อ่านข่าวคริปโทฯ กันมาพอสมควรแล้ว หลายคนคงผ่านหูผ่านตากับคำเหล่านี้ Hack, Scam, Attack, Exploit ซึ่งเป็นชื่อเรียกของภัยคุกคามทางไซเบอร์ในแต่ละรูปแบบ แต่ไม่ว่าจะแบบไหนก็ตาม อาชญากรไซเบอร์ล้วนมีเป้าหมายเดียวกันคือ “ฉกเงินจากกระเป๋าคุณ” ! เพื่อให้การอ่านข่าวมีอรรถรสมากขึ้น จากการที่คุณเข้าใจรูปแบบของภัยคุกคามแต่ละประเภท นอกจากนี้ ก็ยังช่วยเสริมภูมิคุ้มกันเพื่อลดความเสียหาย “ที่อาจเกิดขึ้น” จากการท่องโลกไซเบอร์ บทความนี้เราจะมาดูกันว่า Hack, Scam, Attack, Exploit มันคืออะไร? 1.#Hack การแฮ็กในบริบทของคริปโทเคอร์เรนซีคือ การบุกรุกเข้าสู่ระบบหรือเครือข่ายดิจิทัลโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งมีเป้าหมายหลักในการขโมยสินทรัพย์ดิจิทัล หรือข้อมูลสำคัญของผู้ใช้และเจ้าของเครือข่าย โดยแฮ็กเกอร์มักจะใช้เทคนิคต่างๆ เพื่อเข้าถึงข้อมูล หรือสินทรัพย์ที่ต้องการ จากการใช้จุดอ่อนของระบบ หรือพฤติกรรมของมนุษย์ เช่นการเจาะระบบเข้าไปในศูนย์ซื้อขายคริปโทฯ แล้วขโมยสินทรัพย์ดิจิทัล ออกไป ตัวอย่างที่โด่งดังของการแฮ็กในวงการคริปโทฯ คือ กรณีของ Mt.Gox ในปี 2014 ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนบิตคอยน์ที่ใหญ่ที่สุดในขณะนั้น โดย Mt.Gox ถูกแฮ็กและสูญเสียบิตคอยน์ไปถึง 850,000 BTC คิดเป็นมูลค่ากว่า 450 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือถ้าเทียบกับราคาปัจจุบันจะมีมูลค่าถึง 5.4 หมื่นล้านดอลลาร์เลยทีเดียว ผลกระทบไม่เพียงแต่ทำให้ Mt.Gox ต้องล้มละลายเท่านั้น แต่ยังกระทบต่อความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยในโลกคริปโทฯ อีกด้วย 2.#Scam การหลอกลวง หรือ Scam คือ การใช้กลอุบายหรือวิธีการหลอกลวงเพื่อให้ผู้อื่นส่งมอบเงิน สินทรัพย์ดิจิทัล หรือข้อมูลส่วนตัวให้แก่ผู้กระทำความผิด โดยส่วนใหญ่มักจะสร้างสถานการณ์หรือข้อเสนอที่ดูน่าเชื่อถือและน่าสนใจ เพื่อล่อลวงเหยื่อให้หลงเชื่อและทำตามที่ต้องการ อย่างเช่น ที่เห็นกันบ่อยครั้งก็คือการที่หลอกให้ส่ง Bitcoin ไปหากระเป๋าเงินของผู้หลอกลวง และอ้างว่าจะคืนเป็นจำนวนสองเท่า หรือที่เป็นมีมกันว่า Send me 1 Bitcoin, I will double it. แม้ว่าสำหรับหลายคนอาจมองว่า นี่มันหลอกลวงกันชัดๆ แต่ก็ยังมีผู้ตกเป็นเหยื่อกลโกงประเภทนี้อยู่ดี โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาคริปโทฯ พุ่งสูงและมีผู้ใช้งานใหม่จำนวนมากเข้ามาในตลาด โจรมักอาศัยความโลภและความไม่รู้ของเหยื่อ ใช้เทคนิคทางจิตวิทยาเพื่อสร้างความกลัวที่จะพลาดโอกาส (FOMO - Fear Of Missing Out) กระตุ้นให้เหยื่อตัดสินใจอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ ผู้หลอกลวงอาจใช้บัญชีปลอมที่แอบอ้างเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในวงการ เช่น Elon Musk หรือ Vitalik Buterin เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับข้อเสนอของตน รวมถึงอาจใช้บอทเพื่อสร้างความคึกคักในคอมเมนต์ ทำให้ดูเหมือนว่ามีคนได้รับ Bitcoin จริงอีกด้วย 3.#Attack การโจมตี หรือ Attack คือ การพยายามทำลาย รบกวน หรือเข้าถึงระบบหรือเครือข่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความเสียหาย ขัดขวางการทำงาน หรือขโมยข้อมูลและสินทรัพย์ดิจิทัล โดยผู้โจมตีมักใช้เทคนิคต่างๆ ทางเทคโนโลยีเพื่อแทรกแซงหรือทำลายความสมบูรณ์ของระบบ ซึ่งการโจมตีในวงการคริปโทฯ สามารถเกิดขึ้นได้หลายรูปแบบ เช่น การโจมตีแบบปฏิเสธการให้บริการ (DDoS) หรือ การโจมตีด้วยมัลแวร์ อย่างเช่น กรณีของ Mixin Network ในเดือนกันยายน 2023 ที่แฮ็กเกอร์สามารถโจมตีฐานข้อมูลของผู้ให้บริการคลาวด์ของเครือข่ายและขโมยสินทรัพย์ดิจิทัลมูลค่า 200 ล้านดอลลาร์จาก hot wallets ของผู้ใช้งาน 4.#Exploit Exploit หมายถึง การใช้ประโยชน์จากข้อบกพร่องหรือจุดอ่อนในระบบหรือโปรโตคอล เพื่อดำเนินการที่นอกเหนือจากการทำงานปกติที่ระบบถูกออกแบบมา โดยทั่วไปมีวัตถุประสงค์เพื่อยักยอกสินทรัพย์ดิจิทัลหรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบ ผู้ที่ดำเนินการเอาเปรียบจากช่องโหว่ มักอาศัยความรู้ความเชี่ยวชาญทางเทคนิคระดับสูงในการค้นหาและใช้ประโยชน์จากข้อบกพร่องในส่วนของโค้ดหรือสถาปัตยกรรมของระบบ กรณีศึกษาของการ Exploit ในวงการคริปโทฯ คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ Wormhole Bridge เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2022 ในครั้งนั้น ผู้โจมตีได้ใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ใน Smart Contract ของ Wormhole บนเครือข่าย Solana ทำให้สามารถสร้าง Wrapped Ether (wETH) โดยไม่จำเป็นต้องวางหลักประกัน และสามารถยักยอกสินทรัพย์ดิจิทัลมูลค่ารวมกว่า 321 ล้านดอลลาร์ออกมาได้ โดยสรุป ภัยคุกคามแต่ละแบบล้วนมุ่งหวังเอาสมบัติของเราไปทั้งนั้น! ฉะนั้น การป้องกันตัวเองจึงสำคัญสุดๆ ท้ายนี้ขอฝากเพื่อนๆ ทุกคนไว้ว่า ถ้าเจอข้อเสนอไหนที่ดูดีเกินจริงให้นึกไว้ก่อนเลยว่า "ถ้ามันดีเกินจริง มันก็คงจริงไม่ได้"!!! อ้างอิง : coinmarketcap cointelegraph theblock efinancethai |