PTT ประกาศงบลงทุนปีนี้ 2.8 หมื่นลบ.ใช้รองรับขยายระบบท่อและคลัง LNG และตั้งเป้าลงทุนของกลุ่ม ปตท. ในช่วง 5 ปีข้างหน้าประมาณ 1 ล้านล้านบาท เล็งออกหุ้นกู้ช่วงที่ปลายปีนี้ เตรียมชงบอร์ดเคาะจ่ายปันผลระหว่างกาล ก.ย.นี้ พร้อมยอมรับการหาพันธมิตรเข้ามาร่วมลงทุนในธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่นอาจล่าช้ากว่าแผนเดิม ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT เปิดเผยภายในงาน "แถลงผลการดำเนินงาน ปตท. ไตรมาส 2 และครึ่งปีแรกปี 2569" โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้ แผนเงินลงทุนปีนี้และ 5 ปีข้างหน้าของกลุ่ม ปตท. บริษัทเตรียมงบลงทุนของ PTT ปี 69 ประมาณ 28,000 ล้านบาท เพื่อใช้สำหรับการลงทุนในระบบท่อและระบบคลังของบริษัท โดยในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมาใช้เงินลงทุนไปแล้วราว 10,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตามมั่นใจว่าปีนี้จะใช้เงินลงทุนให้ครบ 100% ตามแผนที่คุยกับกระทรวงการคลังไว้ ส่วนเงินลงทุนของกลุ่ม ปตท. ในช่วง 5 ปีข้างหน้า ตั้งเป้าประมาณ 1 ล้านล้านบาท ซึ่งแบ่งเป็นการลงทุนหลักๆจะโครงการของ PTTEP ,โครงการ CFP ของ TOP และระบบท่อของ PTT และการขยายธุรกิจ LNG เทรดดิ้ง ส่วนด้านสภาพคล่องของกลุ่ม ปตท. ปัจจุบันมีกระแสเงินสดรวมประมาณ 4.25 แสนล้านบาท โดยแบ่งเป็นส่วนของ PTT ประมาณ 1.2 แสนล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เพราะ ณ สิ้นไตรมาส 2/69 มีการกู้เงินจากธนาคาร SCB ราว 70,000 ล้านบาท และช่วงพีคมีการกู้เงินจากสถาบันการเงินประมาณ 1.5 แสนล้านบาท เล็งชงบอร์ดเคาะจ่ายปันผลระหว่างกาล การอนุมัติจ่ายเงินปันผลงวดระหว่างกาลปี 69 คาดว่าจะเอาเข้าที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) พิจารณาได้ภายในช่วงเดือน ก.ย.นี้ ยอมรับบริษัทกำลังพิจารณาการออกหุ้นกู้ของ PTT ในช่วงที่ปลายปีนี้ เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่อยากลงทุนหุ้นกู้ของบริษัท โดยยังไม่ระบุจำนวนมูลค่าได้ หลังจากปีก่อนที่ออกไปประมาณ 20,000 ล้านบาท โดยปีนี้มีหุ้นกู้ที่ครบกำหนดประมาณ 30,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตามบริษัทมีการขอวงเงินออกหุ้นกู้กับผู้ถือหุ้นไว้ช่วงปีประมาณ 1 แสนล้านบาท ทิศทางธุรกิจครึ่งปีหลัง ส่วนแผนธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลัง มองว่าสถานการณ์พลังงานโลกในปัจจุบันยังคงมีความไม่แน่นอนสูงและยากต่อการคาดการณ์มากขึ้น เนื่องจากไม่ได้ขึ้นอยู่กับปัจจัยพื้นฐานด้านอุปสงค์และอุปทานเพียงอย่างเดียว แต่ยังได้รับผลกระทบจากปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ รวมถึงการตัดสินใจของผู้นำประเทศต่างๆ ท่ามกลางความผันผวนดังกล่าว กลุ่ม ปตท. จึงมุ่งเน้นการบริหารจัดการภายในองค์กรและการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพ เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง โดยยืนยันว่าความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศยังคงเป็นภารกิจสำคัญและประชาชนจะไม่ประสบปัญหาการขาดแคลนพลังงาน แนวโน้มการลงทุนในธุรกิจก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) บริษัทตั้งเป้าหมายเพิ่มปริมาณการจัดหา LNG เป็น 10 ล้านตันต่อปี ภายในปี 73 และขยับสู่ 15 ล้านตันต่อปีภายในปี 78 จากปีนี้ที่มีเป้าหมายเพิ่มเป็น 3.7 ล้านตันต่อปี