เปิดมุมมองโบรกฯ หลังลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด "ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก - เอฟเอคัพ" เปลี่ยนมือ ชี้ หนุน JAS - MONO - ADVANC เหตุเป็นพันธมิตรร่วมกัน ส่วน TRUE คาดหลังเสียสิทธิ์ จะทำ สมาชิก True Vision จะลดลงปีละ 6% หรือมากกว่า แต่สะท้อนถึงการเข้มงวดทางวินัยการเงินมากขึ้น ด้านราคา JAS พุ่งกว่า 8% รับข่าวทันที ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากวานนี้ บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS ได้ประกาศคว้าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด "ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก - เอฟเอคัพ" 6 ฤดูกาล ใน 3 ประเทศ ทั้งไทย กัมพูชา และลาว ผ่านอินเทอร์เน็ต และ ดิจิทัลทีวี เริ่มฤดูกาล 2025/2026 ทำให้ ลิขสิทธิ์ดังกล่าวจะถูกเปลี่ยนมือจาก บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE ที่ผูกขาดมานาน มาสู่เจ้าของลิขสิทธิ์เจ้าใหม่ในปีหน้า
ทั้งนี้นักวิเคราะห์ชั้นนำจึงได้ออกมาประเมินผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อ JAS และ TRUE เนื่องจากธุรกรรมดังกล่าวมีมูลค่าสูงถึง 1.9 หมื่นล้านบาท 
*** ส่องการเงิน JAS จะมีเงินพอหรือไม่ บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า หลังจาก JAS ประกาศคว้าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลพรีเมียร์ลีก และเอฟเอ คัพ 6 ฤดูกาล JAS คาดใช้เงินสดและการก่อหนี้รองรับการลงทุน แม้เฉพาะค่าลิขสิทธิ์เราประเมิน ฐานะการเงิน JAS ปัจจุบันรองรับได้สิ้นสุด Q2/67 หากอิง 1.) เงินสดในมือ 4.7 พันล้านบาท 2.) เงินที่จะได้รับจากการขายหุ้นทุนซื้อคืนหุ้นละ 3.5 บาท 300.7 ล้านหุ้น (ระหว่างวันที่ 24 ต.ค. 24 - 24 มี.ค. 25) ราว 1.0 พันล้านบาท 3.) สถานะเป็น Net Cash เพราะแม้JAS มีหนี้สินรวม 4.4 พันล้านบาท โดยเป็นหนี้ที่มีภาระดอกเบี้ย736 ล้านบาท ขณะที่ฐานทุนสูง 1.07 หมื่นล้านบาท อย่างไรก็ดี ยังต้องติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมทั้งเงื่อนไขการชำระค่าลิขสิทธิ์และต้นทุนอื่นๆ เชิงกลยุทธ์ เรามองข้อตกลงดังกล่าว บวกต่อ JAS, MONO และ ADVANC ส่วน TRUE ที่เสียลิขสิทธิ์มองเป็นกลาง *** ประเมิน 4 หุ้นสำคัญ JAS - ADVANC ยิ้ม ส่วน TRUE คาดกระทบไม่มาก บล.