีบทบาทสำคัญที่นักท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ให้ความสำคัญ โดย 54% มีความกังวลเกี่ยวกับการติดตามผลหลังการรักษา รวมไปถึงการใช้อุปกรณ์ Medical wearables และขั้นตอนการสื่อสารที่ดีและมีประสิทธิภาพ ขณะที่ 52% มีความกังวลเกี่ยวกับการเดินทางไปรักษาพยาบาลที่ต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นความปลอดภัย ระยะทาง และมาตรฐานทางการแพทย์ของประเทศปลายทาง นอกจากนี้ 58% มีความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัย และความสะดวกในการชำระเงินระหว่างประเทศ ทั้งนี้ หากโรงพยาบาลเอกชนของไทยสามารถตอบสนองความต้องการ และปิด Gap ต่างๆ เหล่านี้ได้ครบถ้วน ก็จะทำให้การบริการทางการแพทย์ของไทยก้าวสู่การเป็น World Class Medical Service Hub ได้ไม่ยากนัก



*** คนไทยทำประกันสุขภาพพุ่ง

 

ลูกค้ากลุ่มประกันสุขภาพเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพ และเป็นเป้าหมายสำคัญที่จะช่วยหนุนรายได้ของธุรกิจโรงพยาบาลเอกชน ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจไทยที่ยังเปราะบาง และแรงกดดันจากปัญหาเงินเฟ้อและค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้น

 

ปัจจุบันประชาชนตื่นตัวในเรื่องของการดูแลสุขภาพ การป้องกัน และการรักษาโรค รวมถึงภาระค่ารักษาพยาบาลที่เพิ่มสูงขึ้นส่งผลให้คนตระหนักถึงความสำคัญของการซื้อประกันสุขภาพเพื่อลดความเสี่ยงจากการแบกรับภาระค่ารักษาพยาบาลที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต รวมทั้งต้องการความสะดวกสบายจากการใช้บริการในโรงพยาบาลเอกชน สอดคล้องกับผลสำรวจสวัสดิการและสิทธิสุขภาพคนไทยปี 2566 ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ที่ระบุว่า การทำประกันสุขภาพกับบริษัทประกันมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นจาก 5.6% ในปี 2556 เป็น 6.4% ในปี 2566

 

ในช่วงครึ่งปีแรก 2567 เบี้ยประกันสุขภาพรวม มีมูลค่า 67,593 ล้านบาท ขยายตัว 8.8%YoY และหากอีกกลุ่มเป้าหมายสำคัญของธุรกิจเทียบกับครึ่งปีแรก 2562 (ก่อนเกิดวิกฤติโควิด) พบว่า เพิ่มขึ้นถึง 50.3% หรือมากกว่าครึ่งปีแรก 2562 ถึง 1.5 เท่า โดยคิดเป็นอัตราเติบโตเฉลี่ยละ 8.5% (CAGR ปี H1/2562-H1/2567) ขณะที่ค่าสินไหมทดแทนต่อเบี้ยประกันที่ถือเป็นรายได้ (Loss Ratio) ของประกันสุขภาพ มีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยพบว่า Loss Ratio ในช่วงครึ่งปีแรก 2567 เพิ่มขึ้นจาก 59.9% ในช่วงครึ่งปีแรก 2562 เป็น 65.9%

 

อย่างไรก็ดี Krungthai COMPASS มองว่า การขยายตัวของประกันสุขภาพยังมี room to grow เนื่องจากแม้ว่าเบี้ยประกันสุขภาพรวมต่อจำนวนประชากรต่อรายจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่ยังอยู่ในระดับที่ค่อนข้างต่ำ โดยในครึ่งปีแรก 2567 มีค่าประมาณ 2,066 บาท เท่านั้น และจากข้อมูลของโรงพยาบาลในกลุ่ม BDMS ซึ่งมี Market Share มากที่สุด พบว่า ในช่วงครึ่งปีแรก 2567 โรงพยาบาลมีรายได้จากลูกค้ากลุ่มประกันสุขภาพเพิ่มขึ้น 12%YoY และเมื่อเทียบสัดส่วนรายได้กับปี 2562 พบว่า ลูกค้ากลุ่มประกันสุขภาพมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นจาก 31% เป็น 37% สะท้อนให้เห็นว่า กลุ่มลูกค้าประกันสุขภาพมีศักยภาพที่จะเข้ามาช่วยหนุนและชดเชยรายได้ของโรงพยาบาลเอกชน ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่เปราะบาง ขณะที่รายได้จากการรับรักษาโควิดหมดลง