หลังจากครึ่งปีแรกของปี 69 อยู่ที่ 1.75 ล้านตันต่อปี ผ่านการมองหาโอกาสลงทุนทั้งในฝั่งแหล่งผลิต เช่น สหรัฐฯ และฝั่งตลาดปลายทาง (Demand) ในภูมิภาคต่างๆ เช่น จีน เกาหลีใต้ และยุโรป ความคืบหน้าการพาพันธมิตรในธุรกิจปิโตรฯและการกลั่น สำหรับความคืบหน้าการหาพันธมิตรเข้ามาร่วมลงทุนในธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่น ยังคงเดินหน้าแสวงหาพันธมิตรระดับโลกเพื่อเสริมแกร่ง Flagship พร้อมปรับแนวทางตามบริบทที่เปลี่ยนแปลงจากปัญหาความไม่สงบในตะวันออกกลางรวมถึงปัจจัยจากนโยบายภาครัฐ อย่างไรก็ตามยอมรับว่าอาจต้องขยับจากแผนเดิมที่คาดว่าจะมีความชัดเจนในปีนี้ เนื่องจากจำเป็นต้องพิจารณาให้ดีๆ เพราะจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางทำให้พื้นฐานการจัดหาแหล่งวัตถุดิบที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งถือเป็นการชะลอเพื่อให้ภาพแหล่งวัตถุดิบชัดเจนก่อนถึงจะเกิดการลงทุนขนาดใหญ่ ทั้งนี้เกณฑ์สำคัญในการเลือกพันธมิตรไม่ได้พิจารณาเฉพาะด้านเงินลงทุน แต่ต้องเป็นพันธมิตรที่สามารถช่วยเสริมความแข็งแกร่งด้านเทคโนโลยี เพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน หรือช่วยให้บริษัทสามารถเข้าถึงแหล่งวัตถุดิบที่มีความยืดหยุ่นและหลากหลายมากขึ้นในระดับโลก "ปัจจุบันพันธมิตรที่อยู่ระหว่างการพูดคุยบางรายก็มีวัตถุดิบและบางคนก็มีตลาด ส่วนพันธมิตรรายเก่าที่เคยเข้ามาพูดคุยที่อาจจะช้าลงก็มี หลังจากความยืดหยุ่นของแหล่งวัตถุดิบตอนนี้ที่รู้มาอาจยังไม่ใช่ โดยเป้าหมายพันธมิตรที่เข้ามาจะต้องช่วยต่อยอดให้ธุรกิจดีและแข็งแรงขึ้น รวมถึงมีความยืดหยุ่นในการพาแหล่งวัตถุดิบมากขึ้น อย่างไรก็ตามก็มีพันธมิตรใหม่ที่เข้ามาพูดคุยมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจที่ต้องการกระจายความเสี่ยงด้านแหล่งผลิตและวัตถุดิบออกจากบางภูมิภาคตะวันออกกลาง แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นบริษัทไหน" ดร.คงกระพัน กล่าว เร่งยกระดับผลการดำเนินงานและสร้างมูลค่าเพิ่มกลุ่ม ปตท.
กลุ่ม ปตท.เร่งสร้างความแข็งแรงจากภายใน ยกระดับผลการดำเนินงานและสร้างมูลค่าเพิ่มจากความร่วมมือภายในกลุ่ม ปตท.กว่า 8,700 ล้านบาท ผ่าน Profit Enhancement Initiatives ซึ่งประกอบด้วย โครงการ MissionX พร้อมทั้งขับเคลื่อน Digital Transformation ผ่านโครงการ AXIS มุ่งเน้นการนำ Digital Tools และ AI มาประยุกต์ใช้ในการทำงาน นอกจากนี้ ยังเดินหน้าเสริมความร่วมมือด้าน Supply Chain และ Marketing ทั้งในและต่างประเทศผ่านโครงการ P1 และ D1 ควบคู่กับการดำเนินงานด้าน Financial Excellence (F1) เพื่อรักษาวินัยทางการเงินและบริหารกระแสเงินสดของกลุ่ม ปตท. อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการเติบโตอย่างยั่งยืนและสร้างผลตอบแทนที่ดีแก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว ตลอดจนรักษาอันดับความน่าเชื่อถือในระดับที่เทียบเท่าระดับประเทศ ส่งผลให้สามารถรักษาเสถียรภาพพลังงานและขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโต อย่างไรก็ตามกลุ่ม ปตท.สนับสนุนมาตรการภาครัฐ และบรรเทาผลกระทบด้านราคาพลังงานต่อภาคประชาชน โดยมูลค่าการสนับสนุนมาตรการภาครัฐที่ประเมินได้ประมาณ 17,500 ล้านบาท โดยคิดเป็นสัดส่วนของ ปตท. กว่า 8,500 ล้านบาท ให้ efinAI ช่วยสรุปข่าวและสัญญาณหุ้นก่อนใคร ได้ที่ : https://url.in.th/w-efin-stocknews |