อินโดนีเซีย เผยมูลค่าการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ไตรมาส 2 หดลง 6.95% เมื่อเทียบรายปี มาอยู่ที่ 202.2 ล้านล้านรูเปียห์ (12,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ทำสถิติลดลงมากที่สุดในรอบห้าปี จากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ นายโรซาน โรสลานี (Rosan Roeslani) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการลงทุนของอินโดนีเซีย กล่าวว่า ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ได้ฉุดรั้งความสนใจในการเข้ามาลงทุนในประเทศ ขณะที่ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์กำลังเพิ่มขึ้น และยังมีนโยบายหลายอย่างที่ขัดขวางการลงทุน รวมไปถึงการที่สหรัฐฯ กำลังถอนการลงทุนออกจากประเทศ" พร้อมย้ำถึงความสำคัญในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เพื่อดึงดูดนักลงทุนต่างชาติให้เข้ามาในอินโดนีเซียมากขึ้น ยอด FDI ล่าสุดยังเป็นการลดลงมากที่สุด นับตั้งแต่ที่ลดลง 9.2% ในไตรมาสแรกของปี 2020 โดยข้อมูลนี้ไม่รวมการลงทุนในภาคการเงินและพลังงาน ซึ่งหากรวมแหล่งลงทุนภายในประเทศ อินโดนีเซียจะมีการลงทุนโดยตรงรวม 477.7 ล้านล้านรูเปียห์ในไตรมาสที่ 2 
อุตสาหกรรมที่ได้รับประโยชน์สูงสุดจากการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศในช่วงไตรมาส 2 ได้แก่ โลหะพื้นฐาน, เหมืองแร่, บริการ, การขนส่ง, คลังสินค้า และโทรคมนาคม โดยมีสิงคโปร์ ฮ่องกง และจีน เป็นผู้ลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศรายใหญ่ที่สุด เฟลิกซ์ ดาร์มาวัน (Felix Darmawan) นักเศรษฐศาสตร์จาก Panin Sekuritas กล่าวว่า ยอด FDI ที่ลดลง มาจากหลายปัจจัย ทั้งภาวะทางการเงินโลกที่ตึงตัว ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ และความเสี่ยงจากการเปลี่ยนผ่านภายในประเทศ ซึ่งอินโดนีเซียเพิ่งได้รัฐบาลชุดใหม่หลังการเลือกตั้ง ทั้งนี้ ยอด FDI ของอินโดนีเซียเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงหลายปีก่อนหน้านี้ โดยได้แรงหนุนจากภาคส่วนที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ เช่น การแปรรูปนิกเกิลในอุตสาหกรรมปลายน้ำ และห่วงโซ่อุปทานยานยนต์ไฟฟ้า แต่การขาดความชัดเจนด้านกฎระเบียบ ปัญหาคอขวดในด้านโครงสร้างพื้นฐาน รวมไปถึงความกังวลเรื่องความต่อเนื่องของบรรยากาศการลงทุนอาจทำให้โมเมนตัมการลงทุนชะลอตัวลง ที่มา Nikkei Asia 
|