TFM เผยกำไรสุทธิไตรมาส 2/69 อยู่ที่ 161 ลบ. ลดลง 17% จากปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 9% จากไตรมาสก่อน รับแรงหนุนฤดูกาลเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ดันยอดขายแตะ 1,455 ลบ. จ่ายปันผลระหว่างกาล 0.18 บาท/หุ้น ขึ้น XD วันที่ 13 ส.ค.69 ระบุครึ่งปีหลังเดินหน้าคุมต้นทุน ขยายตลาดในและต่างประเทศ หนุนการเติบโตต่อเนื่อง นายพีระศักดิ์ บุญมีโชติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TFM เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 2/69 ว่ามีกำไรสุทธิอยู่ที่ 161 ล้านบาท ลดลง 17% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 9% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการเข้าสู่ช่วงฤดูกาลเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ (High Season) ส่งผลให้ยอดขายและปริมาณการขายปรับตัวดีขึ้นในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์
โดยไตรมาสนี้มีรายได้จากการขาย 1,455 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.8% เมื่อเทียบไตรมาสก่อนหน้า ทั้งนี้เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ยอดขายอาหารกุ้งและสัตว์บกยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยธุรกิจอาหารกุ้งที่เป็นรายได้หลักของบริษัท มีการเติบโตทั้งในประเทศที่เพิ่มขึ้น 2.3% และการส่งออกที่โดดเด่นโตถึง 62% แม้ผลกระทบของต้นทุนปลาป่นที่ปรับตัวสูงขึ้น บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และรักษาความสามารถในการทำกำไรได้
ขณะที่ภาพรวมผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทมีรายได้จากการขาย 2,780 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 308 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 18.8% และอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 11.1% สะท้อนความแข็งแกร่งของธุรกิจ
โดยเฉพาะธุรกิจอาหารกุ้งที่เติบโตและเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ จากการรักษาความเป็นผู้นำตลาด การขยายฐานลูกค้า พร้อมการรุกตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง แม้ต้องเผชิญแรงกดดันทางด้านต้นทุนวัตถุดิบ โดยเฉพาะราคาปลาป่นที่อยู่ในระดับสูง
ทั้งนี้บริษัทยังคงสามารถบริหารต้นทุนและควบคุมค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายขายและบริหารต่อยอดขายลดลงอยู่ที่ 8.6% อีกทั้ง บริษัทยังได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) สำหรับการผลิตอาหารกุ้ง ที่โรงงานสงขลาและอาหารปลาที่โรงงานสมุทรสาคร ส่งผลให้อัตราภาษีที่แท้จริงลดลงเหลือ 7.3% จาก 14.1%
นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 (1 มกราคม–30 มิถุนายน 2569) ในอัตรา 0.18 บาทต่อหุ้น โดยกำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) วันที่ 13 สิงหาคม 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลวันที่ 26 สิงหาคม 2569
ทิศทางผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลัง TFM พร้อมเดินหน้ายกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน ควบคู่กับการบริหารต้นทุน เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันและรองรับการเติบโตในระยะยาว แม้อุตสาหกรรมจะยังเผชิญความท้าทายด้านต้นทุนวัตถุดิบ บริษัทได้ติดตามสถานการณ์ราคาปลาป่นอย่างใกล้ชิด พร้อมบริหารจัดการด้านการจัดซื้อและการบริหารสินค้าคงคลัง เพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนของต้นทุน
ขณะเดียวกัน บริษัทจะเดินหน้าขยายฐานลูกค้า พัฒนาผลิตภัณฑ์ และขับเคลื่อนการเติบโตทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยอาศัยจุดแข็งด้านคุณภาพผลิตภัณฑ์ การบริการทางวิชาการ และฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
|