 

*** 3 ปัจจัยท้าทายของธุรกิจ

 

โดยปัจจัยที่ท้าทายธุรกิจ ในระยะ 1-2 ปีข้างหน้า ได้แก่

 

1) การแข่งขันสูง จากผู้ประกอบการในประเทศทั้งรายเดิมและรายใหม่ และการแข่งขันจากการช่วงชิงการเป็น Medical Hub ของประเทศในภูมิภาค

 

2) ต้นทุนที่ยังยืนสูง ธุรกิจต้องเผชิญกับการบริหารจัดการภายใต้ภาวะต้นทุนที่ยังยืนสูง ไม่ว่าจะเป็นค่าไฟฟ้า หรือต้นทุนทางการเงินที่ยังอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับในอดีต ที่อาจกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรของธุรกิจ

 

3) เทคโนโลยีและเทรนด์การแพทย์สมัยใหม่ที่พัฒนาอย่างก้าวกระโดด การปรับตัวให้ทันการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะานเทคโนโลยีและเทรนด์การแพทย์สมัยใหม่ เพื่อยกระดับศักยภาพการแข่งขัน ถือเป็นอีกหนึ่งโจทย์ท้าทายสำหรับธุรกิจโรงพยาบาลเอกชน

 

*** 3 ประเด็นที่ต้องติดตาม

 

1.การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะจีน

 

การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะจีนที่เป็นอีกหนึ่งกลุ่ม Medical Tourism ที่สำคัญ ซึ่งข้อมูลจากผลสำรวจโรงพยาบาลเอกชนของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ระบุว่า ก่อนเกิดโควิด จีน ติด 1 ใน 3 อันดับแรก ของผู้ป่วยชาวต่างชาติที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลและสถานพยาบาลเอกชนของไทย โดยมีสัดส่วนประมาณ 14-16% ของจำนวนผู้ป่วยต่างชาติรวม ซึ่งแม้ว่าการแพร่ระบาดของโควิดจะคลี่คลายลง แต่คาดว่าผู้ป่วยชาวจีนอาจจะยังไม่กลับเข้าสู่ระดับก่อนโควิดได้ใน 1-2 ปีนี้ เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจในประเทศจีนที่ขยายตัวต่ำ ส่งผลให้ชาวจีนระมัดระวังเรื่องการใช้จ่ายมากขึ้น กอปรกับต้นทุนในการเดินทางมายังต่างประเทศที่เพิ่มสูงขึ้น สอดคล้องกับแนวโน้มการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวจีนที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ในระยะ 1-2 ปี ข้างหน้านี้เช่นกัน นอกจากนี้ รัฐบาลจีนยังได้ขยายประกันสุขภาพครอบคลุมค่าทำ IVF และรักษาภาวะมีบุตรยากสำหรับการรักษาในโรงพยาบาลในประเทศ จึงเป็นประเด็นที่น่าติดตามว่าจะกระทบกับกลุ่มลูกค้า IVF ชาวจีนมากน้อยเพียงใด?

 

2. สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศหรือปัญหาด้านภูมิรัฐศาสตร์

 

ปัญหาความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง โดยเฉพาะปัญหาสงครามระหว่างอิสราเอล-อิหร่าน ซึ่งแม้ว่าปัจจุบันจะยังไม่ส่งผลกระทบกับภาคการท่องเที่ยวไทยมากนัก แต่ก็ถือเป็นประเด็นที่ยังต้องจับตา เนื่องจากหากปัญหาความขัดแย้งทวีความรุนแรงขึ้น ก็อาจส่งผลกระทบให้คนไข้กลุ่มตะวันออกกลางเดินทางมาไทยลดลง

 

3. นโยบายดึงดูดนักท่องเที่ยว และการลงทุนจากต่างชาติของรัฐบาล

 