กรุงศรีมองว่า JAS ปัจจุบันหลังขายธุรกิจอินเตอร์เนตเหลือรายได้ปีละ 4.0 +/- พันล้านบาท จะเป็นการหนุนธุรกิจอินเตอร์เนต ทีวีของ JAS ซึ่งเป็น 1 ใน 3 ธุรกิจหลักที่มีอยู่ในปัจจุบัน (บริการ IPTV ภายใต้แบรนด์ 3BB GIGATV) ปัจจุบันมีลูกค้าราว 7.0 แสนราย (11% ของรายได้2Q24) ส่วนรายได้หลัก JAS ปัจจุบัน 64% ของรายได้มาจากธุรกิจให้เช่าโครงข่ายใน+นอกประเทศและการขุด Bitcoin แนะนำเก็งกำไร วางกรอบลงทุนทางเทคนิค แนวรับ (2.36/2.32) แนวต้าน (2.45/2.6) Stop Loss (2.26) MONO มีฐานรายได้ปัจจุบันราวปีละ 2.0 +/- พันล้านบาท ในฐานะเจ้าของช่อง ดิจิทัล ทีวี Mono29 ที่น่าจะมีรายได้โฆษณาเพิ่มขึ้น และการขายแพ็คเกจผ่าน OTT Platform Monomax ซึ่งมีสมาชิกราว 8.6 แสนราย แนะนำเก็งกำไร วางกรอบลงทุนทางเทคนิค แนวรับ (1.7/1.66) แนวต้าน (1.84/1.94) Stop Loss (1.58) ADVANC คาดว่าจะได้ประโยชน์ในฐานะที่ยังเป็นพันธมิตรกับ JAS ที่น่าจะมีโอกาสนำคอนเท้นท์ยอดนิยมไปให้บริการลูกค้า นอกจากนี้ถือว่าลดความเสี่ยงคู่แข่งขันที่จะเข้ามาร่วมประมูลคลื่นในอนาคตด้วย แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 305 บาท TRUE มองผลกระทบจำกัด รายได้ธุรกิจ Pay TV ปัจจุบันต่ำราว 4-5 % ของรายได้รวม (ลูกค้า EPL คาดต่ำกว่านั้น) ขณะที่มีภาพบวกคู่แข่งประมูลคลื่นลดลงช่วยชดเชยรอหุ้นซึมซับจิตวิทยาลบก่อนสะสมใหม่ *** คาดสมาชิก True Vision จะลดลงปีละ 6% หรือมากกว่า บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ก่อนที่ JAS จะได้รับสิทธินี้ TRUE ได้เป็นผู้ถ่ายทอดหลักของ EPL ในประเทศไทยทุกฤดูกาล (ยกเว้น 3 ฤดูกาลช่วงปี 2013-16) เราเชื่อว่าการที่ JAS ได้สิทธิ์EPL นั้นมีผลเป็นกลางต่อ TRUE เนื่องจากรายได้และค่าใช้จ่ายลงทุน (capex) อาจต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดย TRUE ยังคงเป็นเจ้าของสิทธิ์การถ่ายทอดฤดูกาล 2024/25 (16 สิงหาคม 2024 – 25 พฤษภาคม 2025) ทำให้ผลกระทบทางการเงินต่อ TRUE จากการชนะของ JAS จะไม่เกิดขึ้นทันที
ทั้งนี้คาดการณ์ว่ารายได้จากสมาชิก True Vision จะลดลง 6% ต่อปีในช่วงปี FY24-26E โดยหากไม่มี EPL รายได้อาจลดลงเร็วกว่าที่คาดการณ์ ประเมินว่า TRUE ได้จ่ายเงิน 7 พัน -1 หมื่นล้านบาทสำหรับสิทธิ์ถ่ายทอดทุกชุด 3 ฤดูกาล ตั้งแต่ปี 2017 การที่ TRUE ปล่อยให้ JAS ชนะอาจสะท้อนถึงวินัยทางการเงินที่เพิ่มขึ้นหลังการควบรวมกิจการระหว่าง TRUE-DTAC ราคาหุ้น TRUE อาจตอบสนองในทางลบ เนื่องจากบริษัทซึ่งมีภาพลักษณ์เป็น “King of Sports” สูญเสียคอนเทนต์กีฬายอดนิยมไป เรามองว่าการปรับตัวลงของราคาหุ้นเป็นโอกาสในการซื้อหุ้น TRUE เรามีคำแนะนำ ซื้อ หุ้น TRUE(ราคาเป้าหมาย 13.30 บาท) เนื่องจากคาดการณ์การเติบโตของกำไรหลัก 89% ในปี FY25E และมีโอกาสที่นักวิเคราะห์ปรับประมาณการกำไรขึ้น
*** ราคาหุ้น JAS พุ่งกว่า 8% รับข่าวทันที
ผู้สื่อข่าวรายงานราคาหุ้น JAS ในช่วงเช้าวันนี้ อยู่ที่ระดับ 2.58 บาท เพิ่มขึ้น 0.20 บาท หรือ 8.40% ส่วนหุ้น TRUE อยู่ที่ 12.10 บาท เพิ่มขึ้น 0.10 บาท หรือ 0.83% 
|