จากกรณีการเปลี่ยนผ่านรัฐบาลล่าสุด เป็นประเด็นที่ต้องจับตาถึงความต่อเนื่องในการผลักดันนโยบาย Medical Hub ให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น รวมไปถึงการผลักดันนโยบายดึงดูดนักท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ และการลงทุนจากต่างชาติ ที่จะมีส่วนส่งเสริมให้จำนวนคนไข้ต่างชาติเพิ่มขึ้นในทั้งส่วนของกลุ่ม Medical Tourism และคนไข้กลุ่ม EXPAT

 

 

 

 

 

เรียบเรียง
สุรเมธี มณีสุโข
อีเมล : suramatee@efnancethai.com
อนุมัติ
อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ธุรกิจโรงพยาบาลหุ้นโรงพยาบาล

Share

twitter icon
line icon
ดูทั้งหมด
efinanceThai efinanceThai

เราจะไม่เพียงแต่นั่งรอโอกาส แต่เรามุ่งมั่นจะสร้างโอกาสที่ทำให้เรา
สังคมของเรา และทุกคนที่เราเกี่ยวข้องด้วยดีขึ้น

ติดต่อโฆษณา

คุณสุภารัตน์ งามศรี (หนึ่ง)

โทร : 099-446-4366

Email : suparat@efinancethai.com

คุณเบญญาภา บุญรัตน์ (ลัคกี้)

โทร : 061-072-6233

Email : Benyapha@efinancethai.com

Follow us

line icon
tiktok icon
youtube icon
  • Online Asset
  • ภาพรวมบริษัท
  • ข่าวสารกิจกรรม
  • ร่วมงานกับเรา
  • ติดต่อบริษัท
  • efin StockPickUp
  • efin StockPickUp Pro
  • TRADEMAN
  • efin Trade Plus
  • ESG 2026
  • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR “เชียงใหม่” 2026
  • efin x wow festival 2025
  • Better Trade
  • ESG
  • เลือกกองทุนรวยด้วย efin
  • ติว(อินเวส)เตอร์
  • efinanceThai Connect
  • efin Let’s Profit Run
  • Our Service
  • IR Plus Member
  • Contact Us
  • Help Online
  • Team Viewer
  • คู่มือ
  • Tel: 02-023-8800
  • customerservice@efinanceThai.com
  • ติดต่อโฆษณา
  • ฝากข่าว PR
ข้อมูลบริษัท
  • Online Asset
  • ภาพรวมบริษัท
  • ข่าวสารกิจกรรม
  • ร่วมงานกับเรา
  • ติดต่อบริษัท
โปรแกรม
  • efin StockPickUp
  • efin StockPickUp Pro
  • TRADEMAN
  • efin Trade Plus
อีเว้นท์
  • ESG 2026
  • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR “เชียงใหม่” 2026
  • efin x wow festival 2025
  • Better Trade
  • ESG
  • เลือกกองทุนรวยด้วย efin
  • ติว(อินเวส)เตอร์
คอนเนค
  • efinanceThai Connect
  • efin Let’s Profit Run
IR Plus
  • Our Service
  • IR Plus Member
  • Contact Us
ช่วยเหลือ
  • Help Online
  • Team Viewer
  • คู่มือ
Customer Support
  • Tel: 02-023-8800
  • customerservice@efinancethai.com
ติดต่อโฆษณา
  • ติดต่อโฆษณา
  • ฝากข่าว PR

Copyrights © 2025 by efinanceThai.com All Rights Reserved.   LastestNews Detail

ข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้งานเว็บไซต์ | ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล | นโยบายการใช้คุกกี้ | เงื่อนไขการใช้ข้อมูลของผู้ให้บริการรายอื่น
Logo Cookie
นโยบายการใช้คุกกี้

เราใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์ที่ดี และพัฒนาคุณภาพการให้บริการเว็บไซต์ที่ ตรงกับความต้องการของคุณมากยิ่งขึ้น คุณสามารถทราบรายละเอียดเกี่ยวกับคุกกี้ได้ที่ นโยบายการใช้คุกกี้

efin.finance efinAI - สรุป Insights ข่าวหุ้นให้ทันที